โพลชี้คนอเมริกันกังวล “ทรัมป์” ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ทำสงครามกับอิหร่านไม่ได้อะไร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน จัดทำร่วมกันโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส ร่วมกับศูนย์วิจัยอิปซอส ใช้เวลา 6 วัน และมีการสรุปผลเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีชาวอเมริกันเพียง 36% เท่านั้น ที่เห็นด้วยกับการทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากการสำรวจ เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างมีความกังวลเกี่ยวกับวุฒิภาวะของผู้นำสหรัฐวัย 79 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์การแสดงอารมณ์ที่รุนแรงต่อเนื่องหลายครั้ง โดยมีเพียง 26% เท่านั้น ที่มองว่าทรัมป์เป็น "คนมีอารมณ์มั่นคง"
เมื่อแยกการให้ความเห็นตามจุดยืนทางการเมือง พบว่ากลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันเองมีความเห็นแตกแยก โดย 53% มองว่า ทรัมป์มีอารมณ์มั่นคง แต่อีก 46% มองว่าไม่ ส่วนในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตมีเพียง 7% เท่านั้น ซึ่งเห็นว่า ทรัมป์มีอารมณ์มั่นคง ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังระบุว่า ชาวอเมริกันมากถึง 51% ซึ่งรวมถึง 14% ที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 54% ของกลุ่มอิสระ และ 85% ของฝ่ายสนับสนุนพรรคเดโมแครต เห็นว่า ความเฉียบคมทางสติปัญญาของทรัมป์ "แย่ลง" ในช่วงปีที่ผ่านมา
การที่ทรัมป์โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 นั้น ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่ชื่นชอบพระองค์มากกว่าประธานาธิบดี โดย 60% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีความเห็นในเชิงบวกต่อโป๊ปเลโอที่ 14 เทียบกับเพียง 36% ที่มีความเห็นเชิงบวกต่อทรัมป์
นอกจากนี้ สงครามกับอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะทางการเงินของชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ทำให้คะแนนความนิยมในการจัดการค่าครองชีพของทรัมป์เหลือเพียง 26% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดของเขา ในทำนองเดียวกัน มีเพียง 26% เท่านั้นที่เห็นว่า การใช้กำลังทหารของสหรัฐในอิหร่านนั้น "คุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไป" และมีเพียง 25% ที่เชื่อว่า การโจมตีอิหร่านจะทำให้สหรัฐปลอดภัยขึ้น.
เครดิตภาพ : REUTERS