ทำบุญ ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง.ถล่ม ญาติผู้สูญเสีย ยังทำใจไม่ได้ ถามหาคนผิดรับผิดชอบ
ทำบุญ ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง.ถล่ม ญาติผู้สูญเสีย ยังทำใจไม่ได้ ถามหาคนผิดรับผิดชอบ ร่ำไห้ด้วยความเสียใจและคิดถึง ภาพทุกอย่างยังฝังใจ
เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 28 มี.ค.2569 บรรยากาศที่ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สตง. ย่านจตุจักร หลังครบรอบเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 1 ปี แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ทำให้ ตึก สตง.ถล่ม มีผู้เสียชีวิตถึง 93 ศพ ผู้สูญหาย 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
โดยญาติของผู้สูญเสียเดินทางมาร่วมทำบุญภายในตึก เพื่อไว้อาลัยผู้เสียชีวิต หลังครบรอบ 1 ปี หลายครอบครัวเข้ามาภายในตึก เห็นซากปรักหักพัง กองหิน กองปูน และซากของตึก ต่างร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจและคิดถึง เพราะยังทำใจไม่ได้ ภาพทุกอย่างยังฝังใจ ไม่เคยลืม
โดยการทำบุญครบรอบ 1 ปีในวันนี้ นายคณพศ หงสาวรางกูร รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะตัวแทนของ สตง. เดินทางมาร่วมทำบุญและนิมนต์พระจากวัดโพธิ์ มาทำพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปีด้วย
โดยพื้นที่บริเวณด้านในอาคารร้างของ สตง. แห่งใหม่ ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตรวมตัวกันเตรียมอาหารและน้ำดื่ม เพื่อจัดพิธีทำบุญสวดพระพุทธมนต์และเลี้ยงพระเพล อุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากเหตุการณ์อาคารสำนักงาน สตง.ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68
โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ สตง. และ กิจการร่วมค้า ITD-CREC (บริษัทเจ้าของสัญญาการก่อสร้างตึก สตง.) และสำหรับเมนูอาหารที่จัดเตรียมไว้เลี้ยงพระเพล ประกอบด้วย ต้มยำรวมทะเล หมึกผัดผงกะหรี่ น้ำตกหมู ทอดมันปลากราย ห่อหมกทะเล บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน และผลไม้ โดยพิธีจะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น.
สำหรับพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป ที่มาร่วมทำพิธีวันนี้ ได้แก่
- พระศรีวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานสงฆ์พิธีเจริญพระพุทธมนต์
- พระครูโสภณสารวิสิฐ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา
- พระครูปลัดอุดมวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา
- พระพงชัย โสธณธีโร
- พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวุฑฺฒธีโร
- พระใบฎีกาเศรษพงศ์ กิตฺติปญโญ
- พระมหาณรงค์ศักดิ์ พุทฺธิธีโร
- พระมหาจตุรพล จิรธีโร
- พระศุภชัย ปภสฺสรญาโณ
สำหรับบรรยากาศภายในพื้นที่โครงการก่อสร้างตึก สตง.แห่งใหม่ ยังคงร้าง มีเพียงอาคารจอดรถที่ยังคงสภาพ นอกจากนี้ พบโครงเหล็กเส้นบางส่วนฝังจมกับพื้นผิวคอนกรีตจากการรื้อถอนซากอาคาร หรือเหล็กเส้นบางส่วนฝังลึกอยู่ในเสาคอนกรีต โผล่ยื่นออกมาจากการพังทลายทรุดตัว และถุงปูนซีเมนต์สำเร็จรูปที่กองวางไว้
ส่วนเศษซากของหินดินทราย เหล็กเส้นกองมหาศาลก่อนหน้านี้ได้ถูกเคลียร์ออกจากพื้นที่ไปเรียบร้อย นับแต่หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งรื้อถอนซากอาคารและคืนพื้นที่ให้ สตง. เพื่อ สตง. อยู่ระหว่างรอคืนสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
น.ส.เฉลิมศรี พรมสา แม่ของ นายปรเมศวร์ รอดน้อย คนงานออกแบบ ขณะเกิดเหตุมาควบคุมงานทำราวบันได ซึ่งมาทำงานได้เพียง 2 วัน ก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
น.ส.เฉลิมศรี กล่าวว่า ตนสูญเสียลูกชาย ซึ่งวันนี้ได้มีการจัดทำบุญครบรอบ 1 ปี แต่เมื่อได้โทรไปหาสำนักงานเขต ทราบว่าไม่ได้มีการจัดกิจกรรมทำบุญอะไร ตนจึงอยากจะขออนุญาตเข้าพื้นที่ เนื่องจากอยากจะทำบุญให้กับลูกชาย เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่เราสูญเสียลูก ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่อนุญาตแล้วก็คอยอำนวยความสะดวกให้
ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา ญาติและครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกได้จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่รู้ความจริงว่า สรุปแล้วมันเกิดจากอะไร ซึ่งเราอยากได้คำตอบจากคนที่รู้หรือคนที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งอยากจะให้ชี้แจงให้ทางครอบครัวทราบบ้างว่า เรื่องราวเป็นยังไง ซึ่งแน่นอนว่าคนทั้งประเทศ ก็อยากจะจะรู้เหมือนกันว่า วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“วันนี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นวันที่ทุกคนรู้สึกเจ็บปวด แต่คนที่ผิดไม่รู้อะไรเลย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยบอกเราหน่อยว่าเหตุการณ์มันเกิดจากอะไรมีคนผิดหรือไม่”
เรื่องที่ลูกชายของตนเสียชีวิตนั้น ทาง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ให้เงินเยียวยาครอบครัวของผู้สูญเสีย บริษัทละ 5 แสนบาท ต่อ 1 ครอบครัว
แต่เราดูแลลูกมาเราก็อยากจะให้ลูกมาดูแลเรามาดูแลเราตอนแก่เฒ่า อย่ามองว่าเราเป็นก่อสร้าง ไม่ใช่ว่าตายแล้วให้เท่านี้ ทำไมถึงมาดูถูกว่าคนก่อสร้าง ให้เงินฟาดหัวแค่นี้ถึงจะจบ คุณให้เงินเราเท่านี้หรอ แต่ในขณะเดียวกันเราส่งเสียลูกเราตั้งแต่อนุบาลจนเรียนจบ มันมีมากมาย ไม่ว่าเงินจำนวนไหนก็ประเมินค่าชีวิตของคนไม่ได้
ถึงแม้ว่า 1 ปี แล้วผ่านไป เรายังทำใจไม่ได้ เรายังส่งข้อความหาลูกชายทุกวัน คนอื่นอาจจะมองว่าเราเป็นบ้าไปแล้ว คุยโทรศัพท์กับลูก แต่เราอยากคุย เพราะทั้งชีวิต เรามีลูกชายคนโต ที่ คาดหวังเอาไว้ หลังจากนี้ คิดว่า กาลเวลาคงจะเยียวยาเราและการที่คนผิดได้รับโทษ มันคงจะทำให้สภาพจิตใจครอบครัวของผู้สูญเสียดีขึ้น
วันที่มาที่นี่ เราก็จะมองหาว่าลูกอยู่ตรงไหนเขาจะเจ็บแค่ไหน หรือว่าเขาไม่เจ็บเลย ลูกและเพื่อน ๆ ที่อยู่ตรงนี้เขาจะได้รับรู้ไหมว่า คนที่ผิดมันมีอยู่จริง แต่ทำไมไม่ออกมาให้ได้รับโทษบ้าง
อย่างไรก็ตาม ลูกชายของตน มารับงานเสริมดูแลผู้รับเหมาก่อสร้าง 5 คน ซึ่งลูกชายทำงานได้ 2 วัน และวันที่ 3 ก็เกิดเหตุ โดยสาเหตุที่ลูกชายมารับงานเสริมที่นี่เป็นเพราะว่าอยากจะหาเงินมาดูแลครอบครัว โดยประโยคสุดท้ายที่ลูกชายกับตน คือ “รักแม่นะ” หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ยินอีกเลย
ด้าน น.ส.ขวัญเรียน ศิริจันทร์ น้องสาวของนายสุขสวัสดิ์ ศิริจันทร์ อายุ 52 ปี (ผู้เสียชีวิต) เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ พี่ชายของตนเป็นช่างไฟ ในวันเกิดเหตุ พี่ชายทำงานอยู่ที่ชั้น 20 และเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว เพราะปกติพี่ชายและลูกเมียพักอาศัยอาศัยอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ
ทุกวันนี้ตนยังคิดถึงพี่ชายที่สูญเสียไปจากเหตุการณ์อยู่เสมอ ตอนแรกเราเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง เพราะว่าพ่อแม่น้องชายก็เสียชีวิตหมดแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พี่ชายของเราเสียชีวิตไป ตอนนี้เราเหลือตัวคนเดียวแล้ว
อยากบอกว่าคิดถึงพี่ชายตลอด และยังคงพูดอะไรไม่ออก รู้สึกสงสารพี่ชาย ซึ่งพี่ชายเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวเขา พี่ชายมีภรรยาและลูกเล็ก ทุกวันนี้ก็อยู่กันอย่างลำบาก เพราะขาดพี่ชายไป รายได้ก็ขาดไปด้วย
อย่างไรก็ตาม 1 ปีที่ผ่านมา ตนอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งเตือนใจว่าจะต้องให้เกิดการป้องกันและระมัดระวังที่มันดีกว่านี้ เพื่อที่ชีวิตคนที่มาทำงานทุกคน พวกเขามีครอบครัวและลูกเล็กที่รออยู่ข้างหลัง การสูญเสียที่เกิดขึ้นมันไม่คุ้ม
ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนยังหมั่นทำบุญให้กับพี่ชาย และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ตลอด ความไม่ปลอดภัยและการสูญเสียที่เกิดขึ้น มันสร้างความเสียใจให้กับเราเป็นอย่างมาก ไม่เกิดขึ้นกับใครก็คงไม่รู้
น.ส.ขวัญเรียน เผยอีกว่า หากสิ่งที่ขอได้ก็คงอยากให้ทำอะไรที่มันมีความปลอดภัยมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียเกิดขึ้นอีก เพราะครอบครัวรับไม่ได้กับการสูญเสียจริงๆ และหากย้อนไปในวันที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ไม่ได้มีใครโทรศัพท์มาบอกตนเอง แต่ว่ามีข่าวอยู่ใน Facebook มีการแชร์ข่าวต่อ ๆ กันมา ซึ่งก็มีคนบอกตนว่า น่าจะมีชื่อพี่ชายของตนอยู่ในเหตุการณ์ ตนเลยตรวจสอบซ้ำไปอีกครั้ง ก็มีการยืนยันว่าพี่ชายมีชื่ออยู่ในเหตุการณ์จริงๆ แต่แค่ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเสียชีวิตแล้วหรืออยู่ระหว่างการค้นหา
และเมื่อตนรู้ข่าวดังกล่าวในตอนเย็น ก็ได้เดินทางออกจากบ้านที่ จ.นนทบุรี เพื่อมาคอยติดตามเฝ้าดูว่าชะตากรรมของพี่ชายเป็นอย่างไร และนับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันที่เรารู้ชะตากรรมของพี่ชาย มันก็ระยะเวลานาน 1 เดือน เราถึงได้เห็นศพของพี่ชาย ซึ่งเราเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุทุกวัน มาเพื่อรอความหวัง แต่เมื่อรู้ว่าพี่ชายเสียชีวิต ตนก็เสียใจอย่างมาก
ทำบุญ ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง.ถล่ม ญาติผู้สูญเสีย ยังทำใจไม่ได้ ถามหาคนผิดรับผิดชอบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำบุญ ครบรอบ 1 ปี ตึก สตง.ถล่ม ญาติผู้สูญเสีย ยังทำใจไม่ได้ ถามหาคนผิดรับผิดชอบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th