‘หุ้นไทย’ วันนี้ ในกรอบ 1,465-1,490 จุด เงินเฟ้อสหรัฐฯ-น้ำมันพุ่งกดดัน
บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,465-1,490 จุด ระยะสั้นเน้นรอย่อ ตั้งรับหุ้นพื้นฐานดีที่กำไรในช่วง 2H69 มีแนวโน้มบวก แนะนำ KCE, ADVANC
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ ประเมินว่า SET Index มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,465-1,490 จุด หลังวานนี้ดัชนีปิดที่ 1,483.56 จุด ลดลง 5.73 จุด หรือ -0.38% โดยมีแรงขายเด่นในกลุ่มเหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อ ขณะที่ยังมีแรงซื้อพยุงในกลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง
ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติยังเป็นปัจจัยบวก หลังนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 อีก 1,753 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการลงทุนยังถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี เร่งขึ้นจากเดือน มี.ค. ที่ 3.3% และสูงกว่าตลาดคาดที่ 3.7% ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้นเป็น 2.8% จาก 2.6% และสูงกว่าคาดที่ 2.7%
นอกจากนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อยังเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากอาจผลักดันต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อให้ปรับขึ้นต่อ โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดยังรอติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่ Valuation ของตลาดอยู่ในระดับค่อนข้างตึงตัว จึงอาจทำให้ SET อยู่ในช่วงปรับฐานเพื่อลดความร้อนแรง
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำรอย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐานดี โดยเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังเป็นทิศทางบวก วันนี้แนะนำ KCE และ ADVANC
ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน
กระทรวงการคลังสั่งกรมสรรพสามิตทบทวนรายละเอียดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หลังพบข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการประเมินราคารถเก่าที่แตกต่างกันในแต่ละคัน และเกณฑ์การจัดการซากรถที่ยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้ภาครัฐอาจต้องปรับรูปแบบมาตรการใหม่ก่อนเดินหน้าอย่างเป็นทางการ มองเป็น sentiment กลางถึงลบเล็กน้อยต่อกลุ่มยานยนต์และไฟแนนซ์รถยนต์ในระยะสั้น จากความล่าช้าของมาตรการกระตุ้นยอดขายรถใหม่ อย่างไรก็ตาม หากมีมาตรการใหม่ที่ชัดเจน อาจกลับมาเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขาย EV ได้
ครม.รับทราบแนวทางผลักดันการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้คนไทยรับชมฟรี โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานงานร่วมกับ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่นายอนุทินยืนยันว่าคนไทย “ต้องดูฟรี” แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะใช้เงินจากภาครัฐหรือเอกชนสนับสนุน ด้านโฆษกรัฐบาลย้ำว่ายังไม่มีการอนุมัติงบประมาณในที่ประชุม ครม. ประเด็นนี้คาดเป็น sentiment บวกต่อกลุ่มสื่อ โฆษณา การบริโภค และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด จากโอกาสที่เม็ดเงินโฆษณาและ engagement จะเพิ่มขึ้นในช่วงฟุตบอลโลก
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. 2569 ลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 50.6 ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน จากความกังวลเศรษฐกิจชะลอ ค่าครองชีพสูง และความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงาน ขณะที่ภาคธุรกิจมองเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะ “Sideway Down” อย่างไรก็ตาม มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงินรวมกว่า 2 แสนล้านบาท อาจช่วยพยุงกำลังซื้อและเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2569 โดยหอการค้าฯ คาด GDP ปี 2569 โต 1.5-2% มองเป็น sentiment ลบต่อหุ้น domestic play โดยเฉพาะค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และเช่าซื้อ แต่หุ้น defensive และกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากมาตรการรัฐอาจ outperform ตลาด
รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า พิจารณายกเลิกมาตรการ “ฟรีวีซ่า 60 วัน” สำหรับ 93 ประเทศ หลังถูกมองว่าอาจเปิดช่องให้ต่างชาติใช้ไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรม โดยจะกลับไปใช้ “ฟรีวีซ่า 30 วัน” เป็นหลัก และอาจปรับบางประเทศเหลือ 15 วัน เพื่อเน้นนักท่องเที่ยวระยะสั้นและลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง ขณะที่วีซ่าระยะยาวด้านการแพทย์และการศึกษายังไม่ถูกกระทบ มองเป็น sentiment ลบเล็กน้อยต่อกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบินระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่พึ่งพานักท่องเที่ยว long-haul แต่ผลกระทบจริงคาดว่าจำกัด หากยังคงฟรีวีซ่า 30 วันสำหรับประเทศหลัก
Daily Picks
KCE ราคาพื้นฐาน 37.00 บาท
KCE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 90% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรฟื้นตัวเด่นเมื่อเทียบรายไตรมาส จากยอดขายที่ดีขึ้น และมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 54 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนที่ขาดทุน FX
กำไรปกติอยู่ที่ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 44% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าคาด 12-23% จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ต่ำกว่าคาด พร้อมแรงหนุนจาก utilization rate ที่ดีขึ้น และสัดส่วนสินค้า HDI PCB ที่เพิ่มขึ้น
รายได้จากการขายอยู่ที่ 99 ล้านดอลลาร์ ลดลง 7% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน แม้ถูกกดดันจากเงินบาทแข็งค่า แต่ demand เริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบรายไตรมาส คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37 บาท จากแนวโน้มกำไรที่ทยอยฟื้นตัวและ product mix ดีขึ้น
ADVANC ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท
การปรับฐานของราคาหุ้น ADVANC เพิ่มเติม อาจเป็นจังหวะทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะยาวในหุ้นโทรคมนาคม ซึ่งยังมีโครงสร้างอุตสาหกรรมที่แข็งแรงจากผู้เล่นรายใหญ่หลัก 2 ราย และมีความสามารถในการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจในปี 2569 ได้ดี
บริษัทมีความโดดเด่นจากบริการครบวงจร ทั้งการเชื่อมต่อ คอนเทนต์ และอุปกรณ์ รวมถึงวินัยในการบริหารต้นทุนและการลงทุน ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อกำไร และยังเปิดโอกาสให้บริษัทชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้ในระยะถัดไป
Valuation ปัจจุบันซื้อขายบริเวณ EV/EBITDA 9.9 เท่า พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5.2% ต่อปี
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันพุธ ติดตามดัชนี US PPI เดือน เม.ย. คาดทรงตัวที่ 0.5% เมื่อเทียบรายปี ส่วน US Core PPI คาดอยู่ที่ 0.3% เร่งขึ้นจาก 0.1% ในเดือน มี.ค. รวมถึงรายงานสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ รายสัปดาห์ ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน รายงานครั้งที่ 2 คาดทรงตัวที่ 0.8% และการประกาศรายชื่อหุ้น MSCI Rebalancing รอบใหม่
วันพฤหัสบดี ติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.05 แสนตำแหน่ง ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดเพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือน รวมถึงการประชุมระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping วันที่ 14-15 พ.ค.
วันศุกร์ ติดตามดัชนี Empire Manufacturing เดือน พ.ค. คาดอยู่ที่ 8.0 จุด ลดลงจาก 11.0 จุด และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ เดือน พ.ค. คาดเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ฟื้นตัวจาก -0.5% ในเดือน เม.ย.