“จตุพร” ชี้ 2 ทางเลือก “ทักษิณ” วางมือหรือไม่วางมือการเมือง ยกโพล 80% เชื่อยังไม่หยุดบทบาท
วันที่ 13 พ.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า…
ชี้สองทางเลือก“ทักษิณ” วางมือ-ไม่วางมือการมือง ยกโพลทุกสำนักกว่า 80% เชื่อไม่วางมือ ส่อเปิดหน้าออกความเห็นวิจารณ์การเมือง ระบุคำพูดการเมือง บอก“ลืม” คือการสะท้อนถึงความจำ
เมื่อ 12 พ.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษออกจากคุก อนาคตจะส่อแนวโน้ม“วางมือหรือไม่วางมือทางการเมือง” ซึ่งมีเพียงทักษิณ คนเดียวต้องตัดสินใจจะอยู่แบบคนธรรมดาหรือแสดงบทบาทคนสาธารณะอีก
อย่างไรก็ตาม หากเทียบเคียงผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้อธิบายการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมืองไปมากแล้ว โดยบ่งชี้ว่า ในการเลือกตั้งไม่มีใครกลัวเกรงทักษิณ อีกเลย เพราะผ่านเลยจุดสูงสุดความนิยมทางการเมืองไปแล้วตั้งแต่กลับไทยและยอมรับได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริง
สิ่งสำคัญ ทักษิณ ยังไม่หมดโทษจำคุกซึ่งเหลืออีก 4 เดือน แม้ได้รับการพักโทษก่อน แต่ยังแสดงออกทางการเมืองได้ ถึงที่สุดแล้วมีอีก 3 คดีรอชี้ชะตาอนาคตอยู่ คือ คดีชั้น 14 คดี ม.112 และคดีจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท
ในคดีชั้น 14 ผลของคำสั่งศาลฎีกา ฯ ให้ติดคุก โดยมีขบวนการร่วมยังค้างอยู่ที่ ปปช. และยรอขยายผลถึงบุคคลเข้าข่ายร่วมทำผิด ซึ่งคาดว่าคดีนี้มีความเสี่ยงมากกว่าคดี ม.112 ที่ยังอยู่ขั้นศาลอุทธรณ์และไปถึงศาลฎีกา ส่วนคดีเก็บภาษี 1.7 หมื่นล้านบาทอยู่ในชั้นกรมสรรพากรต้องตามเรียกเก็บเงินจากทักษิณ ดังนั้น ทุกเรื่องไม่ใช่การกล่าวหาแแต่เป็นข้อเท็จจริงทางคคี
อีกทั้งกล่าวว่า เมื่อทักษิณ ออกจากคุก มีคนมาต้อนรับมากมาย เห็นแค่รถบัส รถตู้ก็พออธิบายถึงผู้คนได้ อีกอย่างมี สส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมารอรับ ส่วนรัฐมนตรีไม่มีมา เพราะศาล รธน.เคยวินิจฉัยจริยธรรมนักการเมืองเรื่องการคบคนไว้เป็นกรณีศึกษาแล้ว
"ที่ทักษิณ ออกมาพูดว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน เป็นอัลไซเมอร์ (โรคสมองเสื่อม) จำอะไรไม่ได้ แต่เดินทักทายผู้คนมาต้อนรับ และจำได้ถูกต้องหมด ในทางการเมืองนั้นการบอกไม่จำ (ลืม) ก็คือการจำ ดังนั้น การเมืองไม่ใช่พูดซ้ายต้องมาซ้ายเสมอไป หรือพูดหน้าจะมาหลังก็ได้”
นายจตุพร กล่าว่า ทักษิณ ต้องคิดถึงเส้นแบ่งระหว่างอิสรภาพกับการถูกจองจำอีกครั้ง เพราะสองเส้นนี้ใกล้กันมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับทักษิณ ถ้าจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ย่อมไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือยังจะยุ่งทางการเมืองก็ต้องถูกวิจารณ์ได้ เพราะเป็นคนสาธารณะ และดูจากโพลแล้ว มีกว่า 80% เชื่อว่าจะไม่วางมือทางการเมือง
“เมื่อทักษิณ เป็นทุกสิ่งอย่างของพรรคเพื่อไทย ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับทักษิณเองจะอยู่เบื้องหลัง หรือออกมาเล่นเอง แต่ถ้าเทียบกับเสียง สส.ในยุคทักษิณจาก 377 เสียง แต่ขณะนี้เหลือเพียง 74 หายไป 303 เสียง ดังนั้น แทบหาความเป็นไปได้ยากที่จะกลับมาสู่จุดเดิมได้อีก”
#จตุพร #ทักษิณ #ทักษิณชินวัตร #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #รัฐบาล #วางมือการเมือง #โพลการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline