โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“จีน-สหรัฐ” เปิดฉากเจรจาที่เกาหลีใต้รอบสุดท้าย ก่อนประชุมสี จิ้นผิง-ทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.42 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"จีน-สหรัฐ" เปิดฉากเจรจาที่เกาหลีใต้รอบสุดท้าย ก่อนประชุมสี จิ้นผิง-ทรัมป์ ท่ามกลางความหวังต่ออายุพักรบทางการค้า รวมถึงถกข้อพิพาทด้านภาษี เทคโนโลยี และแร่หายาก

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.14 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ตัวแทนการค้าจากจีนและสหรัฐเข้าหารือกันที่เกาหลีใต้เมื่อวันพุธ เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และโดนัลด์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก

สื่อทางการจีนรายงานว่าเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเดินทางถึงกรุงโซลตั้งแต่วันอังคาร พร้อมกับหลี่ เฉิงกัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน ได้พบกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่สนามบินอินชอนในช่วงบ่าย

ด้าน Bessent เดินทางมาจากญี่ปุ่น หลังเข้าพบซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อวันอังคาร และมีกำหนดเดินทางต่อไปยังจีนภายในวันเดียวกัน ขณะที่ทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในช่วงค่ำวันพุธ ก่อนเข้าหารือทวิภาคีกับสี จิ้นผิง ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ ซึ่งจะถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐ ในรอบเกือบ 9 ปี

เกาหลีใต้ยังเป็นสถานที่จัดการพบกันครั้งล่าสุดระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงระงับมาตรการภาษีเพิ่มเติมและข้อจำกัดด้านการส่งออกเป็นเวลา 1 ปี โดยตลาดกำลังจับตาว่าข้อตกลงพักรบทางการค้าดังกล่าวจะได้รับการต่ออายุหรือไม่ รวมถึงแนวทางใหม่ในการบริหารความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ

เจ้าหน้าที่สหรัฐ ยังเสนอแนวคิดจัดตั้ง “คณะกรรมการการค้า” (board of trade) เพื่อกำหนดกรอบบริหารความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ แม้รายละเอียดจะยังไม่ชัดเจน

สำหรับจีน การรักษาเสถียรภาพด้านการค้ากับสหรัฐถือเป็นภารกิจสำคัญ ขณะที่รัฐบาลเร่งผลักดันการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ซึ่งถูกกำหนดเป็นเป้าหมายหลักในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีถึงปี 2573 อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การจำกัดผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้สัดส่วนการค้าตรงกับสหรัฐจะลดลงก็ตาม

ด้านทรัมป์อาจได้รับแรงสนับสนุนทางการเมืองในประเทศ หากจีนยอมเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร เครื่องบิน และพลังงานจากสหรัฐ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า การดำเนินการจริงยังเป็นคำถามสำคัญ เพราะในสมัยแรกของทรัมป์ จีนเคยไม่สามารถทำตามคำมั่นที่จะเพิ่มการซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐ มูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ได้ครบถ้วน ตามการประเมินของ Peterson Institute for International Economics

สหรัฐยังให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก (rare earths) หลังมาตรการควบคุมการส่งออกของจีนสร้างผลกระทบต่อการผลิตทั่วโลก และกระตุ้นให้วอชิงตันเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานทางเลือก

Jacob Gunter หัวหน้าโครงการด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของ Mercator Institute for China Studies กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม สงครามอิหร่านยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ และอาจทำให้การเจรจาไม่สามารถสร้างความคืบหน้าครั้งใหญ่ได้

แม้อยู่ในช่วงพักรบทางการค้า แต่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐยังได้เปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 เมื่อเดือน มี.ค. ซึ่งอาจนำไปสู่การขึ้นภาษีใหม่ต่อจีนและประเทศอื่น ๆ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรม การใช้แรงงานบังคับ และปัญหากำลังการผลิตล้นตลาด

ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการเปิดการสอบสวนมาตรการของสหรัฐฯ ที่ถูกมองว่ารบกวนห่วงโซ่อุปทานโลกและขัดขวางการค้าสินค้าสีเขียว

Jacob Gunter มองว่า แม้ทั้งสองฝ่ายอาจบรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจบางส่วนได้ แต่ก็อาจไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างสองประเทศ

“ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นเพราะทั้งสองประเทศมีโมเดลเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างพื้นฐาน และความแตกต่างนั้นกำลังยิ่งขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ” เขากล่าว

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...