จัดหางานชัยภูมิ เคลื่อนไหวทันที หลังถูกเกาหลีใต้ประกาศสั่ง ห้ามเข้าทำงาน
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดชัยภูมิ นางชุติมา จุมังมอ จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงกรณีที่ทางการสาธารณรัฐเกาหลีประกาศระงับการนำเข้าแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ อุดรธานี ขอนแก่น และมหาสารคาม เป็นระยะเวลา 1 ปี ว่า ขณะนี้กรมการจัดหางานได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
สาเหตุสำคัญมาจากการที่แรงงานไทยบางส่วน ซึ่งเดินทางไปทำงานภายใต้ระบบ MOU วีซ่า E-8 ในภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ได้หลบหนีนายจ้างและฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาจ้าง ส่งผลให้ทางการเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ต่อแรงงานที่กระทำผิด รวมถึงตัดสิทธิการนำเข้าแรงงานจากทั้ง 4 จังหวัดดังกล่าวชั่วคราว
นางชุติมา กล่าวว่า ปัญหาการหลบหนีนายจ้างไม่เพียงกระทบต่อตัวแรงงานที่กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแรงงานไทยในสายตานายจ้างต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงงานที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจสูญเสียโอกาสในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศไปด้วย
ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัด ได้เร่งประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนไปยังแรงงานไทยที่เตรียมเดินทางไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาจ้างอย่างเคร่งครัด และไม่หลบหนีนายจ้าง เนื่องจากถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายของประเทศปลายทาง
สำหรับแรงงานที่หลบหนีนายจ้าง นอกจากจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเกาหลีใต้แล้ว ยังเสี่ยงถูกจับกุม จำคุก และส่งตัวกลับประเทศไทย รวมถึงถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานในต่างประเทศได้อีกในอนาคต
ปัจจุบัน มีแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศเกาหลีใต้มากกว่า 21,000 คน ส่วนใหญ่เดินทางผ่านระบบ EPS และ E-8 โดยทางสำนักงานจัดหางานย้ำว่า การกระทำของแรงงานเพียงบางส่วน อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยทั้งประเทศ และทำให้ผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องเสียโอกาสไปจนถึงสิ้นปี 2569 ตามมาตรการที่ทางการเกาหลีใต้กำหนดไว้ในขณะนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม