อเมริกันชนจงรู้ไว้ "ทรัมป์" เตรียมขอเพิ่มงบฯกลาโหม ปี 70 เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดนวิจารณ์หนักเน้นสงครามตปท. แต่ไร้รับผิดชอบชีวิตพลเมือง!
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ยื่นคำขอต่อสภาคองเกรส เพื่ออนุมัติงบประมาณด้านกลาโหมมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 49 ล้านล้านบาท) สำหรับปี 2570 โดยเป็นการเพิ่มงบมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ในปีเดียว ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐ ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากสงครามกับอิหร่าน รวมถึงภาระด้านความมั่นคงในระดับโลก ที่ขยายตัว ทั้งนี้ รายงานจากสื่อสหรัฐที่อ้างถึงการบรรยายสรุปแบบปิด ในสภาคองเกรส ระบุว่า สงครามกับอิหร่านอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงวันละ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 6.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงภาระทางการเงินขนาดใหญ่ แม้จะยังไม่รวมต้นทุนในระยะยาว เช่น การฟื้นฟูและการจัดหาอาวุธเพิ่มเติม นอกจากนี้ ข้อเสนองบประมาณดังกล่าวยังเน้นถึงความจำเป็นในการรักษาปฏิบัติการทางทหาร และการเติมเต็มคลังอาวุธที่ลดลง ซึ่งเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วน ทรัมป์เสนอให้ปรับลดงบประมาณที่ไม่ใช่ด้านกลาโหมลงราว 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2 ล้านล้านบาท) หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลดหรือยกเลิกโครงการที่ไม่มีความจำเป็น และส่งคืนภาระหน้าที่บางส่วน ให้กับรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่น ทั้งนี้ ทรัมป์ยังได้เน้นย้ำว่า การลงทุนด้านการทหารต้องมาก่อนในช่วงสงคราม แม้จะต้องแลกกับการลดงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมก็ตาม
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากพรรคเดโมแครต โดยแพตตี เมอร์เรย์ ผู้นำด้านงบประมาณของวุฒิสภา กล่าวว่า การจัดลำดับความสำคัญดังกล่าว เป็นการเน้นการใช้จ่ายด้านการทหาร มากกว่าความเป็นอยู่ของประชาชน ทรัมป์กำลังดำเนินนโยบายสงครามต่างประเทศ ที่ไร้ความรับผิดชอบ ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันของทรัมป์เอง ก็เสียงแตก บางส่วนแสดงการสนับสนุน แต่ก็มีสมาชิกบางส่วน กังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลาง สำหรับข้อเสนอของทำเนียบขาวนี้ ถูกเผยแพร่ในรูปแบบเอกสารงบประมาณ ความยาว 92 หน้า ซึ่งแสดงถึงลำดับความสำคัญของรัฐบาล แต่ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยสภาคองเกรสยังมีอำนาจในการแก้ไขหรือปฏิเสธได้ ทั้งนี้ในภาพรวม สหรัฐกำลังเผชิญกับการขาดดุลงบประมาณรายปีเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ รวมถึงยังมีหนี้สาธารณะรวมเกินกว่า 39 ล้านล้านดอลลาร์อยู่ก่อนแล้ว ทำให้ข้อเสนอนี้ อาจเพิ่มภาระหนี้อีกหลายล้านล้านดอลล่าร์ ในอีกสิบปีข้างหน้า