จับตา!! ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวในเดือน เม.ย.
จับตา!! ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีแนวโน้มฟื้นตัวในเดือน เม.ย. หลังเผชิญแรงขายหนักในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือน มี.ค.
ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หลังเผชิญแรงขายหนักในช่วงสามสัปดาห์แรกของเดือน มี.ค. 2569 โดยดัชนีหุ้นทั่วโลก 20 ดัชนี ครอบคลุมหลายภูมิภาค ปรับตัวลงในกรอบ -4.3% ถึง -12.4% หรือเฉลี่ยราว -10.2% ความผันผวนดังกล่าวสะท้อนปฏิกิริยาของนักลงทุนต่อความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งจากราว 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไปแตะระดับ 120 ดอลลาร์ กดดันบรรยากาศการลงทุนผ่านความกังวลด้านเงินเฟ้อและความเสี่ยงเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อสูง (Stagflation)
ผ่านช่วง Panic Cycle
อย่างไรก็ตาม ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่าบรรยากาศการลงทุนได้ผ่านช่วง Panic Cycle ไปแล้ว โดยภาวะ Risk-off มีแนวโน้มทยอยคลี่คลาย ตามทิศทางของความขัดแย้งที่เริ่มเข้าสู่ช่วงลดระดับความรุนแรง (De-escalation) ซึ่งคาดว่าจะเห็นสัญญาณชัดเจนตั้งแต่กลางเดือน เม.ย. เป็นต้นไป การประเมินดังกล่าวอิงจากการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งชี้ว่าสงครามสมัยใหม่มุ่งเน้นการทำลายขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะแรก ประกอบกับความแตกต่างด้านงบประมาณกลาโหมระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ห่างกันเกือบ 40 เท่า ทำให้สหรัฐมีศักยภาพในการควบคุมสถานการณ์ได้สูง
ความเสี่ยงตลาดเปลี่ยนโฟกัส
แบบจำลองสถานการณ์ชี้ว่าการรบหลักมีแนวโน้มยุติภายในราว 6 สัปดาห์ ขณะที่ข้อมูลจากสนามรบสะท้อนว่าความสามารถในการตอบโต้ของอิหร่านลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ความเสี่ยงของตลาดขยับจากความเสี่ยงการขยายวงสงคราม ไปสู่ความเสี่ยงจากความวุ่นวายที่ตกค้าง (Residual Risk) ซึ่งกระทบสินทรัพย์เสี่ยงในวงจำกัดกว่า
ตลาดน้ำมันเริ่มลด Fear Premium
ในด้านตลาดน้ำมัน ราคากำลังเปลี่ยนจากภาวะ Panic Pricing ไปสู่การลด Fear Premium โดยส่วนต่างราคาน้ำมันล่วงหน้า (Front Month เทียบสัญญาระยะไกล) ขยับขึ้นสู่ระดับใกล้เคียงช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนปี 2565 ก่อนที่ราคาน้ำมันจะเข้าสู่การปรับฐานในเวลาต่อมา โครงสร้างดังกล่าวบ่งชี้ว่าความกลัวในตลาดน้ำมันเริ่มเข้าใกล้จุดอิ่มตัว และหากภาพ De-escalation เป็นไปตามคาด การผ่อนคลายของราคาพลังงานจะกลายเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยงในเดือน เม.ย.
EM และเทคโนโลยีได้อานิสงส์
ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง มองว่าตลาดหุ้น Emerging Markets (EM) จะได้รับแรงหนุนโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง เนื่องจากหลายประเทศเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีแนวโน้มฟื้นตัว จากความกังวลด้านอัตราดอกเบี้ยและ Bond Yield ที่เริ่มผ่อนคลายลง ในเชิงโครงสร้าง หุ้นเทคโนโลยียังได้รับแรงหนุนจากกระแส AI Supercycle ที่ยังคงแข็งแกร่ง
วัฏจักรการผลิตโลกเริ่มฟื้น
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าภาคการผลิตโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดและเข้าสู่ช่วง Early Recovery โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่กลับมายืนเหนือระดับ 50 ในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ สะท้อนอุปสงค์ที่เริ่มฟื้นตัวในวงกว้าง โครงสร้างการฟื้นตัวในลักษณะปลายน้ำสู่ต้นน้ำ (Downstream-to-Upstream) เป็นสัญญาณของการฟื้นตัวแบบ Broadening Recovery ซึ่งมักหนุนกำไรบริษัทผ่าน Operating Leverage โดยเฉพาะในประเทศ EM ที่มีสัดส่วนภาคการผลิตสูง
มุมมองดอกเบี้ยยังเอื้อการฟื้นตัว
แม้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจากสงครามอาจกดดันนโยบายการเงิน แต่ตัวชี้วัดความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงวิกฤตปี 2565 อย่างมีนัยสำคัญ ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ยังคงมุมมองว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ปรับจำนวนครั้งลงเพื่อสะท้อนความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อ โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงสู่กรอบ 3.0-3.25% ในช่วงครึ่งหลังของปี
โดยสรุป ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่าตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ระยะฟื้นตัวในเดือน เม.ย. หลังผ่านความผันผวนรุนแรงในเดือน มี.ค. กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการ สร้างสมดุลพอร์ตการลงทุน ผ่านการทยอยสะสมหุ้นในกลุ่ม EM และกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยที่แตกต่างแต่เสริมกันในช่วงของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือน เม.ย. 2569
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิด 3 ฉากทัศน์ ‘สงครามตะวันออกกลาง’ หวั่นยืดเยื้อ หุ้นไทยเสี่ยงดิ่งแตะ 1,170 จุด
- ‘โกลเบล็ก’ มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังผันผวน ส่องโพยหุ้นเด่นรับอานิสงส์ FTA โต
- เจาะ 10 หุ้นไทย กำไรปี 2569 ลุ้น All-Time High
ติดตามเราได้ที่