โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอส-กันตพงศ์” รับฟ้องกลับหย่าภรรยา เหตุเพราะลูกเรียกตัวเองว่า “ลุง” ช้ำสุดลูกสับสน-เมินตอบปมมือที่สาม

เดลินิวส์

อัพเดต 4 เมษายน 2569 เวลา 22.07 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“เอส-กันตพงศ์” พระเอกดัง รับฟ้องกลับหย่าภรรยา เหตุเพราะลูกเรียกตัวเองว่า “ลุง” แต่เรียกคนอื่นว่า “แด๊ดดี้” ช้ำสุดลูกสับสน-เมินตอบปมมือที่สาม งานนี้ให้คิดกันเอาเอง

ร้อนแรงหนักมากหลังภรรยาชาวต่างชาติของ เอส กันตพงศ์ พระเอกดังออกมาเล่าเหตุการณ์ฟ้องหย่าเอส ทำเอาหลายคนตกใจและพากันห่วงใยหนักมาก ว่าเพราะอะไร ทำไมต้องหย่า ล่าสุดเจอตัวเอสในงาน “เอ ศุภชัย”เชิญเปิดตลาด “A fair”อร่อยเกรดเอ" เจ้าตัวก็ได้เปิดใจปมนี้ พร้อมเรื่องมือที่สามที่หลายคนสนใจอีกด้วย

เอส เผยว่า “เรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมก็เพิ่งได้ทราบพร้อมกับทุกคนจริงๆ ที่เขาได้ออกไปให้สัมภาษณ์ ที่เขาให้สัมภาษณ์มันไม่ใช่ความจริง มีในหลายส่วน ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการฟ้องหย่า ผมเป็นคนโดนฟ้องหย่า ถามว่านานขนาดไหนเขาน่าจะทราบดี ก็ตั้งแต่หายป่วยใหม่ๆ ก็จะมีข้อมูลตรงนั้นอยู่ เรื่องสิทธิ์การปกครองบุตร ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนเขาฟ้องหย่าเขาเป็นคนขออันนั้น ว่าตัดขาดผมออกไปจากการปกครอง เขาปกครอง 100เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้ขึ้นศาล ก็เก็บความจริงไว้ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอก ไม่อยากให้กระเทือนกับลูก เหตุผลที่ผมโกหกทุกคนไปและไม่ยอมพูดคือผมได้ประโยชน์และลูกผมได้อะไร ผมก็บอกว่าคุณพูดไปลูกได้อะไรบ้าง เลยไม่รู้จริงๆว่าจะพูดอะไร รู้แค่ว่า ถ้าไปย้อนดูว่าหย่าเพราะอะไร ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบเช่นกัน อาจจะมีในสิ่งหนึ่งที่เขาพูดว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้ก็ต้องถามเขามากกว่า ถ้าพูดว่าเป็นบุคคลที่สามเป็นครอบครัวผมคือ ครอบครัวผมไม่เคยเข้ามายุ่งนะครับ แต่ครอบครัวผมเข้ามายุ่งในตอนที่ผมป่วยอยู่โรงพยาบาลเท่านั้น เพราะไม่มีใครดูแลนอกจากคุณแม่และน้องชาย คุณพ่อ พี่สาวและญาติ ลองถามเขาก็ได้ว่าทำไมไม่มาดูผม ซึ่งผมขออนุญาตไม่พูดดีกว่า เขาน่าจะทราบดีว่า เขาบอกว่าเขาไม่พร้อมที่จะดูแล มันจะมีอีกหลายประเด็น ผมขอไม่พูดเหมือนที่ผมบอกผมยังไม่เข้าใจเลยว่าเขาให้สัมภาษณ์อันนั้นลูกได้อะไร ผมยังงงอยู่จริงๆ”

“ผมไม่กล้าดูสิ่งที่เขาพูดจบนะครับ ผมดูได้นิดเดียวจริงๆ ผมจับได้แค่ประโยคที่ว่าที่เค้าออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง แล้วสิทธิ์ของตัวเองที่เค้าพยายามปกป้องคืออะไร ผมยังคิดไม่ออก จะมีที่เขาพูดว่าเดี๋ยวผมจะไปฟ้องร้องขอสิทธิ์ปกครอง ย้ำอีกครั้งครับว่าไม่ใช่ เขาเป็นคนฟ้องร้อง ขอสิทธิ์ปกครอง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าบอกว่าผมฟ้องรอบสองจริงไหม จริงครับ ผมไปฟ้องกลับ แต่ว่าผ่านมาเกือบปีสองปีนะครับ เหตุผลที่ฟ้องเพราะผมก็เก็บมาเกือบ 3 ปี แต่มารู้จริงๆเพราะว่าลูกเรียกผมว่าลุง แต่ผมก็ไม่อยากพูด เขาเรียกว่าลุงมาตลอด แต่ไปเรียกชื่ออีกคนนึงว่าพ่อ ผมแก้ตัวให้ลูกด้วย จนวันนั้นไปส่งลูก ซึ่งลูกพูดต่อหน้าเขาว่า วันนี้แดดดี้… ไม่มาหรอ วันนี้ลุงเอสมาส่ง ผมรู้แล้ว แต่ผมก็แกล้งบอกว่าเอ๋ลูกพูดผิดหรือเปล่า เขาก็แค่จูงลูกไปไม่บอกอะไร จนผมได้เห็นกับตาตัวเองประมาณปลายปีที่แล้ว อ๋อ ลูกไม่ได้โกหก แล้วถ้าสัมภาษณ์รอบที่แล้วทุกๆคน ที่ถามว่าลูกอยู่ไหน ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ทราบ ที่บอกว่าบ้านลูกอยู่ไหน ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบ”

เอส เล่าต่อว่า “ตอนที่ลูกเรียกว่าลุงตอนนั้นความรู้สึกพูดไม่ออกครับ เพราะว่าลูกเรียกลุงประมาณ 3-4 วัน ลูกหยุดเรียกว่าลุง ตอนที่ทางฝั่งนั้นเห็นว่าลูกพูดต่อหน้าเขาด้วย วันรุ่งขึ้นลูกถึงเรียกผมว่าพ่อ ผมไม่รู้เขาไปคุยอะไรกับลูก ผมยังจำได้เลยที่ห้างสรรพสินค้า ลูกเรียกผมว่าลุงต่อหน้าเขาแล้วถามว่าแด๊ดดี้จุดจุดจุดไม่มาเหรอ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้น แล้วที่ทุกคนเห็นผมไม่ค่อยชอบโพสต์คลิป แต่ลูกติดผม ชอบเล่นเพราะผมชอบตามใจ แต่ตั้งแต่อันนั้นอ่ะครับ พฤติกรรมเปลี่ยน เปลี่ยนไปเยอะ ผมได้เจอลูกเดือนหนึ่งประมาณ 20 ชั่วโมง วันนึงไปรับลูกประมาณสักบ่ายสาม ส่งหกโมงเย็น ถ้าไม่รับตัดเวลาไปก็เหลือวันละชั่วโมง อาทิตย์หนึ่งผมได้เจอลูกประมาณ 3 วันก็หกชั่วโมง หกชั่วโมงคูณสี่ก็ยี่สิบสี่ โดยประมาณ ทำไมเป็นแบบนี้น่าจะถามเขาครับว่าเพราะอะไร”

“ถามว่าที่ยุติความสัมพันธ์ส่วนหนึ่งมาจากมือที่สามไหม ผมไม่ทราบครับ ขอไม่พูดถึงตรงนั้นด้วย แต่ก็แค่ขอพูดปกป้องแทนคุณแม่ เพราะสังคมเข้าใจผิดว่า คุณแม่เข้ามาก้าวก่ายและมีมือที่สาม ไม่รู้ว่าล่ามจะแปลผิดหรือเปล่า อันนี้ปกป้องเขาอีกแล้ว (ยิ้ม) ล่ามอาจจะแปลผิดหรือเปล่า เขาอาจจะไม่ได้พูดแบบนั้น แต่ผมมาฟังภาษาอังกฤษ ก็คล้ายๆเนอะ แต่คุณแม่คุณพ่อไม่ได้เข้ามายุ่งเลย คือ คุณพ่อคุณแม่เข้ามายุ่งเรื่องเดียวคือดูแลผมตอนอยู่โรงพยาบาลและเรื่องเงินที่โอนให้เขาตลอด แต่เดือนละเท่าไหร่ผมไม่ทราบ ตอนอยู่โรงพยาบาลญาติก็เป็นห่วงก็โอนให้ตลอด เรื่องสัญญาห้ามคืออันนั้นผมเสนอเอง และเหตุผลก็บอกว่าผมไม่อยากให้ลูกต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ผมยังงงที่ว่าเขาปกป้องสิทธิ์ตนเอง แล้วคุณลืมคิดถึงลูกเหรอ ทำไมไม่คิดถึงลูก และสิ่งที่คุณกำลังปกป้องคือตัวคุณหรือลูกกันแน่ คริสติน่าเป็น ผมไม่ได้บอกว่าเขาเป็นแม่ที่ดี ผมเชื่อว่าเขารักลูกเหมือนที่ผมรัก ไม่มีใครไม่รักลูก แต่บางครั้งคุณควรคิดให้ละเอียดนิดนึงก่อนที่จะอะไรลงไป”

“การฟ้องร้องอยากให้จบยังไง คือต้องการให้ได้กลับมาเป็นพ่อ แล้วเขาก็เป็นแม่เหมือนเดิม คือพ่อและแม่ก็มีลูก ลูกก็มีพ่อแม่ ทำหน้าที่ของพ่อคือนั่งคือสิ่งที่ผมต้องการคือการที่ทำหน้าที่พ่อ และรู้สึกเหมือนเขาจะให้สัมภาษณ์ว่าผมเป็นคนฟ้องร้องเนอะ แต่ไม่ใช่เรื่องจริง ผมเป็นคนขอคุยกับเขา บอกว่าขอคุยหน่อยเพราะเขาอยากให้ผมมาเซ็นต์ ไม่ใช่เรื่องจริง ที่เรื่องจริงคือผมพยายามคุย กับเขาตลอดว่าเพราะอะไร มันเกิดอะไรขึ้นเราคุยกันดีกว่าไหม มันมีข้อตกลงอะไรได้บ้างที่เราจะคุยกันได้อย่างดี สุดท้ายคือการที่เขากำหนดเวลาว่าอยากให้รีบเซ็นต์ให้หน่อย จนไม่ได้เซ็นต์ตามที่เขาต้องการ ก็นั่นแหละครับไปเจอหมายศาลที่บ้าน เขาฟ้องหย่า เขามายื่นให้ก่อนส่วนตัวหรือที่บ้านจำไม่ได้ อย่างเรื่องลูกเขาเรียนรู้ไว การที่ลูกเรียกผมว่าลุงมันแสดงออกอยู่แล้วว่าเขากำลังงง แล้วก็เรียกผิดคน ความรู้สึกตอนนี้ลูกไม่ควรต้องมาเจออะไรแบบนี้ ลูกไม่ควรที่จะมายินสิ่งที่พ่อกับแม่พูด ไม่ควรเลย แต่คดีในชั้นศาลก็ไม่รู้เลยว่าจะจบไหม (ยิ้ม) สิ่งที่ต้องการคือขอแค่ได้เจอลูก ให้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูก ไม่ใช่เดือนละแค่ 20 ชั่วโมง ที่เขาบอกว่าไม่เคยกีดกันความเป็นพ่อ คือคำพูดกับการกระทำอาจจะสวนทางกันนิดนึง การเจรจาเกิดขึ้นไหม ล่าสุดคือทางเขาไม่ได้อยากเจรจา ไม่ยอมเจรจา ผมต้องการแค่เอส กันตพงศ์ คือพ่อของเด็กหญิงวาเลนติน่า ไม่ใช่ลุง ถ้าเขาจะเจรจา ผมยินดีและอยากมาก ๆคือเงินที่จะเสียค่าทนายจะเสียเพื่อ จะเสียอีกกี่ครั้ง พ่อแม่ผม โอนเงินให้คุณคือเก็บไว้ให้ลูกใช้ ไม่ได้เก็บไว้จ้างทนาย อันนี้ผมยังงงอยู่ ผมอยากให้จบด้วยการคุย ผมพยายามคุยกับเขามาเป็นปีมั้งครับ แต่มันเป็นสิทธิ์ของเขา ที่ทำให้คุยไม่ลงตัวไม่ทราบจริงๆ เสียใจที่เหตุการณ์นี้กระเทือนต่อลูก ในอนาคตจะคนละครึ่งไหม เขาฟ้องตอนแรกขอสิทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้ขอคนละครึ่ง แต่รอบสองผมฟ้องไป เพื่อให้เครื่องเตือนว่ามาคุยกันดีไหม ผมก็แยงไป ที่เขาขอสิทธิ์ปกครองร้อยเปอร์เซ็นต์ คือสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ตามที่เขาขอ เลยมาตกลงกันว่ามาเจอกันตามนี้ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นข้อตกลงตามที่คุยไว้ เรื่องขึ้นศาลตอนไหนอีกหวังว่าจะไม่มี”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...