ตำรวจแถลง ผลการช่วยเหลือคนไทยเหยื่อค้ามนุษย์ในต่างแดน เตือน ปชช.ให้ไปทำงานโดยถูกกฎหมาย
วันที่ 16 ธันวาคม 2564 พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวผลการช่วยเหลือแรงงานไทยถูกหลอกลวงไปทำงานที่ต่างประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 364 คน แบ่งเป็นการช่วยเหลือจากประเทศกัมพูชา จำนวน 361 คน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำนวน 3 คน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในกรณีดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก โดยมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดที่หลอกลวงคนไทยไปบังคับใช้แรงงานในกัมพูชาได้ทั้งสิ้น 32 ราย จับกุมแล้ว 15 ราย คงเหลือ 17 ราย และออกหมายจับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทยไปค้าประเวณีที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ทั้งสิ้น 25 ราย จับกุมแล้ว 5 ราย คงเหลือ 19 ราย
กรณีผู้เสียหายจากกัมพูชานั้น เป็นกรณีถูกหลอกลวงจากข้อมูลการรับสมัครงานทางโซเชียลมีเดียเหมือนปกติทั่วไป ตั้งแต่งานรับจ้างทั่วไป จนถึงงานในคาสิโน โดยมีการใช้ตัวเลขรายได้ที่สูงมาล่อใจ เพื่อให้ผู้เสียหายมีความสนใจสมัครไปทำงานดังกล่าว แต่แท้จริงแล้วได้มีการนำพาผู้เสียหายข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ และมีการยึดหนังสือเดินทาง บังคับให้ทำงานที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหลอกลวงให้คนไทยลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง หรือคอลเซ็นเตอร์ สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท หากใครไม่ยอมทำงานดังกล่าวก็จะถูกบังคับทุบตี ทำร้ายร่างกาย กักขัง และอดอาหาร จะต้องหาทางร้องขอความช่วยเหลือจากทางการไทยเพื่อช่วยเหลือกลับประเทศไทย
ส่วนในกรณีผู้เสียหายจากดูไบ เป็นกรณีที่ผู้เสียหายได้ถูกหลอกลวงในลักษณะใกล้เคียงกันคือ เป็นการรับสมัครงานในลักษณะนวดในดูไบ และมีการใช้ตัวเลขค่าตอบแทนที่สูง รวมทั้งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อให้เหยื่อมีความสนใจและยินยอมที่จะเดินทางไปทำงานยังปลายทางในต่างประเทศ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่า งานไม่ตรงกับที่ได้รับแจ้งในโอกาสแรก และถูกบังคับให้ค้าประเวณีในสถานที่ที่ถูกตั้งเป็นร้านนวดบังหน้าบางครั้งอาจจะถูกขายต่อไปยังเมืองห่างไกล และต้องถูกบังคับค้าประเวณีโดยไม่ได้รับเงินค่าจ้างแต่อย่างใด
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ที่แถลงอยากให้เห็นว่าอย่างน้อยผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือแล้ว การดำเนินคดีก็เร่งรัดเต็มที่ ทั้งนี้จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการค้ามนุษย์ทุกราย เราไม่ได้สนใจว่าเขาจะไปถูกหรือผิด เรามองเขาเป็นเหยื่อ และฝากไปถึงคนที่คิดจะอยากไป อยากให้ตรวจสอบให้ดีก่อน มีหน่วยงานราชการมากมายให้ตรวจสอบข้อมูลได้ อย่างไรก็ตามการให้ความรู้และการป้องกันเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ฝากว่าไม่มีอาชีพอะไรที่ได้เงินง่ายและเร็ว ก่อนจะไปคิดให้ดี
เมื่อถามถึงการจับกุมในช่วงที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การดำเนินคดีรอบ 2 เดือน ตัวเลขขยับขึ้นสูงกว่าเดิมมาก สิ่งสำคัญเราอาจจะถูกเข้าใจว่าการสอบสวนไม่มีคุณภาพ แปลว่าอะไร ตำรวจจับมาแล้วพอถึงชั้นสูงขึ้นไปสั่งไม่ฟ้องบ้าง ไม่ลงโทษฯลฯ ซึ่งเป็นบทเรียนของเรา สำนักงานแห่งชาติชัดเจนเรื่องนี้ได้สั่งการไปทุกหน่วยแล้วว่าการจะสอบสวนดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ จะต้องดำเนินการตามที่ศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรีออกหนังสือแจ้งให้ทราบและจะต้องได้รับความเห็นชอบก่อน เว้นแต่เหตุจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้จะเน้นคุณภาพ ต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานเมื่อไปถึงศาลจะต้องชนะ ส่วนปริมาณก็ต้องทำด้วย ทั้งนี้รอบ 2 เดือนที่ผ่านมาได้อบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติโดยนำบทเรียนที่ผ่านมามาสอนเจ้าหน้าที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องซึ่งทำงานไปด้วยกัน ประเทศเราไม่ได้สนับสนุนเรื่องพวกนี้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่คนไหนที่เกี่ยวข้องเราไม่มีละเว้นดำเนินคดีทุกราย ขอให้มั่นใจว่าเราทำจริง เพราะเป็นผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากถึงประชาชนทราบถึงพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปใช้ความระมัดระวังในการหางานผ่านสังคมออนไลน์ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อขบวนการข้ามชาติเหล่านี้ นอกจากนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวสามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมงสํานักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร. ) โดยตรง ช่องทางสายด่วน 1599 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/antihumantraffickingpolice เพื่อแจ้งเบาะแสในการปราบปรามการกระทําผิดต่อไป