โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Trump Media ถือครองคริปโตฯทะลุ 2 พันล้านดอลล์ “ทรัมป์” เร่งดันสหรัฐเป็นศูนย์กลางคริปโตฯโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.36 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 01.36 น.

Trump Media and Technology Group เผยพอร์ตสินทรัพย์คริปโตทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นสองในสามของเงินสดทั้งหมดของบริษัท ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” เร่งผลักดันสหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางคริปโตโลก

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 04.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัท Trump Media and Technology Group (TMTG) แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ขณะนี้บริษัทถือครองบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ รวมกันมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ สองในสามของสินทรัพย์สภาพคล่องทั้งหมดของบริษัท

ราคาหุ้นของ Trump Media ที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ DJT พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 9% เมื่อเปิดตลาด และยังคงเพิ่มขึ้นราว 4% เมื่อถึงเวลา 14.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ โดยหุ้นส่วนของโดนัลด์ ทรัมป์ในบริษัทมีมูลค่าสูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนใหม่ของทรัมป์และครอบครัวในการยอมรับและผลักดันสกุลเงินดิจิทัลอย่างเต็มที่ จนถึงขั้นที่คริปโตเคอเรนซี กลายเป็น ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของทรัมป์บนกระดาษ ตามการวิเคราะห์ของ Forbes เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ทรัมป์ซึ่งเคยแสดงความสงสัยต่อคริปโตฯในอดีต ปัจจุบันประกาศจุดยืนชัดว่าจะผลักดันให้สหรัฐกลายเป็น “ศูนย์กลางคริปโตฯของโลก” โดยได้ดำเนินนโยบายหลายด้านแล้ว เช่น

  • ลงนามคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อจัดตั้ง“คลังสำรองบิตคอยน์”
  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประจำด้านคริปโต (“Crypto Czar”)
  • ผลักดันให้สภาคองเกรสออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคริปโตหลายฉบับ

เมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ลงนามใน GENIUS Act ซึ่งเป็นหนึ่งในร่างกฎหมายดังกล่าว หลังผ่านการรับรองจากทั้งสองพรรคในสภาผู้แทนฯ

ทรัมป์ยังทำเงินได้อีกนับล้านจากโครงการคริปโตอื่น ๆ เช่น

  • World Liberty Financial ซึ่งเป็นบริษัทด้านการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)
  • เหรียญมีม $TRUMP ที่เปิดตัวเพียงไม่กี่วันก่อนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี

ครอบครัวทรัมป์ ซึ่งถือครอง World Liberty ผ่านบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำกำไรจากโครงการนี้ไปราว 500 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เริ่มกิจการเมื่อเดือนกันยายน ตามการวิเคราะห์ของ Reuters

โฆษกของทรัมป์ยืนยันว่า การถือครองสินทรัพย์ของทรัมป์ผ่าน ทรัสต์แบบเพิกถอนได้ (revocable trust) ซึ่งบริหารโดย Donald Trump Jr. บุตรชายของเขา ไม่ถือเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ในทรัสต์นี้ยังคงถือเป็นของทรัมป์โดยอ้อม เนื่องจากเขาเป็นผู้จัดตั้งและผู้รับผลประโยชน์เพียงคนเดียว ซึ่งหมายความว่าเขาจะสามารถเข้าถึงทรัพย์สินเหล่านี้ได้หลังออกจากตำแหน่งในปี 2029

นักวิจารณ์ รวมถึงสมาชิกสภาฯ จากพรรคเดโมแครต และผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรม แสดงความกังวลว่า การที่ทรัมป์มีผลประโยชน์ร่วมในคริปโต พร้อมกับอำนาจทางการเมือง อาจเปิดช่องให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการคอร์รัปชัน โดยกลุ่ม Democracy Defenders Fund ระบุไว้ในรายงานเมื่อเดือนเมษายนว่า “ในฐานะผู้ถือครองสินทรัพย์คริปโต ประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มจะได้ประโยชน์จากนโยบายที่เขาผลักดันเอง”

ก่อนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม ทรัมป์ได้โอนหุ้น DJT ทั้งหมดไปยังทรัสต์ดังกล่าว ซึ่งบริหารโดย Trump Jr. นับแต่นั้นมา Trump Media ก็ได้ปรับตัวเป็นบริษัทด้านคริปโตและบริการทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ

ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทคือ Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียคล้าย Twitter ซึ่งทรัมป์ใช้งานอยู่เป็นประจำ แม้ว่าจะยังสร้างรายได้ไม่มาก บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปีก่อนผ่านการควบรวมกับบริษัท SPAC และยังดึงดูดนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก

ในเดือนมกราคม บริษัทเปิดตัวแบรนด์ฟินเทคชื่อ Truth.Fi พร้อมการลงทุน 250 ล้านดอลลาร์ในสินทรัพย์ เช่น บิตคอยน์และกองทุน ETF
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทเริ่มจัดตั้ง “กองทุนการเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์” กับนักลงทุนรายใหญ่บางราย และในเดือนมีนาคมก็ร่วมมือกับ Crypto.com เพื่อออก ETF ชุดใหม่
ในเดือนพฤษภาคม บริษัทระดมทุนได้กว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นและตั๋วแปลงสภาพให้กับนักลงทุนสถาบานราว 50 ราย ซึ่งจะนำมาใช้สร้างคลังบิตคอยน์ (bitcoin treasury)

การประกาศของ Trump Media ในวันจันทร์มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากราคาบิตคอยน์พุ่งแตะระดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 120,000 ดอลลาร์ จากความคาดหวังว่าสภาคองเกรสจะผ่านกฎหมายกำกับดูแลคริปโตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

Devin Nunes CEO ของ Trump Media กล่าวว่า “เรากำลังเดินหน้าแผนกลยุทธ์ที่ประกาศไว้ และทำตามแผนการสร้างคลังบิตคอยน์อย่างจริงจัง …สินทรัพย์เหล่านี้ช่วยให้บริษัทมีอิสระทางการเงิน ลดความเสี่ยงจากการเลือกปฏิบัติของสถาบันการเงิน และจะสร้างประโยชน์ร่วมกับโทเคนยูทิลิตี้ที่เราวางแผนจะเปิดตัวบนระบบนิเวศ Truth Social“

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...