โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชาวชานกรุงโอด! รถไฟเข้า กทม. ชั้นในถูกห้ามกระทบหนัก ค่าเดินทางพุ่ง 3 เท่า

77kaoded

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 06.44 น. • 77 ข่าวเด็ด

คนชานกรุงโอดครวญหนัก หลังมีแนวคิดห้ามรถไฟโดยสารเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ชี้กระทบทุกอาชีพ รายจ่ายพุ่ง 3 เท่า ระบุเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซ้ำเติมภาระประชาชน ขณะที่ข้าราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเองก็ขอคัดค้าน เพราะเงินเดือนน้อย ไม่พอต่อค่าเดินทางและค่าเช่าที่พักในเมืองหลวง ย้อนรำลึกถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับการเดินทางด้วยรถไฟมานานกว่า 30 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา พบประชาชนยังคงใช้บริการรถไฟอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีรถไฟสินค้าบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์วิ่งผ่านด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎสัญญาณอย่างเคร่งครัด นางนงเยาว์ ไชยชนะ อายุ 53 ปี ผู้เดินทางด้วยรถไฟไปทำงานในเขตประเวศ กรุงเทพฯ ทุกวัน กล่าวว่า การห้ามรถไฟเข้าชั้นในจะทำให้ต้องเผชิญปัญหารถติดอย่างหนัก หากต้องใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปสำหรับคนทำงานรับจ้างอย่างเธอ ปัจจุบันค่าเดินทางไปกลับวันละ 172 บาท หากต้องเปลี่ยนเส้นทางตามแนวคิดรัฐมนตรี ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2-3 เท่าตัว หรือประมาณ 100 บาทต่อเที่ยว ส่งผลกระทบอย่างมากต่อรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงขอให้รัฐมนตรีเห็นใจและหาแนวทางแก้ไขปัญหาอื่น น.ส.สายสมร น้อมเจริญ อายุ 55 ปี กล่าวเสริมว่า การห้ามรถไฟเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในจะทำให้ประชาชนต้องเพิ่มเงินค่าโดยสารเพื่อต่อรถเข้าไปอีกหลายทอด โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่มีราคาสูง แม้ค่าตั๋วรถไฟจากฉะเชิงเทราไปพญาไทจะเพียง 12 บาท แต่การต่อรถจะทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่รายรับเท่าเดิม

ด้าน น.ส.จุฑามาศ ทรัพย์สมบูรณ์ อายุ 52 ปี ซึ่งเดินทางด้วยรถไฟจากฉะเชิงเทราไปลงสถานียมราชเพื่อทำงานที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันว่าการห้ามรถไฟเข้าชั้นในจะส่งผลกระทบอย่างที่สุด ทำให้ไปทำงานและกลับบ้านไม่ทัน อาจถึงขั้นต้องย้ายไปพักในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็เป็นเรื่องยากลำบาก เธอเห็นว่าการห้ามรถไฟเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่ต้นเหตุ โดยปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่การไม่เคารพกฎจราจรและการประสานงานในเส้นทาง เธอเปรียบเทียบว่านี่เป็นการ "เกาไม่ถูกที่คัน" เพราะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทางให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่หาเช้ากินค่ำ หากจะยกเลิกจริง ควรมีมาตรการรองรับ เช่น จัดรถรับส่งอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันเธอเสียค่าเดินทางประมาณ 80 บาทต่อวัน แต่หากต้องลงที่สถานีลาดกระบังและต่อรถหลายทอด ทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ รถเมล์ หรือวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึงกว่า 200 บาทต่อวัน นอกจากนี้ยังกังวลเรื่องความแออัดและการจราจรที่ติดขัดอยู่แล้ว การเพิ่มผู้โดยสารจากรถไฟจะทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น เธอชี้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขบวนรถไฟ แต่อยู่ที่ระบบที่ควรได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เธอเดินทางด้วยรถไฟมาเกือบตลอดชีวิตกว่า 25 ปี และไม่เห็นด้วยกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้

📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...