เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย โต้เพจดัง กล่าวหารีบซิ่งเก๋งไปหาสีกาจนรถคว่ำ ยันไม่จริง
เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย โต้เพจดัง กล่าวหารีบซิ่งเก๋งไปหาสีกาจนรถคว่ำ ยันไม่จริง
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม จากกรณี เพจอีซ้อขยี้ข่าว และ ท่านเปา นำเสนอภาพรถเก๋งสีขาวประสบอุบัติเหตุ พร้อมข้อความว่า “สัญญากันก่อนนะ…ถ้ารู้แล้วเหยียบไว้ อย่าบอกใคร! ” และมีข้อความประกอบในภาพระบุว่า “เจ้าคณะจังหวัด… แอบขับรถมากะพระด้วยกันมาหาสีกาคนสนิท รถพลิกคว่ำไม่เป็นอะไร ปิดข่าว”
ต่อมามีบางสื่อนำเอาไปนำเสนอว่า เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ของ จ.สุโขทัย ที่รีบขับรถเก๋งออกไปกับพระอีกรูปเพื่อไปหาสีกาคนสนิท แต่เกิดประสบอุบัติเหตุกลางทางแล้วปิดข่าวไว้ รวมถึงมีชาวบ้านร้องเรียน ป.ป.ช. เรื่องยักยอกเงินวัดเข้าบัญชีตัวเอง แต่โดนดองเรื่องไว้, นำพระพุทธรูปออกจากวัดมหาธาตุราชวรวิหาร ศรีสัชนาลัย(วัดพระปรางค์)โดยไม่ปรึกษาชาวบ้านหรือไวยวัจกรของวัด และยังให้สีกาเข้ามาหายามวิกาล
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พระเทพวชิรเวที เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร(วัดพระปรางค์) และเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชน โดยมีนางปณิตา ฝากเซียงซา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.สุโขทัย,นายปวีณ หลวงใหญ่ ปลัดอำเภอ พร้อมกรรมการวัดและชาวบ้านบางส่วนร่วมรับฟัง
โดยเจ้าคณะ จ.สุโขทัย กล่าวว่า เรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2567 ขณะตนกำลังเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการพระเครื่องที่โรงแรมไพลิน โดยมีลูกศิษย์ขับรถให้ เมื่อมาถึงบ้านท่าเกษม เขต อ.สวรรคโลก เป็นทางโค้ง รถเกิดอาการพวงมาลัยล็อกควบคุมไม่ได้เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนรถพัง ส่วนตนได้รับบาดเจ็บฟกช้ำเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้พาส่งร.พ.ศรีสำโรง ไม่ได้ไปหาสีกาตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
เรื่องถูกร้องเรียนป.ป.ช.ว่ายักยอกเงินวัดนั้น เป็นเรื่องเก่าตั้งแต่เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองโว้ง ซึ่งมีการก่อสร้างหอประชุม ทางวัดมีเงินอยู่ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ได้มีการปรึกษารองเจ้าอาวาสและไวยวัจกร ในการนำเงินไปฝากไว้ที่สหกรณ์ศรีสำโรง เนื่องจากได้ดอกเบี้ยพอสมควรจึงถูกร้องเรียน ซึ่งต่อมา ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบเอกสารต่างๆแล้วไม่พบการยักยอกแต่อย่างใด พร้อมให้คำแนะนำในการบริหารจัดการ ส่วนเรื่องมีสีกามาหายามวิกาลนั้น ยืนยันว่าไม่มี สอบถามพระลูกวัดดูได้ 6โมงเย็นทำวัตรเสร็จ ก็ล็อกกุฏิแล้วใครจะเข้าได้
เจ้าคณะจ.สุโขทัย ยังกล่าวถึงการย้ายพระพุทธรูปว่า ในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปยืนคือหลวงพ่อธรรมจักร ตั้งอยู่หน้าพระประธาน จึงปรึกษาเจ้าหน้าที่ศิลปากรขอขยับออกด้านข้างเพื่อให้พระประธานโดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งได้รับอนุมัติ ต่อมาชาวบ้านขอให้ย้ายกลับที่เดิม ตนไม่อยากให้เกิดปัญหาจึงย้ายกลับ เรื่องก็จบ
ส่วนเรื่องอื่น ๆ เช่น มีการเรียกเก็บเงินจากเจ้าอาวาสวัดต่างๆในการก่อสร้างพุทธมณฑล ที่ทุ่งทะเลหลวงนั้น ที่ประชุมเป็นผู้เสนอและมีมติ โดยมีเจ้าคณะอำเภอ,เจ้าคณะตำบลดูแล โดยเป็นความสมัครใจในการมีส่วนร่วม ตนมิได้เป็นผู้เรียก และเรื่องการย้ายหอระฆังนั้น ทางวัดมีหอระฆังใหม่แล้ว และหอระฆังเก่าทรุดโทรมลงมาก โครงสร้างไม่แข็งแรงแล้ว หากล้มลงมาทับญาติโยมได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอาตมาจะต้องรับผิดชอบ และญาติโยมที่สร้างใว้ก็อนุญาตให้รื้อได้
อย่างไรก็ตามเรื่องกล่าวหาต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของคนที่เสียประโยชน์ที่ตนขวางใว้และเรื่องอำนาจการเมืองในวงการสงฆ์ ที่มีผู้อยากขึ้นมาเป็นเจ้าคณะจังหวัด “หลวงพ่อขอความเป็นธรรมด้วย สงสารพระที่ทำงานบ้าง หลวงพ่อทำงานเพื่อวัด เพื่อศาสนา ส่วนเรื่องจะฟ้องร้องผู้ที่ทำให้เสียหายหรือไม่ขอให้อยู่ในดุลพินิจของกรรมการวัด”
ด้าน ร.ต.อ.มงคล ทาเครือ อายุ 70ปี ไวยวัจกรอาวุโส กล่าวว่าเห็นข่าวแล้วรู้สึกไม่พอใจ ที่มีการนำเสนอโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตนไม่เชื่อข่าวที่เกิดขึ้น เนื่องจากทำงานร่วมกับหลวงพ่อมา 10 ปีแล้ว ทราบดีว่าหลวงพ่อเป็นพระดี เป็นพระนักพัฒนา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย โต้เพจดัง กล่าวหารีบซิ่งเก๋งไปหาสีกาจนรถคว่ำ ยันไม่จริง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th