โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่นาย ‘ดัง พันกร’ สร้างชื่อเสียงจากตัวตน และในวันที่เป็นมากกว่าศิลปิน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 07.31 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 02.16 น.

แม่นาย ‘ดัง พันกร’ สร้างชื่อเสียงจากตัวตน และในวันที่เป็นมากกว่าศิลปิน

แม้จะมาพร้อมนามสกุลที่ใครๆ ก็จับจ้อง แต่ ดัง-พันกร บุณยะจินดา ก็เลือกพิสูจน์ตัวเองด้วยเสียงเพลง สู่ศิลปินล้านตลับ ย้อนเส้นทางจากวันแรกที่ออดิชั่น จนถึงวันนี้ที่ชื่อ “ดัง” กลายเป็นมากกว่าศิลปิน แต่คือแรงบันดาลใจในทุกยุคทุกสมัย

“มันเหมือนความฝันที่เป็นจริง เป็นความใฝ่ฝันของเราตั้งแต่ยังเด็กว่าอยากเป็นนักร้อง อยากมีเพลงเป็นของตัวเอง มีอัลบั้ม มีคนดูเยอะๆ มีคนกรี๊ดเวลาเราขึ้นเวทีอะไรแบบนี้”

“ดังไปลองเทสต์เสียงดู ก็เป็นจุดเริ่มต้น ไปออดิชั่น ไปร้องเพลงแล้วก็ให้ผู้ใหญ่ฟัง เขาสนใจก็เลยติดต่อเรากลับมา ก็เลยเป็นที่มาที่ไปของการได้เป็นศิลปินคลอดที่อาร์เอส ลาดพร้าว 15”

กับการที่ถูกจับตามองตั้งแต่เริ่มเข้าวงการด้วยโปรไฟล์นามสกุลลูกคนใหญ่คนโต ดัง พันกร ก็เล่าว่า ไม่ได้กดดัน เพราะไม่ได้รู้สึกว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เป็นนักร้องและนั่นคือความฝันของเรา จุดโฟกัสของเรามันอยู่แค่การทำงานเป็นนักร้อง

“เราก็ไม่ได้มองว่าคุณพ่อเราเป็นอธิบดีกรมตำรวจนะ มองว่าพ่อก็คือพ่อของเราเหมือนพ่อทุกคนแค่นั้น ไม่ได้มีอะไรอภิสิทธิ์หรือแตกต่างจากคนอื่น”

“แต่ก็มีกระแสพูดมาเราก็ได้รับฟังเหมือนกัน แต่ว่าก็ไม่ได้ทำให้ดังรู้สึกว่าสั่นคลอน เราเฉยๆ เรามีความสุขกับงานตรงนั้นแล้ว”

แม้วันที่ได้รับความสำเร็จก็ไม่กล้ายืดอกอวด “เราไม่ค่อยกล้ายืด เป็นคนไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับตัวเองนักเรื่องของความสำเร็จหรืออะไรก็ตามแต่”

แม้ว่าในยุคนั้นการเป็นศิลปินยอดขายล้านตลับนั้นถือว่าเป็นที่สุด แต่ ดัง พันกร ก็ว่า ณ ตอนนั้นแทบไม่มีเวลาให้ชื่นชมในความสำเร็จเลยด้วยซ้ำ

“พอมองย้อนกลับไปก็ภูมิใจเหมือนกันว่าขายได้ล้านตลับ”

“แต่ตอนนั้นก็คือเราทำแต่งานทุกวัน มันไม่มีเวลามานั่งคิดว่าเราขายได้ล้านตลับไม่มีเวลามานั่งภูมิใจด้วยซ้ำไป จำได้ว่าไปทัวร์คอนเสิร์ตเสร็จกลับมาเข้าห้องอัดต่อเลย รุ่งเช้าก็ไปคอนเสิร์ตอีก กลับมาทำงานต่อ มีเวลาว่างวันนึงก็ถ่ายปกอะไรแบบนี้”

โดยในเวลานั้นสิ่งที่ต้องโฟกัสนอกเหนือจากการทำงานก็คือการดูแลสุขภาพ “ตอนนั้นสุขภาพเราคือต้องมาเป็นอย่างแรก เพราะว่าเราต้องทำงานตลอดถ้าเป็นอะไรไปขึ้นมางานมันก็จะถูกยกเลิกไป ก็พยายามดูแลตัวเอง โฟกัสอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า”

“เราจะมองตรงนี้เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็อยากให้คนดูประทับใจเราก็จะเตรียมตัวไม่โฟกัสเรื่องอื่น งานศิลปินมันคืองานแสดงงานโชว์ตัว สนุกกับงานที่เรารัก”

“ไม่เคยหลงเพราะไม่เคยหวัง ล้านตลับยังรู้สึกว่าล้านจริงหรือเปล่า เอาจริงๆ ยังไม่เชื่อ” ดัง พันกร พูดพร้อมเสียงหัวเราะ

พร้อมย้อนเล่าช่วงเวลาที่ตัดสินใจเบรกงานเพลงที่กำลังไปได้สวย เพื่อไปเรียนต่อที่อังกฤษ ด้วยเพราะอยากให้ความสำคัญและทุ่มเวลาไปกับการเรียน โดยตั้งเป้าอยากจะเรียนให้จบเพื่อให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ แต่กระนั้นงานเพลงก็ยังไม่ทิ้ง

“ด้วยความที่งานที่เรารักความฝันของเรา เราก็ไม่ทิ้งหรอก บริษัทก็จะส่งเทปเดโม่มาให้ฟังตลอดช่วงที่เรียนหนังสืออยู่ ตอนแรกเฮียเขาก็บอกว่าให้อัดเสียงอังกฤษเลยไหม มีส่งทีมงานมาช่วยดูเสื้อผ้าทำเทสต์ไปด้วยว่าอัลบั้มหน้าที่บ้านเราเลย”

ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ก็เปลี่ยนแปลงเปิดความเป็นตัวตนมากขึ้นกว่าเดิม “มันก็เป็นอะไรที่เติบโตขึ้นและดังก็เชื่อว่าแฟนเพลงของดัง ที่เราได้รู้จักกันมาเขาก็เห็นแล้วแหละว่าเราเป็นคนแบบไหน แล้วเขาก็เห็นว่าเราไปทางนี้ได้ เขาก็รับได้ลึกๆ รู้อยู่แล้วว่านิสัยเราเป็นแบบนี้แหละ เขาก็เลยเชื่อในตัวเรา”

“นี่คือความเป็นตัวตนที่คิดว่าสำคัญมากสำหรับการเป็นนักร้อง คือความเป็นตัวเอง ที่ทำให้ดังรู้สึกว่ามันอยู่ตรงนี้ได้นานเพราะว่าเราไม่ต้องเสแสร้งเป็นคนอื่น”

กับคอมเมนต์มากมายที่ได้รับมา ดัง พันกร บอกเพียงว่าทุกคนมีสิทธิที่จะชอบหรือไม่ชอบ “ก็คิดง่ายๆ เลยว่าเราทำงานมีแค่ 2 อย่าง เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่คนชอบและคนไม่ชอบ เพราะฉะนั้นคนที่ชอบเรารักษาตรงนั้นไว้ให้ดี คนที่ไม่ชอบเรื่องของเขา ปล่อยไป เพราะทำยังไงเขาก็ไม่ชอบ”

“เวลาคนอื่นวิจารณ์เรา เราอ่านแล้วเราก็จะรู้ว่าคนนี้หวังดีชอบเราแต่เขาอยากให้เราเป็นแบบนี้นะในมุมมองเขาแนะเราไปทางนี้นะ เราอ่านแล้วรู้สึกว่าเราได้ทบทวนตัวเอง แต่บางคนเนี่ยวิจารณ์มารู้เลยว่าไม่ใช่แล้ว เขาคงจะไม่ชอบเราแน่ๆ ก็ต้องใช้วิจารณญาณและตัดออกอะไรที่มันทำให้เราบั่นทอนจิตใจ”

และตอนนี้ ดัง พันกร เป็นศิลปินอยู่ภายใต้การดูแลของค่าย นินจา เพอร์เฟคชั่น ที่เป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับค่ายเพลง Revol Music Creation ของตัวเอง ก็เตรียมมีโปรเจ็กต์เพลงใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันเร็วๆ นี้
“ก็มีอะไรที่มอบให้แฟนเพลงที่อยู่ด้วยกันมานานให้หายคิดถึง” แต่จะเป็นในรูปแบบไหนเจ้าตัวบอกให้รอติดตามกันต่อไป

กับแนวเพลง “มันมีความพัฒนาดีกว่า พัฒนาไปในทางที่โตขึ้นแหละ แต่โตขึ้นในลักษณะของความคิด ความอ่าน แต่ในความเป็นเพลงก็ยังคงอยู่ในความเป็นทุกเพศทุกวัยอยู่ ไม่ได้แก่ ไม่ได้เป็นเพลงชีวิต เป็นเพลงความรัก สนุกสนาน”

และในวันที่ยุคโซเชียลมาแรง “แม่นาย” ก็คือบทบาทใหม่ที่ดังแสดงด้วยความสนุก ขำ แต่จริงใจ เขายืนยันว่าทุกโพสต์คิดมากกว่าแค่คำตลก “อยากให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้นแม้แค่อ่านเพจเราไม่ถึงนาที”

“มันเริ่มมาจากเพจเราที่เอาไว้ให้ข้อมูลข่าวสารเรื่องราวของเราในฐานะศิลปิน แล้วมันก็พัฒนามาเรื่อยๆ จากข่าวสารเราเอง จนกระทั่งคุยกันถึงเรื่องสังคมเขาคุยอะไรกันในกระแสเขาคุยอะไรกัน เราหยิบมาคุยกันเองในกลุ่มบ้างจนมันเติบโตมาเรื่อยๆ”

พร้อมยืนยันว่าเพจ “ดัง พันกร-DK Official” นั้นเป็นเพจที่ไม่เครียด ไม่ดราม่าจัด เน้นความสนุกและผ่อนคลาย รวมถึงในบางครั้งยังได้เห็นภาพของดังในแบบที่คนทั่วไปไม่ได้เห็นอย่างแน่นอน

“ด้วยความที่ตัวดังเองเป็นคนเฮฮามีอารมณ์ขันอยู่แล้ว ก็เลยจะมีความเล่นตัวเอง พอรู้ว่าเดี๋ยวจะมีคนมาเล่นเรา ก็ชิงเล่นตัวเองก่อนเลย”

“ยุคสมัยนี้คนที่เล่นโซเชียลคือคนที่เหงานะ คนที่อยู่คนเดียวบางเวลาไม่รู้ทำอะไรฉันก็เปิดดู บางทีเปิดดูแล้วเหมือนเราอยู่ในโลกของตัวเราเอง บางทีการพิมพ์คนที่เขาพิมพ์มามันก็คือความคิดของเขาลึกๆ แหละ ซึ่งต่อหน้าตัวเป็นๆ เขาก็ไม่กล้าพูดหรอก แต่เวลาเขาพิมพ์เขาจะพูดความในใจของเขามาได้ไง เป็นการได้คลายเครียดไปในตัว เอาความเครียดมาแชร์กันบ้าง เอามาเปลี่ยนความบันเทิง”

“เวลาเราอ่านเหมือนเราได้ใกล้ชิดกับเขามากขึ้นได้สนิทกันมากขึ้น เขาก็ได้รู้จักเรามากขึ้นด้วย เพราะบางคนอาจจะรู้จักตัวดังเองมากในระดับหนึ่งเพราะเราอาจจะอยู่มานาน แต่เขาก็ยังไม่ได้เห็นการใช้ชีวิตเราหรือความเป็นตัวเราที่ 360 องศา”

นี่คือ ดัง พันกร ในอีกแง่มุม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่นาย ‘ดัง พันกร’ สร้างชื่อเสียงจากตัวตน และในวันที่เป็นมากกว่าศิลปิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...