โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลุ่ม "เดอะแบก" แซนด์วิช เจเนอเรชันต้องรู้! วิธีวางแผนการเงินให้พอใช้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 01.27 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

คุณเคยรู้สึกเหมือนถูกบีบอยู่ตรงกลางระหว่างหน้าที่สองด้านหรือไม่ ในขณะที่ต้องดูแลลูกน้อยที่ยังต้องการความรักและการสนับสนุนจากคุณเต็มที่ อีกด้านหนึ่งก็มีพ่อแม่สูงวัยที่เริ่มต้องการความช่วยเหลือและการดูแลอย่างใกล้ชิด ภาระสองรุ่นนี้กำลังกลายเป็นเรื่องจริงของคนไทยจำนวนมากในยุคปัจจุบัน

กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า “แซนด์วิช เจเนอเรชัน” (Sandwich Generation) หรือคนรุ่นเดอะแบก กำลังเผชิญกับความท้าทายทางการเงินที่หนักพอสมควร ที่หลายคนต้องจัดสรรเงินเดือนให้พอทั้งค่าใช้จ่ายของลูกและค่าดูแลพ่อแม่ ผลที่ตามอาจรู้สึกเครียด วิตกกังวล เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นแก้ปัญหานี้อย่างไร

5 แนวทางช่วยคน "แซนด์วิช เจเนอเรชัน" จัดการเงินให้คล่องตัว

1. รู้จัก "แซนด์วิช เจเนอเรชัน" ภาระสองด้านทางการเงินที่คนวัยทำงานต้องเผชิญ
ในยุคปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “แซนด์วิช เจเนอเรชัน” หรือกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องดูแลทั้งลูกที่ยังไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และพ่อแม่ที่สูงวัยไปพร้อมกัน ภาระสองรุ่นนี้สร้างความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการเงิน เพราะต้องจัดสรรเงินให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกคนในครอบครัว

คนกลุ่มนี้มักอยู่ในช่วงอายุ 35 - 55 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังสร้างฐานะและมีภาระหน้าที่การงานสูง ขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของลูก เช่น ค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่ เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ หลายคนยังต้องวางแผนการเงินเพื่ออนาคตของตัวเอง เช่น การออมเงินเพื่อเกษียณ หรือการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ความท้าทายเหล่านี้ทำให้คนแซนด์วิช เจเนอเรชัน ต้องมีทักษะการบริหารจัดการเงินที่ดีและรู้จักวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะหากขาดการวางแผน อาจเกิดปัญหาหนี้สิน หรือเงินไม่พอใช้ในยามฉุกเฉินได้

ดังนั้น การเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองและครอบครัวจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เริ่มต้นจากการสำรวจรายรับ รายจ่าย และภาระหนี้สินทั้งหมด เพื่อประเมินความสามารถในการใช้จ่ายและวางแผนการเงินให้เหมาะสม จากนั้นก็พูดคุยเปิดใจกับสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับข้อจำกัดและความต้องการทางการเงิน ก็ช่วยลดความเครียดและสร้างความเข้าใจร่วมกันได้

2. วางแผนงบประมาณครอบครัวอย่างรัดกุม
การวางแผนงบประมาณถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเงินสำหรับคนแซนด์วิช เจเนอเรชัน เพราะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหลายด้านพร้อมกัน การเริ่มต้นที่ดี คือ การจดบันทึกรายรับและรายจ่ายทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมของกระแสเงินสดในแต่ละเดือน

ขั้นตอนแรก คือ การรวบรวมข้อมูลรายรับทั้งหมด เช่น เงินเดือน รายได้เสริม หรือผลตอบแทนจากการลงทุน จากนั้นให้จดบันทึกรายจ่ายประจำ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเล่าเรียนลูก ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ รวมถึงรายจ่ายจิปาถะต่างๆ และเมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้นำมาวิเคราะห์ว่ามีส่วนไหนที่เป็นรายจ่ายสิ้นเปลืองหรือสามารถลดได้บ้าง เช่น ค่าอาหารนอกบ้าน ค่าเดินทาง หรือของใช้ฟุ่มเฟือย

อย่าลืมว่าการจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยให้บริหารเงินได้ดีขึ้น ด้วยการให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน เช่น ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาของลูก จากนั้นจึงพิจารณารายจ่ายอื่นๆ หากมีงบประมาณเหลือ

รวมไปถึงยังสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น แอปพลิเคชันจัดการงบประมาณ หรือโปรแกรมบัญชีส่วนบุคคล จะช่วยให้ติดตามและควบคุมการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น สามารถตั้งเป้าหมายการออมเงินหรือการชำระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การวางแผนงบประมาณที่ดีจะช่วยให้เห็นจุดอ่อนและจุดแข็งทางการเงินของครอบครัว สามารถปรับเปลี่ยนแผนการใช้เงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาทางการเงินในอนาคต ที่สำคัญ คือ ควรทบทวนงบประมาณเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้แผนการเงินสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต

3. สร้างเงินสำรองและวางแผนอนาคตของตัวเอง
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่คนแซนด์วิช เจเนอเรชันมักทำ คือ การจัดสรรเงินทั้งหมดให้กับครอบครัวจนลืมดูแลอนาคตของตัวเอง ดังนั้น ควรออมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อย 3 - 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย ตกงาน หรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ และวางแผนการเงินระยะยาวด้วย

นอกจากนี้ การทำประกันก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน เช่น ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต หรือประกันโรคร้ายแรง ด้วยการเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละคน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

4. สื่อสารและแบ่งปันความรับผิดชอบในครอบครัว
การพูดคุยอย่างเปิดเผยและจริงใจในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนแซนด์วิช เจเนอเรชัน เพราะการรับภาระดูแลทั้งลูกและพ่อแม่เพียงลำพังอาจทำให้เกิดความเครียดและความขัดแย้งได้ เริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับคู่สมรสหรือคนในครอบครัวเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินอย่างตรงไปตรงมา

อธิบายข้อจำกัดและความจำเป็นในการบริหารจัดการเงิน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและเห็นภาพเดียวกัน มีเป้าหมายร่วมกัน เช่น การออมเงินเพื่อการศึกษาของลูก หรือการดูแลสุขภาพของพ่อแม่ จะช่วยให้ทุกคนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกันมากขึ้น

สำหรับครอบครัวที่ลูกที่โตแล้ว ควรสอนให้รู้จักคุณค่าของเงินและการใช้จ่ายอย่างมีระเบียบ รวมถึงให้มีส่วนร่วมในการวางแผนงบประมาณ หรือหารายได้เสริมในช่วงปิดเทอม เพื่อปลูกฝังนิสัยการออมและความรับผิดชอบทางการเงินตั้งแต่เด็ก ในส่วนของพ่อแม่ที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง ควรพูดคุยถึงแผนการเงินในอนาคต เช่น รายได้หลังเกษียณ ทรัพย์สินต่างๆ หรือประกันสุขภาพ เพื่อให้สามารถวางแผนดูแลได้อย่างเหมาะสม

หากมีการแบ่งปันความรับผิดชอบและสื่อสารอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเครียดและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ทุกคนจะรู้สึกมีส่วนร่วมและเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการเงินและการดูแลครอบครัวอย่างยั่งยืน

5. ใช้เครื่องมือและสิทธิประโยชน์ทางการเงินเพื่อสร้างความมั่นคง
การใช้เครื่องมือทางการเงินและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างเต็มที่ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คนแซนด์วิช เจเนอเรชันสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่มจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น ค่าลดหย่อนภาษีบุตร ค่าลดหย่อนสำหรับเลี้ยงดูบิดามารดา

ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มเงินเหลือใช้ในแต่ละปี นอกจากนี้ การเปิดบัญชีธนาคารออมเงินให้ลูก ลงทุนกองทุนรวมเพื่อออมเงินให้ลูกระยะยาว ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการวางแผนอนาคตให้ลูก

สำหรับการดูแลพ่อแม่ การตรวจสอบสิทธิประกันสุขภาพที่พ่อแม่มีอยู่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และหากจำเป็นอาจพิจารณาทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมให้พ่อแม่เพื่อความอุ่นใจในระยะยาว ที่สำคัญอย่าลืมวางแผนมรดก การลงทุน หรือการจัดการหนี้สิน ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การเป็นคนแซนด์วิช เจเนอเรชันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะบริหารจัดการการเงินให้ประสบความสำเร็จ กุญแจสำคัญ คือ การยอมรับความท้าทาย การประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ การจัดลำดับความสำคัญ การมองหาช่องทางประหยัดและเพิ่มรายได้

รวมถึงการไม่ละเลยการวางแผนเพื่ออนาคตของตัวเองที่สำคัญไม่ได้เผชิญปัญหานี้คนเดียว การสื่อสารกับครอบครัวอย่างตรงไปตรงมาจะสามารถช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคงและมีความสุขทั้งกับตัวเองและคนที่เรารัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...