โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งามไส้ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ชาวเน็ตด่ายับ ระบบห่วย หรือคนทำห่วย?

Manager Online

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 14.21 น. • MGR Online

เที่ยวไทยคนละครึ่ง รอบประชาชนเปิดตัวไม่สวย ระบบจองล่มไม่เป็นท่าหลายชั่วโมง ทั้งยังทำแอป ThaID ล่มตาม เดือดร้อนคนขึ้นเครื่องบินจำนวนมาก ขณะที่ OTP ตอบรับสุดช้า ด้านผู้ประกอบการทยอยถอนตัวจากปัญหาระบบ งานนี้โดนโซเชียลด่ายับ พร้อมคำถามว่าตกลงโครงการนี้เป็นที่ระบบห่วย? หรือ คนทำห่วยกันแน่?

ล่มไม่เป็นท่า

โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” รอบลงทะเบียนของประชาชนคนทั่วไป ที่เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เริ่มต้นได้อย่างสุดทุลักทุเล เมื่อระบบลงทะเบียนทั้งเว็บไซต์ www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชัน Amazing Thailand ล่มไม่เป็นท่าอยู่หลายชั่วโมง เนื่องจากมีประชาชนแห่เข้าไปใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมากตามคาด แต่รัฐบาลกลับไร้วิธีแก้ไขจนโดนชาวโซเชียลด่ายับ เปิดประเดิมโครงการได้ไม่สวยเอาเสียเลย

ไม่เพียงเท่านั้นผลกระทบจากความไม่รัดกุมยังทำให้แอป ThaID ที่ใช้ยืนยันตัวตนในโครงการดังกล่าวล่ม-ค้างตามไปด้วย เดือดร้อนไปถึงผู้ที่ต้องใช้แอป ThaID หลายคนที่ต้องใช้แอป ThaID ยืนยันตัวตนตอนขึ้นเครื่องบิน ทำให้โดนชาวเน็ตด่าระงมอีกครั้ง

นอกจากนี้โครงการนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ทำไมถึงต้องมีการลงทะเบียนที่ซ้ำซ้อน โดยประชาชนต้องโหลดแอปถึง 2 ตัว คือ ThaID และ Amazing Thailand ทั้ง ๆ ปัจจุบันภาครัฐก็มีแอป “เป๋าตัง” ที่มีข้อมูลของประชาชนในโครงการทำนองเดียวกันอยู่แล้ว เพราะเหตุใดจึงต้องใช้งบประมาณไปสร้างแอปใหม่ให้เปลืองภาษีของประชาชน

และจากปัญหาระบบจองล่มไม่เป็นท่ารวมถึงปัญหาอื่น ๆ ทำให้ทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายสรวงศ์ เทียนทอง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องรีบโพสต์เฟซบุ๊ก ขออภัยต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รวมถึง ททท. ได้เปิดแถลงข่าวด่วนในเช้าวันรุ่งขึ้น (2 ก.ค.68) เพื่อขออภัยอย่างเป็นทางการ และชี้แจงถึงแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ

โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ททท. ได้รับทราบถึงปัญหาขัดข้องของระบบลงทะเบียนโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งจากการที่มีประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากถึง 5.9 ล้านคนในการเปิดลงทะเบียนวันแรก โดยได้พบประเด็นปัญหาหลักใน 2 เรื่องได้แก่ ปัญหาคอขวดในการรองรับผู้ใช้งาน เนื่องจากททท.ได้ออกแบบระบบให้ผู้ลงทะเบียนต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID ควบคู่กับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Amazing Thailand เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และป้องกันการสวมสิทธิ์ซึ่งเคยเกิดปัญหาขึ้นในการดำเนินโครงการครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบแอปพลิเคชัน ทั้ง 2 แอปพลิเคชั่น มีระบบความเร็วในการรองรับผู้ใช้งานไม่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กระบวนการลงทะเบียนล่าช้า

ทั้งนี้ ในเบื้องต้น ททท. ได้มีการปรับ Flow ระบบเพื่อให้สามารถ "Bypass" การยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ในขั้นตอนการลงทะเบียนเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้งานในทันที และให้ผู้ลงทะเบียนกรอกข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียนบนแอปพลิเคชัน แต่ผู้ใช้งานยังจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID เมื่อมีการเช็กอินเข้าพัก ณ โรงแรมที่เลือกใช้สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ททท. ขอความร่วมมือผู้ลงทะเบียนทุกท่าน เมื่อทำการลงทะเบียนในระบบสำเร็จแล้ว สามารถทยอยเข้าสู่กระบวนการยืนยันตัวตนผ่าน ThaiID ได้ภายหลัง ก่อนถึงวันเดินทางจริง

ผู้ว่าการ ททท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ส่วนอีกประเด็นปัญหาที่พบ ได้แก่ การได้รับ OTP ล่าช้า เนื่องจากการเปิดใช้โดเมนอีเมลใหม่ verify.tat.or.th และมีการส่งอีเมลปริมาณสูงจากการส่งอีเมลยืนยันตัวตนจำนวนมากในทันที ทำให้เกิดระบบป้องกันสแปมของผู้ให้บริการอีเมลรายใหญ่ จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้การรับอีเมลยืนยันตัวตนล่าช้าสำหรับผู้ใช้งานบางราย ขณะนี้ ททท. ได้ดำเนินการปรับค่าการตั้งค่าระบบภายในเครื่องมือ Google Workspace และ Google Postmaster ซึ่งทำให้ระบบของผู้ให้บริการอีเมล เริ่มทยอยปลดล็อกการรับอีเมลจาก @tat.or.th ซึ่งสะท้อนผ่านจำนวนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการยืนยันตัวตนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแล้ว

สำหรับการเลือกใช้แอปพลิเคชัน Amazing Thailand ในการลงทะเบียนเที่ยวไทยคนละครึ่ง แทนการพึ่งพาระบบของธนาคาร ทั้งนี้ เพื่อให้ ททท. มีข้อมูลซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนและทำการตลาดเชิงรุก ให้ตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด สามารถพัฒนายุทธศาสตร์การท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วย Data-Driven Strategy ตลอดจนสามารถขยายโอกาสไปถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Stakeholders’ Ecosystem) ให้สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต และช่วยให้งบประมาณที่ภาครัฐอุดหนุนลงไปก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการใช้งานระบบแอปพลิเคชันของ ททท. อาจยังมีข้อติดขัดบางประการ และส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการลงทะเบียน ตลอดจนความไม่สะดวกในการเข้ารับบริการ ซึ่ง ททท. ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะเร่งแก้ไขในประเด็นปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ และทำให้ระบบมีความเสถียรและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

งานงอก ที่พักขึ้นราคา-ททท.จ่อตัดสิทธิ์

สำหรับอีกหนึ่งปัญหาของโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 68 ก็คือ การที่ผู้ประกอบการโรงแรม-ที่พัก หลาย ๆ แห่งฉวยโอกาส “อัพราคา” ให้สูงกว่าปกติ ซึ่งจากเดิมของของโครงการกำหนดให้เป็นราคาห้องพักในช่วงโลว์ซีซั่น แต่ที่พักหลายที่กลับกำหนดราคาพ้องเป็นในช่วงไฮต์ซีซั่นแทน จึงทำให้งานนี้โดนชาวเน็ตด่าขรมไปอีกดอก

ในกรณีนี้ ผู้ว่าการ ททท. ได้เปิดเผยว่า ทาง ททท. ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ ททท. ตรวจสอบราคา หากผู้ประกอบการมีการปรับราคาสูงขึ้นแบบผิดปกติเกิน 10% เมื่อเทียบกับราคาที่เคยขายในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2567 ซึ่งดูไม่เหมาะสมกับช่วงกรีนซีซั่น (โลว์ซีซั่น) ทาง ททท. มีสิทธิระงับการเข้าร่วมโครงการได้ โดยประชาชนยังสามารถส่งคำร้องมายัง ททท. ให้ตรวจสอบได้รวดเร็วมากขึ้น

ทั้งนี้หากพบว่าทางผู้ประกอบการมีการปรับราคาขึ้นเกินความเหมาะสมจริง ทาง ททท.ยืนยันว่าจะตัดสิทธิ์ออกจากการเข้าร่วมโครงการทันที

ระบบห่วย โรงแรมแห่ระงับจองเพียบ

ไม่เพียงแค่ปัญหาการลงทะเบียนเท่านั้น ปัญหาระบบล่มยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคธุรกิจโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการด้วย โดยปัญหาที่ทางฝั่งของผู้ประกอบการพบเจอหลัก ๆ คือเรื่องของราคาที่พัก ที่ทางโครงการให้ลงทะเบียน กำหนดให้ใส่ราคาเดียวเท่ากันหมด ทั้งการจองเข้าพักวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้หลายโรงแรมเลือกใส่เรทราคาสำหรับวันหยุดลงไปในระบบเพียงเรทเดียว

และที่สำคัญคือหากผู้ประกอบการลงทะเบียนราคาห้องพักไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขราคาได้ ทำให้เมื่อประชาชนเห็นเรทราคาแล้วนำไปเปรียบเทียบกับการจองแบบไม่ผ่านโครงการ หรือจากแอปทางเลือกอื่น จึงดูมีราคาสูงผิดปกติทั้งที่จองเข้าพักในวันธรรมดา

ส่งผลให้โรงแรมที่พักหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการ ได้ประกาศปิดการจองชั่วคราว จนกว่าจะได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานภาครัฐผู้ทำระบบดังกล่าว ขณะที่บางแห่งก็ทยอยออกจากโครงการดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว

ระบบห่วย หรือคนทำห่วย?

สำหรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว นี่ไม่ได้เป็นนโยบายใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเกิดขึ้นมาในรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่หากมีรากฐานมาจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทำขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่กำลังซบเซามาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19

กระทั่งมาถึงในรัฐบาลปัจจุบันที่ภาคการท่องเที่ยวเผชิญกับวิกฤติจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ทำให้รัฐบาลต้องปัดฝุ่นโครงการเราเที่ยวด้วยกันขึ้นมากระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ภายใต้ชื่อใหม่คือ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะทำให้เกิดเงินสะพัดจากการเดินทางท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีจากการเปิดให้ลงทะเบียนรอบประชาชนของโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 68 มาจนถึงวันนี้พบว่าโครงการนี้ประสบปัญหาด้านระบบต่าง ๆ มากมาย

สำหรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดูดีที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากจากกระแสสังคม เพียงแต่ว่าในภาคปฏิบัตินั้นรัฐบาลกลับทำให้ออกมาได้ไม่สมราคาคุย ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าอะไรที่ดีอยู่แล้วก็ไม่ควรไปยกเลิกแต่ควรพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น อย่างเช่น แอปเก่า “เป๋าตัง” ที่มีอยู่แล้ว และทำให้ดีจนได้รับรางวัลระดับโลก

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวเน็ตส่วนใหญ่ด่าโครงการเที่ยวไมยคนละครึ่งกันระนาว พร้อม ๆ การคำถามตัวโต ๆ ว่า ตกลงโครงการนี้เป็นที่ระบบห่วย? หรือ คนทำห่วยกันแน่?

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...