โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ไอเอฟดีโพล' เผยความเห็น 47.70% หมดเชื่อมั่น 'รัฐบาล' หนุนยุบสภา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 09.01 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์สำรวจความคิดเห็นไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นต่อความเชื่อมั่นในรัฐบาลปัจจุบัน สำรวจระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค. จากประชาชน 1,346 ตัวอย่างกระจาย 6 ภูมิภาค

โดยนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ เปิดเผยว่าในประเด็นความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ พบว่า47.70% ไม่เชื่อมั่นเลย รองลงมา 37.89% ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่นขณะที่ 9.14% ระบุว่าเชื่อมั่นพอสมควร และ 5.27% ระบุว่า เชื่อมั่นอย่างมาก นอกจากนั้นในประเด็นคำถามว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะอยู่ได้นานแค่ไหน พบว่า 31.87% ระบุว่า 3 เดือน รองลงมา 26.16% บอกว่า ไม่เกิน 1 เดือน ขณะที่ 15.82% บอกว่า 1 ปีและ 14.86% บอกว่า 6 เดือน

ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ระบุต่อว่าเมื่อตั้งคำาถมว่าถ้ารัฐบาลปัจจุบันไปต่อไม่ได้ ควรเลือกทางออกไหนให้ประเทศเดินหน้า พบว่า 47.10% ระบุว่า ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ รองลงมา 20.58% ระบุว่า ตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามกลไกรัฐธรรมนูญ 16.20% เลือกนายกฯใหม่จากบัญชีนายกฯของพรรคการเมือง และ 12.48% เลือกนายกฯคนนอกบัญชีพรรคการเมือง

“เมื่อถามเหตุผลที่เลือกรัฐบาลแห่งชาติตามกลไกรัฐธรรมนูญ พบเสียงส่วนใหญ่ 59.21% อยากได้รัฐบาลเฉพาะกิจ พาประเทศเดินหน้า รองลงมา 18.77% อยากได้รัฐบาลที่มีความสามารถบริหารประเทศ 14.08% พรรคการเมืองขัดแย้งหนัก ทำงานร่วมกันไม่ได้ นอกจากนั้นแล้วยังได้ตั้งคำถามว่า อยากได้ใครเป็นนายกฯ หากเลือกจากบัญชีพรรคการเมือง พบคำตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สูงสุด 29.82% รองลงมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 24.77% ต่อด้วยนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย 21.56% นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ 16.97% และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ พรรคประชาธิปัตย์ 6.88%”ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ระบุ

ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ระบุต่อว่าเมื่อถามเหตุผลถึงการเลือกนายกฯใหม่จากบัญชีพรรคการเมือง สูงสุด 42.20% คือ ไม่เชื่อมั่น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร รองลงมา 33.49% เปลี่ยนผู้นำตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ทำให้การเมืองปั่นป่วน ต่อมา 17.43% ลดแรงกดดัน ไม่ต้องยุบสภา หรือรัฐประหาร สุดท้ายคือ 6.88% เชื่อว่าคนอื่นเหมาะสมกว่า นอกจากนั้นในส่วนขอคำถามต่อคุณสมบัตินายกฯ ที่เหมาะสมบริหารประเทศพบว่า 27.87% ทำเพื่อประโยชน์ตนเองมากกว่าพวกพ้อง รองลงมา 21.01% ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม 17.61% มีวิสัยทัศน์ 15.91% มีภาวะผู้นำ 12.75% บริหารเก่ง ประสานงานได้ทุกฝ่าย

นางจิตติมา ระบุต่อว่าเมื่อถามว่าจะเลือกพรรคไหนในการรเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่าอันดับหนึ่ง 40.34% คือ พรรคประชาชน รองลงมา 28.16% ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ 9.44% ระบุว่าพรรคภูมิใจไทย 7.43% ระบุว่า พรรคเพื่อไทย 5.13% ระบุว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ 4.53% ระบุว่าเป็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งใหม่ 2.52% ระบุว่าพรรคอื่นๆ และ 2.45% ระบุว่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติและประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า จากผลสำรวจดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนแค่ความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่คือการตั้งคำถามกับระบบการเมืองไทยหากฝ่ายการเมืองและผู้เกี่ยวข้องยังไม่ขยับ ประเทศอาจไม่ใช่แค่หยุดชะงัก แต่จะยิ่งถอยหลัง

“ประชาชนเรียกร้องให้การเมืองกลับมาอยู่บนหลักเพื่อประชาชนไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของพรรคหรือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขหาทางออก ก่อนที่ความศรัทธาจะหายไปอย่างถอนคืนไม่ได้”นายเกรียงศักดิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...