โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลสหรัฐ สั่งห้ามทั่วโลกใช้ชิป AI “Huawei” โดยไม่ขออนุญาต ชี้ละเมิดกฎส่งออก แม้เพิ่งลดศึกภาษีกับจีน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 06.48 น.

รัฐบาลสหรัฐ สั่งห้ามทั่วโลกใช้ชิป AI "Huawei" โดยไม่ขออนุญาต ชี้ละเมิดกฎส่งออก พร้อมขู่บทลงโทษหนัก แม้เพิ่งลดศึกภาษีกับจีน

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.29 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการควบคุมใหม่ ห้ามผู้ใดก็ตามในทุกมุมโลกใช้ชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Huawei โดยไม่ขออนุญาต ถือเป็นการกดดันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้ว่าทั้งสองประเทศเพิ่งบรรลุข้อตกลงลดภาษีศุลกากรระยะเวลา 90 วัน

สำนักอุตสาหกรรมและความมั่นคง (BIS) ภายใต้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้ออกแนวทางใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกชิปสำหรับการประมวลผล AI โดยมีการแจ้งเตือนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีว่า การใช้ชิป Ascend ของ Huawei โดยไม่ได้รับใบอนุญาตถือเป็นการละเมิดกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐ

BIS อธิบายว่าการออกแบบและการผลิตชิป Ascend ของ Huawei มีแนวโน้มสูงว่าละเมิดข้อบังคับการส่งออกของสหรัฐฯ ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ในหรืออยู่นอกสหรัฐ หากใช้งานชิปเหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกลงโทษทางอาญาและทางปกครองอย่างรุนแรง เช่น ถูกจำคุก ปรับเงิน สูญเสียสิทธิ์ในการส่งออก หรือถูกจำกัดธุรกิจด้านอื่น ๆ

ชิป Ascend ของ Huawei ซึ่งใช้ในการฝึกฝนและประมวลผล AI เริ่มได้รับความนิยมในจีนมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่ Nvidia ผู้นำด้านชิป AI ของโลก เผชิญข้อจำกัดในการส่งออกไปยังจีน ขณะเดียวกันรัฐบาลจีนก็เร่งสนับสนุนให้บริษัทท้องถิ่นหันมาใช้ชิปจาก Huawei มากขึ้น บริษัทเทคโนโลยีจีนอย่าง iFlytek และ SenseTime ก็เป็นผู้ใช้หลักของชิป Ascend

เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia เคยยอมรับหลายครั้งว่า Huawei เป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขาม

มาตรการล่าสุดนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ วอชิงตันและปักกิ่งประกาศพักสงครามภาษีชั่วคราว โดยลดภาษีสินค้านำเข้าแบบตอบโต้จาก 125% เหลือเพียง 10% เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความสัมพันธ์การค้า

Jonah Cheng ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัท J&J Investment กล่าวว่า กฎใหม่ของสหรัฐครั้งนี้จะมีผลกระทบจำกัดต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากชิป Ascend ของ Huawei ยังมีจำนวนจำกัดมากในตลาด

“แค่ภายใน Huawei เองก็ยังไม่เพียงพอใช้ จะเอาไปส่งออกก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้” Cheng กล่าว พร้อมระบุว่ามาตรการควบคุมการส่งออกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งห้ามผู้ผลิตชิปและบริษัทบรรจุภัณฑ์ส่งออกให้ลูกค้าจีน มีผลกระทบต่อวงการชิปจีนมากกว่า

นอกจากนี้ BIS ยังได้ยกเลิก “AI Diffusion Rule” ในยุคของประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งแบ่งประเทศทั่วโลกออกเป็น 3 ระดับและจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงไปยังประเทศระดับ Tier 2 และ Tier 3 (เช่น เม็กซิโก) ซึ่ง BIS ระบุว่าจะออกกฎทดแทนในภายหลัง

ทั้งนี้การยกเลิกกฎ AI Diffusion นี้ถือเป็นชัยชนะของผู้ผลิตชิปสหรัฐ โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 5% ในวันอังคารที่มีประกาศดังกล่าว ซีอีโอ Nvidia ได้รณรงค์มาตลอดให้ผ่อนคลายกฎควบคุมการส่งออก โดยเตือนว่าหากสหรัฐถอนตัวจากตลาดใด ตลาดนั้นจะตกเป็นของประเทศอื่น เช่น Huawei

“ระบบนิเวศของ AI จะสร้างอยู่บนมาตรฐานของใครบางคน ถ้าเราไม่เข้าไปในตลาดนั้น ก็จะมีคนอื่นเข้าไปแทนแน่นอน” หวงกล่าวที่งาน Milken Conference ในลอสแอนเจลิส พร้อมเสริมว่า “Huawei ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ได้เข้าไปแทนที่เราแล้วในจีน”

นอกจากนี้หวงยังเผยว่า Nvidia เตรียมขายชิป Blackwell จำนวนกว่า 18,000 ตัวให้กับบริษัท AI ของซาอุฯ ชื่อ Humain ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในตลาดโลก

Chiu Shih-fang นักวิเคราะห์อาวุโสจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน (TIER) มองว่า กฎใหม่จากฝ่ายบริหารของทรัมป์สะท้อนว่าสหรัฐจะยังคงกดดันจีนด้านเทคโนโลยีต่อไป แม้จะมีท่าทีผ่อนคลายทางการค้า

“เพื่อรักษาความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ สหรัฐจะยังเดินหน้าเจรจาการค้ากับประเทศอื่น ๆ โดยเน้นประเด็นควบคุมเทคโนโลยีกับจีน และตรวจสอบการแอบอ้างแหล่งผลิตสินค้าส่งออก”

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...