SIRI กำไร Q1/68 ที่ 814 ลบ.พร้อมตุน backlog 2.2 หมื่นลบ. เล็งออก Perpetual Bond ระดมทุน มิ.ย.นี้
SIRI กำไร Q1/68 ที่ 814 ลบ.พร้อมตุน backlog 2.2 หมื่นลบ. เล็งออก Perpetual Bond ระดมทุน มิ.ย.นี้
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 68 10:15 น.
SIRI เผยไตรมาส 1/68 เติบโตสอดรับภาวะตลาด ด้วยกำไรสุทธิ 814 ล้านบาท ปิดยอดขายที่ 1.51 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว ด้วยสถานะการเงินที่มั่นคง เตรียมออก Perpetual Bond มิ.ย.นี้ พร้อมวางแผนธุรกิจเชิงรุกเตรียมรับกระแสฟื้นตัวของตลาด พร้อม Backlog รอรับรู้รายได้กว่า 22,000 ล้านบาท
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 สะท้อนสภาวะตลาดในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมียอดขายอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท (+25% YoY) เติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 และ 2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 6,891 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 814 ล้านบาท
บริษัทยังคงรักษาฐานะการเงินที่มั่นคงและมีเสถียรภาพพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ดี สะท้อนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ หรือ Perpetual Bond ที่ได้รับการตอบรับที่ดี นักลงทุนให้ความสนใจสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก และคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนนี้
แม้ไตรมาสแรกของปีจะมีความท้าทาย แต่แสนสิริเชื่อมั่นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ การออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองลงเหลือ 0.01% ในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ต่อเนื่องถึงปี 2569 และการผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.75% ต่อปี โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน จะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ส่วนตลาดอสังหาฯ ในเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ ภูเก็ต ยังคงมีกำลังซื้อเข้ามาจากการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ คาดว่าจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและดึงการลงทุนเข้าสู่ประเทศได้ สำหรับปัจจัยบวกด้านดีมานด์ ที่น่าจับตามองคือความต้องการในกลุ่มบ้านแนวราบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนที่แสนสิริมีความเชี่ยวชาญและครองส่วนแบ่งตลาดในระดับแนวหน้าของประเทศ
แสนสิริยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ควบคู่ไปกับการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยกลยุทธ์การบริหารที่รัดกุมและการรักษาสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง เติบโตอย่างมีศักยภาพได้ในระยะยาว จากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการพร้อมโอนและการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการตลาด ร่วมด้วย Backlog
รอรับรู้รายได้กว่า 22,000 ล้านบาท นายวิชาญ กล่าว
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ