โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประกันสังคม แยกสิทธิ์ ผ่าฟันคุด ออกจาก 900 บาท จ่ายเพิ่มสูงสุด 2,500 บาท

Thaiger

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 08.53 น. • Thaiger ข่าวไทย

บอร์ดประกันสังคม เผยข่าวดี เตรียมเสนอปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทันตกรรม ให้แยกสิทธิ์ผ่าฟันคุดออกจากวงเงิน 900 บาท โดยจ่ายเพิ่มสูงสุด 2,500 บาท คาดมีผลเร็ว ๆ นี้

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ประธานกรรมการคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนประกันสังคม เปิดเผยข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนทั่วประเทศ โดยระบุว่าที่ประชุมคณะกรรมการการแพทย์เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมครั้งสำคัญ โดยให้แยกสิทธิ์ การผ่าฟันคุด ออกจากวงเงิน 900 บาทต่อปี และกำหนดอัตราการจ่ายให้ใหม่ในวงเงินที่สูงขึ้น เพื่อลดภาระของผู้ประกันตน

สำหรับสิทธิประโยชน์ใหม่ในการผ่าฟันคุดนั้น จะมีการกำหนดอัตราการจ่ายค่าบริการโดยอิงตามอัตราของกรมบัญชีกลาง แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

  • กรณีผ่าฟันคุดแบบง่าย อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1,500 บาท
  • กรณีผ่าฟันคุดแบบยาก (มีการกรอกระดูก) อัตราการจ่ายอยู่ที่ 2,500 บาท
ภาพจาก: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นพ.สุรเดช ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับบริการผ่าฟันคุดได้ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน แต่หากมีค่าใช้จ่ายเกินจากอัตราที่กำหนด ผู้ประกันตนจะต้องรับผิดชอบส่วนต่างด้วยตนเอง ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ประกันตนที่ปวดฟันและต้องการการรักษาเร่งด่วนไม่ต้องรอคิวนาน

นอกจากเรื่องการผ่าฟันคุดแล้ว ที่ประชุมยังได้พิจารณาปรับปรุงสิทธิ์ทันตกรรมเดิม วงเงิน 900 บาทต่อปี โดยหากผู้ประกันตนมีความจำเป็นต้องรับการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 900 บาท และเข้ารับบริการที่ โรงพยาบาลของรัฐ สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายค่ารักษาตามจริงให้ทั้งหมดโดยไม่กำหนดเพดาน แต่หากเป็นสถานพยาบาลเอกชนจะยังคงจ่ายให้ในอัตรา 900 บาทตามเดิม

พร้อมกันนี้ ยังมีการเห็นชอบให้ปรับเพิ่มการจ่ายค่าตรวจสุขภาพช่องปากให้กับสถานพยาบาลด้วย โดยมีเงื่อนไขว่าสถานพยาบาลจะต้องจัดทำและส่งข้อมูลสุขภาพช่องปากของผู้ประกันตนให้กับ สปส. เพื่อให้ผู้ประกันตนได้ทราบถึงปัญหาสุขภาพของตนเองและเพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนระยะยาวต่อไป

นพ.สุรเดช กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการการแพทย์ได้อนุมัติในหลักการแล้ว คาดว่าประมาณเดือนสิงหาคม 2568 จะสามารถเสนอเรื่องทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ชุดใหญ่ได้ และหากที่ประชุมเห็นชอบ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมายอีกเล็กน้อยก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งจะทำให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างสะดวกและครอบคลุมยิ่งขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...