โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตรัง รองปลัดคมนาคมลงพื้นที่ “เขาพับผ้า” ตรวจเส้นทางจริง หลังรถบัสสองชั้นประท้วงคำสั่งห้ามวิ่ง

77kaoded

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 21.29 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 06.52 น. • 77Kaoded

ตรัง นายสรพงศ์ แก้วไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นำทีมผู้แทน 4 ฝ่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทาง “เขาพับผ้า” จังหวัดตรัง-พัทลุง หลังสมาคมรถโดยสารสองชั้นไทยรวมตัวประท้วงคำสั่งห้ามวิ่งผ่านถนนลาดชัน ชี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงรอบด้าน พร้อมรับข้อเสนอส่งต่อคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง หาทางออกที่ปลอดภัยและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

จากกรณีกรมการขนส่งทางบก ออกประกาศห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งชุมนุมประท้วงของผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสองชั้น ที่บริเวณอันดามันเกสเวย์ ถนนเขาพับผ้า โดยผู้ชุมนุมประท้วงได้มีการยื่นหนังสือเรียกร้องไปยังนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีพันจ่าเอกอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และ นายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (8 มิ.ย.68) นายสรพงศ์ แก้วไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงและตรัง เพื่อดูสภาพเส้นทางบนถนนเขาพับผ้า โดยมีผู้แทนจาก 4 ฝ่าย ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงคมนาคม , รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก , วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์เกณฑ์ความลาดเอียดและระยะทางเสี่ยง โดยฝ่ายสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย ยืนยันเป็นเส้นทางที่ไม่เข้าเกณฑ์การออกประกาศห้าม เนื่องจากแม้จะมีบางช่วงที่ลาดชันเกิน 8% ระยะทางไม่เกิน 1 กม. ไม่มีช่วงที่ลาดชันยาวต่อเนื่องเกินกว่า 5 กม.

โดยนายสรพงศ์ แก้วไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า วันนี้เรามาตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของพื้นที่ ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับเป็นข้อมูลจากส่วนกลาง วันนี้ลงพื้นที่ก็อยากเห็นภาพความของสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัย เพื่อหามาตรการอย่างอื่นได้หรือไม่อย่างไร จึงเป็นการหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีทั้งสำนักงานแขวงทางหลวง อยากให้ทางสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทยสบายใจว่าเราต้องการแก้ปัญหา ตามที่สมาคมฯ เรียกร้องมา อย่างไรก็ตามสิ่งที่ออกมาเป็นนโยบายก็มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องผู้โดยสารรถทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ ฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางได้รับประโยชน์สูงสุด และเราต้องตรวจสอบดูถึงเรื่องผลกระทบต่างๆของผู้ประกอบการที่เรียกร้องมา เราพยายามหาเพิ่มมาตรการมาตรการกำกับความปลอดภัยในบางเรื่อง และจะมีการหารือกันในช่วงบ่ายของวันนี้(8มิ.ย.) และดูสภาพพื้นทางในฝั่งจังหวัดพัทลุง ซึ่งหากวิ่งจากจังหวัดตรังพบมีความลาดชัน 8% ใน 2-3 จุด แต่ในฝั่งพัทลุงมีความลาดชัน 9.6% อยู่ด้วย

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีตัวแทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยมาด้วย ซึ่งมาทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพื่อพิจารณาในข้อเท็จจริงต่างๆ ส่วนอำนาจของการพิจารณาเป็นเรื่องของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งตนก็จะรับข้อเสนอในพื้นที่ไปหารือกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางต่อไป ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการจะฟ้องศาลปกครองนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับประชาชน ที่สามารถแสดงหาความยุติธรรมได้

การดูพื้นที่ในฝั่งพัทลุง เห็นว่าเป็นทางลาดชันขึ้นลง ลงแล้วก็ขึ้น แมัจะมจุดที่น่ากลัวที่ความชัน 9.6% แต่ยังไหล่ทางที่กว้าง และสภาพถนนดีมาก

อย่างไรก็ตามพื้นที่ทางฝั่งพัทลุง มีความลาดชัน 8% จำนวน 4 จุด และ ความลาดชัน 9.6% จำนวน 2 จุด แต่ไม่มีป้าย 9.6% เนื่องจากคิดเป็นค่าเฉลี่ยที่ 8%

.
นายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทยกล่าวว่า เรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสารนั้น การแก้ปัญหาไม่ใช่ห้ามรถวิ่งเสียทีเดียว เพราะมีอีกหลายวิธีที่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้นเหตุของอุบัติเหตุทั้งหมดมาจากการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เราสามารถเลือกจำกัดความเร็วต่ำได้ และมองว่าการแก้ปัญหาด้วยการห้ามรถวิ่งไม่ได้มาจากการศึกษาข้อมูลที่แท้จริง หากยังยืนกรานจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ก็จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งเรื่องของการฟ้องศาลปกครองจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า ซึ่ง่กฏเกณฑ์ 8% ยาวต่อเนื่อง 5 กิโลกรัมเมตร ตนมั่นใจว่าเส้นทางของพับผ้าไม่ยาวต่อเนื่อง ซึ่งตนได้ไปดูข้อมูลกายภาพมาแล้วว่าไม่ยาวต่อเนื่อง ส่วนประเด็นความลาดชัน 9.6% ก็ไม่มีผลเช่นกัน เพราะไม่ได้ยาวต่อเนื่อง 5 กิโลเมตร จริงๆแล้วตนเป็นคนร้องขอให้มีตัวแทนจากสภาวิศวกรรมมาร่วมด้วย เพราะตุนเชื่อมั่นว่าเขามีจรรยาบรรณทำของวิศวกร และน่าจะให้ผลตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้หากกฎเกณฑ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องเราจะทำการอารยะขัดขืน

.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...