ตรัง รองปลัดคมนาคมลงพื้นที่ “เขาพับผ้า” ตรวจเส้นทางจริง หลังรถบัสสองชั้นประท้วงคำสั่งห้ามวิ่ง
ตรัง นายสรพงศ์ แก้วไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นำทีมผู้แทน 4 ฝ่าย ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทาง “เขาพับผ้า” จังหวัดตรัง-พัทลุง หลังสมาคมรถโดยสารสองชั้นไทยรวมตัวประท้วงคำสั่งห้ามวิ่งผ่านถนนลาดชัน ชี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงรอบด้าน พร้อมรับข้อเสนอส่งต่อคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง หาทางออกที่ปลอดภัยและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
จากกรณีกรมการขนส่งทางบก ออกประกาศห้ามรถโดยสารสาธารณะ 2 ชั้น ทั้งรถโดยสารประจำทาง และไม่ประจำทาง เดินรถใน 7 เส้นทางเสี่ยง ที่มีความลาดชันทั่วประเทศ รวมทั้งเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้า ตรัง -พัทลุง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งชุมนุมประท้วงของผู้ประกอบการรถบัสโดยสารสองชั้น ที่บริเวณอันดามันเกสเวย์ ถนนเขาพับผ้า โดยผู้ชุมนุมประท้วงได้มีการยื่นหนังสือเรียกร้องไปยังนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีพันจ่าเอกอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และ นายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ (8 มิ.ย.68) นายสรพงศ์ แก้วไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงและตรัง เพื่อดูสภาพเส้นทางบนถนนเขาพับผ้า โดยมีผู้แทนจาก 4 ฝ่าย ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงคมนาคม , รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก , วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย(สปส.) ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์เกณฑ์ความลาดเอียดและระยะทางเสี่ยง โดยฝ่ายสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทย ยืนยันเป็นเส้นทางที่ไม่เข้าเกณฑ์การออกประกาศห้าม เนื่องจากแม้จะมีบางช่วงที่ลาดชันเกิน 8% ระยะทางไม่เกิน 1 กม. ไม่มีช่วงที่ลาดชันยาวต่อเนื่องเกินกว่า 5 กม.
โดยนายสรพงศ์ แก้วไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า วันนี้เรามาตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของพื้นที่ ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับเป็นข้อมูลจากส่วนกลาง วันนี้ลงพื้นที่ก็อยากเห็นภาพความของสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัย เพื่อหามาตรการอย่างอื่นได้หรือไม่อย่างไร จึงเป็นการหารือร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีทั้งสำนักงานแขวงทางหลวง อยากให้ทางสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทยสบายใจว่าเราต้องการแก้ปัญหา ตามที่สมาคมฯ เรียกร้องมา อย่างไรก็ตามสิ่งที่ออกมาเป็นนโยบายก็มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องผู้โดยสารรถทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ ฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางได้รับประโยชน์สูงสุด และเราต้องตรวจสอบดูถึงเรื่องผลกระทบต่างๆของผู้ประกอบการที่เรียกร้องมา เราพยายามหาเพิ่มมาตรการมาตรการกำกับความปลอดภัยในบางเรื่อง และจะมีการหารือกันในช่วงบ่ายของวันนี้(8มิ.ย.) และดูสภาพพื้นทางในฝั่งจังหวัดพัทลุง ซึ่งหากวิ่งจากจังหวัดตรังพบมีความลาดชัน 8% ใน 2-3 จุด แต่ในฝั่งพัทลุงมีความลาดชัน 9.6% อยู่ด้วย
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีตัวแทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยมาด้วย ซึ่งมาทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพื่อพิจารณาในข้อเท็จจริงต่างๆ ส่วนอำนาจของการพิจารณาเป็นเรื่องของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งตนก็จะรับข้อเสนอในพื้นที่ไปหารือกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางต่อไป ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการจะฟ้องศาลปกครองนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับประชาชน ที่สามารถแสดงหาความยุติธรรมได้
การดูพื้นที่ในฝั่งพัทลุง เห็นว่าเป็นทางลาดชันขึ้นลง ลงแล้วก็ขึ้น แมัจะมจุดที่น่ากลัวที่ความชัน 9.6% แต่ยังไหล่ทางที่กว้าง และสภาพถนนดีมาก
อย่างไรก็ตามพื้นที่ทางฝั่งพัทลุง มีความลาดชัน 8% จำนวน 4 จุด และ ความลาดชัน 9.6% จำนวน 2 จุด แต่ไม่มีป้าย 9.6% เนื่องจากคิดเป็นค่าเฉลี่ยที่ 8%
.
นายสุริยะ แกล้วทนงค์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้นไทยกล่าวว่า เรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสารนั้น การแก้ปัญหาไม่ใช่ห้ามรถวิ่งเสียทีเดียว เพราะมีอีกหลายวิธีที่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้นเหตุของอุบัติเหตุทั้งหมดมาจากการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เราสามารถเลือกจำกัดความเร็วต่ำได้ และมองว่าการแก้ปัญหาด้วยการห้ามรถวิ่งไม่ได้มาจากการศึกษาข้อมูลที่แท้จริง หากยังยืนกรานจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ก็จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งเรื่องของการฟ้องศาลปกครองจะเริ่มดำเนินการในสัปดาห์หน้า ซึ่ง่กฏเกณฑ์ 8% ยาวต่อเนื่อง 5 กิโลกรัมเมตร ตนมั่นใจว่าเส้นทางของพับผ้าไม่ยาวต่อเนื่อง ซึ่งตนได้ไปดูข้อมูลกายภาพมาแล้วว่าไม่ยาวต่อเนื่อง ส่วนประเด็นความลาดชัน 9.6% ก็ไม่มีผลเช่นกัน เพราะไม่ได้ยาวต่อเนื่อง 5 กิโลเมตร จริงๆแล้วตนเป็นคนร้องขอให้มีตัวแทนจากสภาวิศวกรรมมาร่วมด้วย เพราะตุนเชื่อมั่นว่าเขามีจรรยาบรรณทำของวิศวกร และน่าจะให้ผลตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้หากกฎเกณฑ์ที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องเราจะทำการอารยะขัดขืน
.