โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดร.มหาธีร์” อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในวัย 100 ปี หนึ่งศตวรรษแห่งวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำ

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 19.36 น.

ดร. มหาธีร์ โมฮัมหมัด ที่มาภาพ:เพจ Facebook Dr Mahathir bin Mohamad

มาเลเซียในวันนี้นับเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากดร. มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของประเทศ ฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปี ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่หายากไม่ว่าประเทศใดๆ ก็ตาม และยังเป็นการเฉลิมฉลองของรัฐบุรุษผู้เป็นผู้นำที่สร้างผลงานอันล้ำลึกและยั่งยืนในกิจการระดับชาติและระดับโลก

เว็บไซต์ MalaysiaNow นำเสนอบทความเรื่อง Dr Mahathir turns 100: A century of vision and leadership ในวาระการครบรอบ 100 ปีของดร. มหาธีร์ โมฮัมหมัด

ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียสองสมัยผู้เปี่ยมด้วยพลัง มีวิสัยทัศน์แต่ใส่ใจในรายละเอียด มีเสน่ห์แต่แฝงไปด้วยความแตกแยก ตลอดหกทศวรรษที่ผ่านมา ดร.มหาธีร์ได้หล่อหลอมการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศอย่างล้ำลึก

การก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งทางการเมืองของดร.มหาธีร์ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ ในปี ค.ศ. 1964 เขาได้ลงสมัครชิงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาภายใต้องค์การชาตินิยมมลายูหรือที่รู้จักกันในนามพรรคอัมโน (United Malays National Organisation :UMNO) ในรัฐเกดะห์เป็นครั้งแรก ตรงกันข้ามกับผู้นำรุ่นแรกของอัมโนที่สุภาพอ่อนโยน ดร.มหาธีร์มีพื้นเพมาจากชนบท และได้แสดงวิสัยทัศน์ที่เน้นเรื่องเชื้อชาติมากกว่าที่เคยเป็นมา

หลังจากตกอยู่ในวังวนทางการเมืองช่วงสั้นๆ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรีคนแรกของมาเลเซีย ตุนกู อับดุล ราห์มาน ดร. มหาธีร์ได้กลับมาร่วมงานกับUMNO อีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางเชื้อชาติในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1969 วาทกรรมและมุมมองโลกของเขาสอดคล้องกับจุดยืนของมาเลเซียที่มุ่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ

ดร.มหาธีร์ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี ค.ศ. 1981 และนำประเทศชาติด้วยการดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 22 ปี ซึ่งถือเป็นวาระที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วงเวลาดังกล่าว การบริหารเศรษฐกิจในระดับมหภาคของเขาถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ดร.มหาธีร์มุ่งมั่นที่จะจัดทำงบประมาณสมดุล ค่อนข้างเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ผลที่ได้คืออัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 6-7% ต่อปี

ดร.มหาธีร์ซึ่งมักถูกเรียกว่าผู้สร้างมาเลเซียยุคใหม่ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย คือ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 ถึง ค.ศ.2003 และอีกครั้งตั้งแต่ปี ค.ศ.2018 ถึง ค.ศ.2020

ในช่วงกว่าสองทศวรรษที่ดำรงตำแหน่ง ดร.มหาธีร์ได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติของมาเลเซียให้เพิ่มมากขึ้น

ดร.มหาธีร์ก้าวเข้าสู่การเมืองในยุคหลังการประกาศเอกราช และก้าวขึ้นสู่ความโดดเด่นอย่างรวดเร็วด้วยมุมมองอันแน่วแน่ต่อการกำหนดอนาคตตนเอง การปฏิรูปเศรษฐกิจ และการศึกษา ภายใต้การนำของเขา มาเลเซียได้เปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมสมัยใหม่

ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรก ดร.มหาธีร์ก่อตั้งสถาบันสำคัญ โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และนโยบายต่างๆ ที่มุ่งลดความยากจนและลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์

การดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของดร.มหาธีร์ เริ่มต้นในปี ค.ศ. 2018 ขณะมีอายุ 92 ปี เพื่อตอบสนองต่อความไม่พอใจของประชาชนต่อการปกครองและการทุจริต การกลับมาของดร.มหาธีร์ ถือเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้ดร.มหาธีร์ กลายเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลกในขณะนั้น

วิสัยทัศน์ 2020 ของดร.มหาธีร์ ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1991 ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ตั้งเป้าหมายไว้สูงที่สุดของเขา แผนงานดังกล่าวมุ่งหวังที่จะทำให้มาเลเซียเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสมบูรณ์ภายในปีค.ศ. 2020 ซึ่งไม่เพียงแต่กำหนดด้วยรายได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีสังคมสมานฉันท์ ภาวะผู้นำที่มีจริยธรรม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ด้วย

วิสัยทัศน์ดังกล่าวจัดทำขึ้นจากความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ 9 ประการ เช่น การสร้างเอกลักษณ์ประจำชาติที่เป็นหนึ่งเดียว การสร้างสังคมที่มีศีลธรรมและประชาธิปไตย การส่งเสริมความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ และการปลูกฝังวัฒนธรรมที่ก้าวหน้าและขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์

ดร.มหาธีร์กล่าวว่า “เราต้องมุ่งมั่นที่จะไม่เพียงแต่เป็นประเทศที่ร่ำรวยเท่านั้น แต่ต้องเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่เคารพ ชื่นชม และเป็นที่รักของประชาชนและผู้อื่น”

แม้ว่าวิสัยทัศน์ 2020 จะยังไม่บรรลุผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ภายในปีเป้าหมาย แต่ก็เป็นกรอบแนวทางที่กำหนดนโยบายต่างๆ ให้กับรัฐบาลชุดต่อๆ มา

ดร. มหาธีร์ โมฮัมหมัด ร่วมงานสัมมนาประจำปี Nikkei Forum: Future of Asia ครั้งที่ 30 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ที่มาภาพ:เพจ Facebook Dr Mahathir bin Mohamad

นอกเหนือจากมาเลเซียแล้ว ดร.มหาธีร์ยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนอุดมการณ์ของชาวมุสลิมอย่างแข็งขันและเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์ความอยุติธรรมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างแข็งขัน การวิพากษ์วิจารณ์มาตรฐานสองมาตรฐานของตะวันตก และการเรียกร้องให้ประเทศมุสลิมเป็นหนึ่งเดียวกัน ล้วนสร้างความชื่นชมในตัวเขาจากอิสลามทั่วโลก

คำพูดของเขามักถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ แต่สำหรับผู้คนจำนวนมากในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ดร.มหาธีร์ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและอิสรภาพ
แม้จะได้รับการยกย่อง แต่เส้นทางการเมืองของ ดร.มหาธีร์ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อถกเถียง รูปแบบการเป็นผู้นำและการจัดการสถาบันประชาธิปไตยของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มภาคประชาสังคมและพรรคฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่คนที่โต้แย้งการมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาประเทศของเขา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียปีค.ศ. 1997 เมื่อมาเลเซียเลือกเส้นทางการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจ โดยต้านทานแรงกดดันจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ

งานเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของดร. มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด ณ มูลนิธิ Perdana Leadership Foundation เมืองปุตราจายา มาเลเซีย ที่มาภาพ:เพจ Facebook Dr Mahathir bin Mohamad

ในวาระครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาประเทศ ดร.มหาธีร์ยังคงเป็นกระบอกเสียงสำคัญในวาทกรรมระดับชาติ อิทธิพลของเขายังคงปรากฏให้เห็นในเมืองหลวง ทางหลวง โรงพยาบาล และโรงเรียนต่างๆ ของมาเลเซีย
ตั้งแต่โครงการขนาดใหญ่ในเมืองไปจนถึงรากฐานทางอุดมการณ์ของนโยบายระดับชาติ ร่องรอยของดร.มหาธีร์นั้นเด่นชัด
ในวัย 100 ปี ดร.มหาธีร์ไม่เพียงแต่เป็นพยานถึงประวัติศาสตร์มาเลเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้สถาปนาประเทศอีกด้วย
อายุขัยที่ยาวนานของเขาในชีวิตสาธารณะ วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และการอุทิศตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้ชาวมาเลเซียได้มีเวลาไตร่ตรองถึงความก้าวหน้าของชาติ และคุณค่าที่ต้องขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...