โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไฟเขียวยืดสัญญาไฮสปีดไทย-จีน เตรียมชงครม.เวนคืนที่เฟส2

The Better

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • THE BETTER
บอร์ด รฟท. ขยายเวลาก่อสร้างไฮสปีดไทย-จีน ช่วงอุโมงค์ มวกเหล็กและลำตะคอง ออกไปอีก 181 วัน เหตุเวนคืนพื้นที่ล่าช้า เดินหน้างานพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางและขนส่งระหว่าง 3 ประเทศ

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด รฟท. มีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการดำเนินงานตามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีด) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพ - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ - นครราชสีมา) สัญญาที่ 3-2 : งานโยธา สำหรับงานอุโมงค์ (มวกเหล็กและลำตะคอง) ออกไปอีก 181 วัน จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 7 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาใหม่เป็นวันที่ 5 ธันวาคม 2568

ขณะเดียวกันให้ปรับแผนการเชื่อมประสานงานก่อสร้างให้สอดคล้องกับการขยายสัญญาโดยผู้รับจ้างฯ ไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าทดแทนใด ๆ รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากที่ปรึกษาฯ รวมทั้งการรถไฟฯ ไม่เสียประโยชน์ และไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินโครงการอื่นๆ แต่อย่างใด

สำหรับสาเหตุที่ต้องขยายเวลาออกไป เนื่องจากกการรถไฟฯ ส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างก่อสร้างล่าช้าจากการเวนคืนพื้นที่ ซึ่งกระทบงานก่อสร้าง 2 รายการ คือ งานก่อสร้างคันทางรถไฟระดับดิน ช่วง DK.134+765 –DK.135+385 และงานก่อสร้างสะพานผาเสด็จ 3

ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้ส่งมอบพื้นที่เวนคืนทั้งหมดให้กับผู้รับจ้าง 100% แล้ว พร้อมเร่งรัดให้ดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่ปรับใหม่ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องและแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

ส่วนสัญญาที่ 3-2 งานโยธาสำหรับอุโมงค์ ช่วงมวกเหล็กและลำตะคอง มูลค่า 4,279,309,390 ล้านบาท ระยะทาง 12.23 กิโลเมตร ครอบคลุมงานก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งรถไฟ ระยะทาง 8 กิโลเมตร คันทางรถไฟระดับดิน ระยะทาง 3.27 กิโลเมตร โครงสร้างทางรถไฟยกระดับ ระยะทาง 0.96 กิโลเมตร รวมถึงอาคารและสิ่งปลูกสร้าง รองรับงานระบบรถไฟฟ้า 4 แห่ง พร้อมถนนเชื่อมต่อ ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2564 มีความคืบหน้า 90.94%

นอกจากนี้ บอร์ด รฟท. ยังให้ความเห็นชอบให้นำเรื่องเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่โครงการฯ เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ - หนองคาย ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ประกอบด้วย พื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และจังหวัดหนองคาย ที่ดิน จำนวน 1,991 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,345 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง 1,428 รายการ ด้วยวงเงิน 12,418.61 ล้านบาท

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 และคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา

อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นหลังสถานีนครราชสีมา และสิ้นสุดที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง (ฝั่งไทย) รวมทั้งหมด 5 สถานี ประกอบด้วย สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย มีศูนย์ซ่อมบำรุง (Deport) 2 แห่ง ที่นาทา และเชียงรากน้อย ศูนย์ซ่อมบำรุงทาง (Maintenance Base) 4 แห่ง ที่บ้านมะค่า หนองเม็ก โนนสะอาด และนาทา

รวมถึงย่านเก็บตู้สินค้าและเปลี่ยนถ่ายสินค้า 1 แห่ง ที่นาทา รวมระยะทางประมาณ 357.22 กิโลเมตร ถือเป็นโครงการยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายใหม่ One Belt One Road (OBOR) โดยจะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางและขนส่งระหว่าง 3 ประเทศ ไทย–ลาว–จีน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พร้อมทั้งกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ด้วยการเชื่อมโยงเมืองหลัก เมืองรอง และพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ให้เข้าถึงกันอย่างไร้รอยต่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...