โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัดค่าน้ำตาลด้วยเครื่อง BGM ตรวจเองได้ ปลอดภัย ป้องกันโรคเบาหวาน

PPTV HD 36

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 22.00 น.
BGM คือการตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่บ้าน ช่วยควบคุมเบาหวาน ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน และติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BGM (Blood Glucose Monitoring) คือการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล เป็นการตรวจเพื่อติดตามระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการใช้เข็มปากกาเจาะที่ปลายนิ้ว โดยหยดเลือดลงบนแผ่นทดสอบเพียง 1 หยด โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเครื่องพกพาด้วยตนเอง เหมาะกับผู้ป่วยที่มีค่าน้ำตาลในเลือดสูงในระดับที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน และผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 เพื่อการดูแลตนเองและเพื่อแจ้งแก่แพทย์เมื่อถึงวันนัดพบแพทย์

“เบาหวาน” 1 ในกลุ่ม โรค NCDs ชนิดและวิธีการรักษาคุมภาวะแทรกซ้อน

8 สัญญาณโรคเบาหวาน คอแห้ง หิวบ่อย ชาปลายมือปลายเท้า ต้องระวัง!

ใครบ้างควรตรวจวัดระดับน้ำตาลด้วย BGM

  • เป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • ต้องการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่สะดวกไปโรงพยาบาลบ่อยๆ
  • ต้องการติดตามผลการรักษาโรคเบาหวานอย่างต่อเนื่อง เพื่อการดูแลตนเองได้ดีขึ้น
  • แพทย์แนะนำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเข้มงวด

เตรียมตัวตรวจวัดระดับน้ำตาลด้วย BGM

  • งดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด รวมถึงไม่เคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอม อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ก่อนเจาะเลือด
  • กรณีตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนมื้ออาหาร และหลังมื้ออาหาร 2 ชั่วโมง จะมีเกณฑ์ค่าตัวเลขในการพิจารณาผลที่แตกต่างกัน

ขั้นตอนการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย BGM

  • ล้างมือให้สะอาดก่อนเจาะเลือดทุกครั้ง
  • เปิดเครื่อง Blood Glucose Monitoring และตั้งค่าให้ถูกต้องตามคู่มือการใช้งาน
  • นวดคลึงปลายนิ้วที่จะทำการเจาะเลือดเพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น โดยทั่วไปมักเจาะเลือดที่ปลายนิ้วกลางหรือนิ้วนาง
  • ใช้ลำสีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดบริเวณที่จะทำการเจาะเลือดให้ทั่ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยรอให้แห้งก่อนเจาะเลือด
  • ใช้อุปกรณ์เจาะเลือดเจาะที่ด้านข้างของปลายนิ้ว
  • เช็ดเลือดหยดแรกออกก่อนด้วยสำลีแห้ง และใช้เลือดหยดที่สองหยดลงบนแผ่นทดสอบ
  • นำแผ่นทดสอบใส่เครื่อง Blood Glucose Meter
  • อ่านผลการทดสอบที่ปรากฏบนจอภาพ โดยบันทึกผลไว้ทุกครั้ง

ประโยชน์การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

  • ผู้ป่วยไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ จึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
  • ช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น จากการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือการใช้ยาให้เหมาะสมกับภาวะหรือค่าน้ำตาลในเลือดในช่วงเวลานั้นๆ
  • ช่วยประเมินความเสี่ยง และลดโอกาสการเป็นโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ และการสูญเสียการมองเห็นจากอาการแทรกซ้อนทางตา
  • เมื่อผู้ป่วยนำบันทึกการตรวจค่าน้ำตาลไปให้แพทย์พิจารณา จะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลมากขึ้นในการปรับแผนการรักษา

เกณฑ์การพิจารณาระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อการดูแลรักษา

เกณฑ์การพิจารณาระดับน้ำตาลในเลือดจะใช้หน่วย มิลลิกรัม/เดซิลิตร (Mg/dL) ซึ่งสามารถแปรผลได้ ดังนี้

  • ระดับน้ำตาลในเลือดระหว่าง 70-100 Mg/dL หมายถึง ภาวะปกติ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดระหว่าง 100-125 Mg/dL หมายถึง มีภาวะเสี่ยง หรือเรียกว่าเป็นเบาหวานแฝง
  • ระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 126 Mg/dL หมายถึงมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานสูง ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย

สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ดังนี้

  • ระดับน้ำตาลก่อนรับประทานอาหารแต่ละมื้อ ให้อยู่ระหว่าง 80-130 Mg/dL
  • ระดับน้ำตาลหลังรับประทานอาหารแล้ว 2 ชั่วโมง ให้น้อยกว่า 180 Mg/dL

การใช้เกณฑ์ตัวเลขดังกล่าวยังต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานเป็นรายบุคคล โดยคำนึงถึงอายุ ระยะเวลาการเป็นเบาหวาน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนและโรคร่วมที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ เพื่อการปรับเปลี่ยนอาหาร การออกกำลังกาย และปรับการใช้ยาให้เหมาะสมต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...