โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! นายกฯอิ๊งค์ กร้าวใส่ กัมพูชา ไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ ซัดสื่อสารนอกกรอบทำวุ่น

Khaosod

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.49 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 05.24 น.
ด่วน! นายกฯอิ๊งค์ ลั่นยึดกรอบทวิภาคี กร้าวไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ ซัดสื่อสารนอกกรอบทำวุ่น

นายกฯอิ๊งค์ กร้าว ไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง-ข่มขู่ ย้ำต้องการสันติภาพ ยอมรับสื่อสารน้อยเพราะเคารพกรอบการเจรจาทวิภาคี ตั้งทีมไทยแลนด์ เจรจากรอบต่อไป

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 16 มิ.ย.2568 ที่บ้านพิษณุโลกน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมหารือผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) นาน 2 ชั่วโมง ว่า เรื่องแรกคุยกันในเรื่องของเจบีซี ที่ประชุมผ่านไปเมื่อวันที่ 14- 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผลสำเร็จที่ได้คุยกันและยอมรับกรอบการประชุมเจบีซี ส่วนรายละเอียดเป็นไปตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลง

นอกจากนั้นเราได้คุยกันทุกระดับทั้งหน้างานจนถึงระดับของนายกรัฐมนตรี อย่างต่อเนื่อง และวันนี้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจทีมไทยแลนด์ โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งการตั้งคณะทำงานฯ เพื่อดูกรอบการทำงานว่าจะหาข้อมูลว่าปกป้อง ตั้งรับและตอบโต้อย่างไร จะต้องมีกรอบในการทำงาน

ทั้งนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก และขณะนี้ได้ศึกษากฎหมายและประวัติความเป็นมา ทุกอย่างมีข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดคือความคืบหน้าในการประชุมวันนี้

ผู้สื่อข่าวถามกรณีสมเด็จฮุน เซน ประกาศหากไทยยังไม่เปิดด่านในวันนี้ ก็จะปิดด่านทุกด่านของกัมพูชาตอบโต้ ที่ประชุมหารือเรื่องนี้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราไม่ได้ปิด แต่กำหนดเวลาในการเปิดปิดให้เปลี่ยนไปจากเดิม หลังจากที่มีการปะทะกันเกิดขึ้นในประเทศไทย และหลังจากที่พูดคุยหารือตกลงจะปรับกำลัง

โดยที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มอบอำนาจให้กองทัพดูว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นอย่างไร เพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ แต่เมื่อกัมพูชาจะไม่ปรับกำลัง เราจึงมีการกำหนดระยะเวลาเปิดปิดด่านตามมา

ที่ผ่านมาตนได้คุยกับนายกฯ กัมพูชา ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 พ.ค. มีการตกลงร่วมกันว่าเราต้องการสันติภาพให้เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ ไม่ต้องการความขัดแย้งและต้องการรักษาชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อให้ทหารไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ และพยายามพูดคุยในกรอบทวิวิภาคี เพื่อเป็นกรอบความเข้าใจร่วมกันให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศ ยอมรับว่ามีการคุยกัน

แต่สิ่งที่คุยกันสื่อสารไปทางโซเชียลนั้นนอกกรอบ ทำให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งสิ่งที่คุยหลังไมค์และแบบทางการ เพื่อให้สื่อสารแบบทางการให้เกิดผลลัพธ์ทั้งสองประเทศ

สิ่งที่กัมพูชาโพสต์ต้องคำนึงถึงผลกระทบ และการประกาศปิดด่านจะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนไทยและกัมพูชา ซึ่งเรามีความเป็นห่วงเรื่องการค้าขายและการส่งผลไม้ หากปิดด่านทั้งหมดจะกระทบ และได้แจ้งทางกัมพูชาไปว่าจะมีการประชุมในวันนี้ และจะรายงานผลว่าจะทำอย่างไรต่อไป

โดยตนได้ส่งข้อความถึงนายกฯกัมพูชาในวันเดียวกันนี้ เสนอให้จัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (จีบีซี ) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี )ในระดับกองทัพของสองประเทศจะดำเนินการอย่างไรต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่าไทยยึดการเจรจาทวิภาคี แต่ทางกัมพูชาดูเหมือนจะไม่จริงใจกับการประชุมนี้ นายกฯ กล่าวว่า ในการประชุมเจบีซี ได้ยอมรับว่าเราประชุมเพื่อต้องการสันติภาพ และทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย เราได้ชี้แจงในเนื้อความไปแล้ว ไม่มีการติดขัดหรือพลิกล็อกแต่อย่างใด

เมื่อถามว่าทางกัมพูชาดูเหมือนเล่นสงครามข่าวสาร จะรับมืออย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การสื่อสารแบบนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับทั้งสองประเทศ การปล่อยข่าวอะไรก็ตามมีการตกลงกันแล้วว่าอย่าปล่อยข่าว โดยต้องคุยกันว่าจะเอาอย่างไร เพราะคนที่อยู่หน้างานกับผู้ที่รับฟังข่าวสารเป็นคนละคนกัน การจะทำอะไรต้องเห็นใจด้วย ที่เชียร์บอกสู้เลย ต้องดูหน้างานว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ตนเป็นผู้สั่งการต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และดูว่าการกำหนดระยะเวลาเปิดปิดด่านใหม่ เป็นเพราะมีอาวุธหนัก อาวุธระยะไกล เริ่มออกมาเยอะขึ้น จึงต้องมาดูเรื่องของกำหนดเวลา เพราะการนำอาวุธออกมาถ้าไม่กำหนดเวลา หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะเกิดความเสียหายมากมาย

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้โลกรู้ว่าไทยไม่ได้ขี้โกงเอาแผ่นดินของใคร นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้ต้องขอประชุมอาร์บีซี หรือจีบีซี เพื่อจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทั่วโลกรับรู้ว่าเราตกลงอะไรกันบ้าง ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้เรียกประชุมทูตต่างประเทศในไทยในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อให้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย และรมว.ต่างประเทศได้คุยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าเราต้องการอะไรบ้าง

แต่ที่เราทำน้อยกว่าเขาคือการสื่อสารต่อสาธารณะ เพราะเราเคารพกรอบทวิภาคี และให้เกียรติทั้งสองประเทศ และสิ่งที่ควรทำเป็นทางการต้องอยู่ในกรอบทวิภาคี

เมื่อสื่อสารไม่ตรงกัน เราต้องบอกว่าเราไม่เคยยั่วยุ หรือพูดให้เกิดการปะทะทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะคนเสพข่าวเป็นเรื่องหนึ่ง คนอยู่หน้างานเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นายกฯอยู่ตรงนี้หากเกิดการปะทะตามแนวชายแดนต้องดูว่าเราอยู่ในสถานะไหน ไม่ใช่จะจุดให้ไฟติด ตรงนี้คือกรอบที่ต้องยึดกัน คือสิ่งที่ไม่กระทบและเป็นผลดีกับทั้งสองประเทศ

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรเมื่อกัมพูชาเล่นสงครามข่าวสาร นายกฯ กล่าวว่า ต้องชี้แจงและที่ประชุมและกองทัพเห็นตรงกันว่าต้องปกป้องอธิปไตยของเราไว้ โดยต้องยืดการปะทะและการเสียเลือดเนื้อออกไปไม่ให้เกิดขึ้น โดยจะต้องรักษาอธิปไตยของไทย

ยืนยันว่ากองทัพและรัฐบาลไม่เคยตีกัน คุยกันทุกเรื่อง เราให้เกียรติกองทัพที่เป็นคนหน้างาน รู้เรื่องอาวุธ รัฐบาลต้องคุยหลังไมค์กับกองทัพว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประเทศ เช่นเดียวกับกองทัพเวลาจะเคลื่อนไหว ได้ปรึกษากับรัฐบาลเช่นกันว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้

“ขอย้ำว่ารัฐบาลกับกองทัพไม่มีปัญหากัน ขอให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพให้เป็นหนึ่งเดียวกัน วันนี้ได้ต่อสู้ เรารักษาอธิปไตยของเราไว้ พูดให้รู้ว่าประเทศไทยเป็นปึกแผ่นและไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ไม่ให้ใครมาขู่ เราเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีและเป็นประเทศที่แข็งแรงเช่นกัน วันนี้ถ้าไม่เคารพกฎกติกา ก็จะไม่ถูกยอมรับจากทั่วโลก” นายกฯ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด่วน! นายกฯอิ๊งค์ กร้าวใส่ กัมพูชา ไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ ซัดสื่อสารนอกกรอบทำวุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...