เริ่มแล้ววันพระใหญ่แรก ขายเหล้าได้ใน 5 กรณี หมอแท้จริง หวั่นอุบัติเหตุเมาขับเพิ่ม
เริ่มแล้ววันพระใหญ่แรก นายกฯ สั่งขายเหล้า-เบียร์ ได้ใน 5 สถานที่ หมอแท้จริง ถามกระตุ้นศก. หรือคนตาย จับตาคืนนี้พบคนบริสุทธิ์สูญเสียจากคนเมาใครจะรับผิดชอบ ด้านประธาน กมธ.สธ.วุฒิสภา แนะ หากสูญเสียเยอะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเสนอทบทวน ขณะที่บุคลากร สธ.ต้องรับภาระเพิ่ม พร้อมติงทำชาวพุทธผิดศีลข้อ 5
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา โดยเป็นวันพระใหญ่แรกที่รัฐบาลอนุญาตให้สามารถขายเหล้า-เบียร์ได้ ประกอบไปด้วย วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา โดยขายได้ใน 5 สถานที่ เช่น สนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินต่างประเทศ เป็นต้น หลังวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เรื่องกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2568 แต่เปิดช่องให้ขายได้ในบริเวณสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ, สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ, สถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ตามที่ รมว.สาธารณสุขกำหนดโดยคำแนะนำของ รมว.มหาดไทย, โรงแรม และสถานที่ซึ่งใช้จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติหรือนานาชาติ และมีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน ตามที่ รมว.สาธารณสุขกำหนด โดยการแนะนำของ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า จากสถิติช่วงเปิดผับตี 4 ที่ผ่านมา ก็พบว่า มีอุบัติเหตุจากเมาไม่ขับเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็ยังไม่มีมาตรการรองรับและรับผิดชอบอย่างเพียงพอ และต่อมายิ่งมาเปิดโอกาสให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่เพิ่มมาอีก อยากถามว่าคืนนี้หากพบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และเป็นผู้บริสุทธิ์ จากคนที่เมาสุรารัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะที่ผ่านมาจากสถิติพบว่าในวันพระใหญ่ พบจำนวนคนดื่มน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญหากเทียบกับวันที่ให้จำหน่ายสุราได้
ในขณะที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เพราะมีคนนับถือมากกว่าร้อยละ 90 และศีลข้อ 5 ก็ระบุว่า ละเว้นจากการดื่มสุราเมรัยและของมึนเมา แต่กลับส่งเสริมเช่นนี้ อีกทั้งที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นหมอ ตำรวจ ศิลปินดารา ซึ่งเมาแล้วขับ แล้วเกิดอุบัติเหตุยังควบคุมได้ไม่ดีเลย ทั้งที่จริงๆ ควรจะต้องควบคุมให้เข้มงวดขึ้นเสียก่อน
ที่ผ่านมาเคยเสนอมาตรการต่างๆ ควบคุมอย่างเข้มงวด อาทิ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่คนบาดเจ็บ ล้มตาย จะต้องให้ตรวจแอลกอฮอล์ทุกกรณี มิให้ใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ หรืออุบัติเหตุทำให้คนตาย จะต้องติดคุกอย่างเดียว แต่รัฐบาลก็ไม่ทำ และคนผิดก็แค่รอลงอาญา ไม่กลัวต่อความผิด ฉะนั้นรัฐบาลทำไมไม่ออกกฎหมายส่งเสริมการดื่มสุรา แทนกฎหมายควบคุมไปเลย ทั้งนี้ เชื่อว่านอกจากวันพระใหญ่แล้ว ต่อไปวันก่อนเลือกตั้งก็อาจจะอนุญาตให้ขายเหล้าได้ด้วยใช่หรือไม่
เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าวว่า รัฐบาลอ้างกระตุ้นเศรฐกิจ และการท่องเที่ยว ขอตั้งคำถามว่าเศรษฐกิจของใคร ใช่ของคนผลิต คนจำหน่าย เครื่องดื่มที่มีผลประโยชน์มหาศาลหรือไม่ และรัฐบาลได้คำนึงถึงอีกด้านหรือไม่ว่า จะไม่เป็นการกระตุ้นให้คนตายเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่ เพราะที่ส่วนใหญ่คนตายกันก็ไม่ใช่คนเมา แต่เป็นคนที่ใช้รถใช้ถนนและไม่ดื่ม แถมยังเป็นหัวหน้าครอบครัวอีกด้วย อยากถามว่าหากเกิดเรื่องเหล่านี้อีกใครจะรับผิดชอบอย่างไร
ขณะที่ นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวว่า กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ที่ใช้มานานและไม่อนุญาตให้ขายสุราในวันพระใหญ่และยังเป็นการรักษาศีล 5 ซึ่งประชาชนก็คุ้นชินมานานแล้ว
แต่เมื่อประกาศสำนักนายกฯ ออกมาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และออกมาแบบโดดๆ ไม่มีขีดจำกัด และมาตรการควบคุมรองรับ อาจทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา เพราะจะกระตุ้นให้เดินทางไปข้างนอกบ้านเพื่อดื่มสุราและเกิดอุบัติเหตุได้จากการขับรถ
นายแพทย์ประพนธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ ก็หวังจะให้วันพระใหญ่เป็นวันหยุด หรือทำงานน้อยลง ก็จะทำไม่ได้อีกต่อไป
ดังนั้นในเมื่อประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว ก็ต้องมาดูสถิติ ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากหรือเพียงเล็กน้อย หากเทียบกับชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ที่สูญเสียว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ เช่น กระทรวงสาธารณสุข และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงโรงพยาบาลต่างๆ ฯลฯ ต้องทำข้อมูลเปรียบเทียบ หากเห็นว่าไม่คุ้มค่าก็อาจจะเสนอให้รัฐบาลทบทวนทันที
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เริ่มแล้ววันพระใหญ่แรก ขายเหล้าได้ใน 5 กรณี หมอแท้จริง หวั่นอุบัติเหตุเมาขับเพิ่ม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th