คลัง ลงนามกู้เงิน ADB วงเงิน 2.4 พันล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเขต EEC
คลัง ลงนามกู้เงิน ADB วงเงิน 2.4 พันล้านบาท สำหรับพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเขต EEC
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 มิ.ย. 68 15:27 น.
คลัง ลงนามกู้เงิน ADB สำหรับโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง เขต EEC ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา วงเงิน 2.4 พันกว่าล้านบาท
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ Mr. Anouj Mehta ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำประเทศไทย ลงนามในสัญญาเงินกู้ สำหรับโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ส่วนต่อขยายเชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา (Climate Resilient Connectivity for the Eastern Economic Corridor Project: the Intercity Motorway No. 7 Extension to Link with U Tapao International Airport) (โครงการฯ) วงเงิน 68.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 2,440.19 ล้านบาท
ทั้งนี้ การดำเนินดังกล่าว เป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 65 อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม (กรมทางหลวง) ดำเนินงานก่อสร้างโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างทางยกระดับแนวใหม่ขนาด 4 ช่องจราจร และขยายช่องทางจราจรเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งจะช่วยลดระยะทางจากการเดินทางโดยทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงพัทยา มาบตาพุด สู่สนามบินอู่ตะเภา จากเดิม 5 กิโลเมตร เหลือเพียง 1.92 กิโลเมตร รวมถึงปรับปรุงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) โดยให้กระทรวงการคลังดำเนินการจัดหาเงินกู้จากต่างประเทศ
นายจุลพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังได้ดำเนินการทาบทามและเจรจาเงินกู้กับ ADB และครม.ได้มีมติอนุมัติเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 22 เม.น. 68 โดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 68.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 2,440.19 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (SOFR + Spread + Surcharge/Rebate) อายุเงินกู้ 12 ปี รวมระยะเวลาปลอดการชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) 4 ปี และระยะเวลาสิ้นสุดการเบิกจ่ายเงินกู้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 72
ทั้งนี้ การกู้เงินเพื่อสนับสนุนในโครงการลงทุนดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศในหลายมิติ เช่น การลดระยะทางในการเดินทางสู่สนามบินอู่ตะเภา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดปัญหาการจราจรแออัดบริเวณโดยรอบสนามบิน และสนับสนุนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ของประเทศไทย
รวมถึงเสริมสร้างระบบคมนาคมขนส่งแบบไร้รอยต่อ เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับภาคตะวันออก ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศและส่งเสริมการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (The Eastern Economic Corridor: EEC) ให้เป็นเมืองธุรกิจและศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต เป็นต้น
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
ดูข่าวต้นฉบับ