โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศก.ชะลอตัว “อาร์.เอส.ฯ” คุมเข้มต้นทุน-นวัตกรรม ขยายตลาดเอเชีย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 21.01 น.

ภญ.จิราภรณ์ ชุติมากุลทวี ผู้จัดการฝ่ายขายและโรงงาน บริษัท อาร์.เอส.โดเมสติกเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งประกอบอาหาร เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธุรกิจในทุกภาคอุตสาหกรรมของปี 2568 ไม่คึกคักและค่อนข้างซบเซา อยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่สถานการณ์ของผู้ประกอบการธุรกิจอาหารค่อนข้างดี เพราะเป็นปัจจัย 4 ที่ผู้บริโภคต้องกินในทุกวัน อีกทั้งแบรนด์อาหารไทยส่วนใหญ่มีราคาเข้าถึงทุกได้เพศทุกวัย

“แม้ธุรกิจอาหารยังมีอัตราการเติบโตที่ดี แต่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าปริมาณความต้องการของผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะร้านอาหารมียอดการสั่งซื้อสินค้าน้อยลงอย่างชัดเจน ปัจจัยหนึ่งอาจมาจากผู้บริโภคเริ่มซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารกินเองมากขึ้น ขณะเดียวกันกระแสการทำอาหารกินเองในโซเซียลก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้ตลาดอาหารยังคงขยายตัว”

ทั้งนี้ ยังมีประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตคือ เรื่องต้นทุนสูงที่เป็นปัญหาใหญ่ เริ่มมาตั้งแต่ต้นทุนค่าแรงตามนโยบายของรัฐบาลเมื่อช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา จนถึงต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบ โดยไม่สามารถปรับขึ้นราคาหรือลดปริมาณสินค้าได้ เพราะต้องรักษาลูกค้าเอาไว้ทุกกลุ่ม

อย่างแบรนด์ครัววังทิพย์ต้องรัดเข็มขัดแน่นเต็มอัตราเพื่อควบคุมต้นทุนให้มากที่สุด รวมถึงพยายามใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยในขบวนการผลิตเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ นโยบายภาษีศุลกากรของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายังทำให้ตลาดโลกสะเทือนอีก

ภญ.จิราภรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอนสูง กระทบกับผู้ประกอบการรายใหญ่ โชคดีทอาร์.เอส.โดเมสติกเทรดดิ้ง เป็นผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลาง มีตลาดหลักในประเทศกว่า 90% และต่างประเทศ 10% ในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม) จีน ตะวันออกกลาง และยุโรป ถือว่าได้รับผลกระทบน้อย แต่จะต้องหันมาเดินหน้าแผนงานรุกตลาดในเอเชียให้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่มีวัฒนธรรมการกินที่คล้ายกันกับประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงนิยมการใช้วัตถุดิบอาหารทอด เช่น แป้ง แป้งทอดกรอบ เกล็ดขนมปัง

นอกจากนี้ แบรนด์ครัววังทิพย์ได้วางแผนการแปรรูปสินค้าเพิ่มเติมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำเส้น หรือพัฒนาสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากสิ่งที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มยอดการเติบโตจาก โดยในปี 2567 มีรายได้จากผลประกอบการประมาณ 500 ล้านบาท ตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2568 จะพยายามดันยอดการเติบโตให้ได้ 7-8% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่อนข้างยากลำบาก

สำหรับปี 2568 งาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2025 ยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับปี 2567 ที่ผ่านมา บรรยากาศถือว่าคึกคักและได้รับการตอบรับในการเจรจาพอสมควร โดยเฉพาะประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ที่ยังคงให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์อาหารในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม อยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเรื่องภาษีนำเข้าสำหรับผู้ประกอบการไทย ทั้งแนะนำนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ งานวิจัยต่างๆ เพื่อลดต้นทุนส่วนหนึ่ง สนับสนุนการทำเศรษฐกิจสีเขียว (green economy) ช่วยผู้ประกอบการพัฒนาการผลิตให้มีประสิทธิภาพในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...