โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ไม่เกี่ยวกับภาพแวนซ์หัวโล้น’ สหรัฐฯ ปฏิเสธแบนนักท่องเที่ยวเพราะ ‘มีม’ แจงเพราะพบการใช้สารเสพติด

The Momentum

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 05.53 น. • THE MOMENTUM

เมื่อวานนี้ (25 มิถุนายน 2025) สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐอเมริกา (U.S. Customs and Border Protection: CBS) ปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีไม่ให้นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์เข้าประเทศ เพราะแชร์รูป เจ.ดี. แวนซ์ (J.D. Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ หัวโล้น เผยไม่เกี่ยวกับเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นเพราะใช้สารเสพติด

แมด มิกเกลเซน (Mad Mikkelsen) ชายชาวนอร์เวย์วัย 21 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Nordlys สื่อท้องถิ่นว่า ตนถูกทางการสหรัฐฯ ปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่าน ณ สนามบินนูอาร์ก ลิเบอร์ตี (Newark Liberty International Airport) มิกเกลเซนถูกเจ้าหน้าที่ ICE (Immigration and Customs Enforcement) กักตัวและซักถามเรื่องการขนยาเสพติด ก่อการร้าย หรือการทำพฤติกรรมเข้าข่ายกลุ่มหัวรุนแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

กระทั่งเจ้าหน้าที่พามิกเกลเซนไปยังห้องกักตัว ขอให้ถอดรองเท้า ทิ้งกระเป๋า รวมถึงปลดล็อกโทรศัพท์ให้ตรวจสอบ พร้อมยื่นคำขาดว่า หากไม่ทำตามจะถูกปรับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.6 แสนบาท) หรือจำคุกเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งปรากฏว่า พบรูปภาพ ‘ไปป์ไม้’ และมีม ‘แวนซ์หัวโล้น’ ล้อเลียนรองประธานาธิบดีที่โด่งดังในโลกออนไลน์ ขณะที่มิกเกลเซนพยายามสื่อสารว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่รูปที่อันตรายหรือเป็นพิษภัยกับใครแต่อย่างใด แต่ทางการสหรัฐฯ ก็เลือกที่จะส่งเขากลับบ้านเกิดของตนเอง

นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์แสดงความรู้สึกว่า การไปเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นบาดแผลทางจิตใจและประสบการณ์ที่น่าอับอาย เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับเขาไม่ดี ทั้งค้นตัว รื้อของในกระเป๋า พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจเลือด รวมถึงยังเข้าใจผิดว่า มาจากสเปน ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยไปประเทศนี้มาก่อน

อย่างไรก็ตาม CBS ออกมาโพสต์ข้อความบนแอ็กเคานต์ทางการบน X พร้อมกับแนบข่าวดังกล่าวจาก Daily Mail ที่มีรูปของนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์กับมีมแวนซ์หัวล้านว่า นี่คือข่าวปลอม สาเหตุที่มิลเกลสันเข้าประเทศไม่ได้ ไม่ใช่เพราะมีมหรือเหตุผลทางการเมือง แต่เขายอมรับเองว่า ใช้สารเสพติด

ขณะที่ ทรีเซีย แม็กคาฟลิน (Tricia McLaughlin) โฆษกกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) ซึ่งควบคุมการทำงานของ ICE โพสต์ข้อความในทำนองเดียวกับ CBS ว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเท็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภาพสะท้อนนโยบายอันแข็งกร้าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านผู้อพยพและการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย แจ้งเงื่อนไขผู้สมัครวีซ่านักเรียนว่า ต้องตั้งค่าโซเชียลมีเดียเป็นสาธารณะเพื่อยืนยันตัวตน ซึ่ง The Guardian รายงานว่า มาตรการข้างต้นเป็นนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อคุ้มครองภัยก่อการร้ายต่อประเทศ โดยมุ่งเป้าไปที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองสนับสนุนปาเลสไตน์และกลุ่มฮามาส

ทั้งนี้ TIME คาดการณ์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าการท่องเที่ยวทางเศรษฐกิจถึง 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.5 แสนล้านบาท) เพราะด้วยกฎเข้มงวดและความไม่แน่นอน ทำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงที่จะไม่เดินทางไปสหรัฐฯ

สำหรับมีมแวนซ์ถือเป็น Pop Culture ทางการเมือง และสัญญะต่อต้านรัฐบาลทรัมป์ 2.0 โดย อดัม คินซิงเกอร์ (Adam Kinzinger) อดีตสมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกัน (Republican Party) และไบรอัน คราสเซนสไตน์ (Brian Krassenstein) แอ็กทิวิสต์กลุ่ม #Resistance เป็นผู้ริเริ่มเผยแพร่ภาพตลกขบขันดังกล่าว

จุดเริ่มต้นของมีมแวนซ์มาจากเหตุการณ์ปะทะคารมระหว่างทรัมป์กับ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodomyr Zelensky) ประธานาธิบดียูเครน กลางห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งแวนซ์ถูกจับตามองจากการบังคับให้เซเลนสกีพูดขอบคุณทรัมป์ ขณะที่ชาวเน็ตมองว่า รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังทำพฤติกรรมเหมือนเด็กที่ไม่ประสีประสา

“นายเคยพูดขอบคุณทรัมป์สักครั้งไหม” แวนซ์กล่าว

ปัจจุบันอาณาจักรมีมตลกของผู้นำเบอร์สองของสหรัฐฯ ได้ขยายตัวเรื่อยๆ โดยไม่ได้หยุดแค่ภาพหัวโล้น แต่ยังรวมถึงภาพแวนซ์ไก่นักเก็ต ภาพแวนซ์จ้ำม่ำใส่หมวกถืออมยิ้ม ภาพระเบิดนิวเคลียร์แวนซ์ในหนังสือการ์ตูน อากิระ คนไม่ใช่คน (1988) ไปจนถึงภาพ Jesus แวนซ์

อ้างอิง

https://www.thedailybeast.com/cbp-reposts-bald-jd-vance-meme-to-deny-tourist-mads-mikkelsen-was-refused-entry-over-photo/

https://www.independent.co.uk/news/world/americas/us-politics/us-officials-tourist-jd-vance-meme-b2776834.html

https://time.com/7297472/jd-vance-meme-mads-mikkelsen-tourist-denied-entry-cbp-ice/

https://timesofindia.indiatimes.com/world/us/did-a-bald-jd-vance-meme-really-get-this-tourist-banned-from-america-heres-what-really-happened/articleshow/122070084.cms

https://www.dailymail.co.uk/news/article-14842359/Norwegian-tourist-21-barred-entering-US-ICE-guards-meme.html

https://www.forbes.com/sites/danidiplacido/2025/03/08/how-jd-vance-edit-memes-broke-the-internet/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...