โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐกิจแย่-ชายแดนเดือด ชาวขุนหาญทะลักโรงจำนำ เงินหมุนเวียน 49 ล้านเกลี้ยง

เดลินิวส์

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 21.55 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 20.00 น. • เดลินิวส์
อ่วมหนัก! เศรษฐกิจซบเซา-ชายแดนไม่สงบ ชาวบ้านขุนหาญ ศรีสะเกษ แห่เข้าโรงรับจำนำ ซ้ำเงินทุนหมุนเวียน 49 ล้านเกลี้ยง ไม่มีให้บริการ

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภาวะเศษฐกิจซบเซา ประกอบกับ ปัญหาความตรึงเครียดตามแนวบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โรงเรียนเพิ่งเปิดเทอม ส่งผลทำให้ประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง และแห่นำสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหม และทรัพย์สินมีค่า โดยเฉพาะทองคำ ที่มีอยู่ออกมาจำนำ เพื่อนำเงินไปใช้หมุนเวียนในการดำรงชีวิตประจำวันกันเป็นจำนวนมาก โดยพาะที่สถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) เทศบาลตำบลขุนหาญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่ จำนวนกว่า 49 ล้านบาท จนหมดเกลี้ยง ไม่มีเงินหมุนเวียนเพียงพอต่อการให้บริการสำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการรายใหม่ เนื่องจากขาดสภาพคล่อง ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ต้องเดินทางไปใช้บริการที่อื่น ซึ่งต้องสูญเสียค่าเดินทางเพิ่มเติมอีก บางรายต้องหันไปใช้บริการนอกระบบ ที่อาจเสียดอกเบี้ยสูงกว่า

นายสิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ กล่าวว่า จากสภาพปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ รวมถึงปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ก็จะมีพี่น้องประชาชนมาใช้บริการโรงรับจำนำของเทศบาลตำบลขุนหาญ ค่อนข้างมาก ประกอบกับโรงเรียนเพิ่งเปิดเทอม ส่งผลทำให้พี่น้องประชาชนแห่เข้ามาใช้บริการโรงรับจำนำเป็นจำนวนมาก ซึ่งโรงรับจำนำของเทศบาลตำบลขุนหาญ เป็นสถานธนานุบาลแห่งแรกของอำเภอขุนหาญ และเพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 1 ปีเศษ มีวงเงินทุนหมุนเวียนอยู่ประมาณกว่า 49 ล้านบาท และได้ปล่อยให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้บริการจนเกือบเต็มวงเงินแล้ว ในแต่ละวันมีชาวบ้านนำสิ่งของมาจำนำอยู่ตลอดไม่เว้นแต่ละวัน แต่ในขณะนี้เองโรงรับจำนำของเทศบาลฯ ก็ประสบปัญหา เนื่องจากมีประชาชนแห่เข้ามาใช้บริการเป็นอย่างมาก ทั้งพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอขุนหาญ และอำเภอใกล้เคียง จึงทำให้ประสบปัญหาในเรื่องของการหมุนเวียนเงิน ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งของที่พี่น้องประชาชนนำมาฝากกับโรงรับจำนำแห่งนี้ กว่า 90 เปอร์เซ็น เป็นทองคำ รองลงมาอีกไม่ถึง 10 เปอร์เซ็น ก็จะมีเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหม และสิ่งของอื่นๆ

ด้วยการขาดสภาพคล่อง ส่งผลทำให้ทางโรงรับจำนำของเทศบาลฯ ได้มีการปฏิเสธลูกค้าหรือประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ บางวันปฏิเสธรับจำนำไปวันละกว่า 10 ราย เนื่องจากไม่มีเงินจะมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตรงนี้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าที่จำนำสิ่งของไว้ จะมาแค่ส่งดอกเบี้ย แต่ยังไม่มีเงินมาไถ่ถอน จึงไม่สามารถที่จะมีเงินให้กับลูกค้าหรือประชาชนรายใหม่ได้ ทางเทศบาลเองก็รู้สึกหนักใจ ที่ไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้ก็กำลังเร่งหาวิธีการที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของเงินทุนหมุนเวียน

ทั้งนี้ตนคิดว่าการที่พี่น้องประชาชนนำสิ่งของหรือทรัพย์สินมาใช้บริการที่โรงรับจำนำนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะปัญหาเศษฐกิจภาพรวมทั้งหมด อีกทั้งในช่วงนี้สินค้าเกษตรเอง โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟ เงาะ และผลไม้อื่นๆ ก็ราคาไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่ รวมถึงสภาวะอากาศ ประกอบกับปัญหาความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเป็นช่วงที่เพิ่งเปิดเทอมได้ประมาณ 1 เดือน ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ มาพร้อมๆ กันพอดี จึงมีคนมาใช้บริการของโรงรับจำนำค่อนข้างมาก ทำให้เราไม่สามารถที่จะให้บริการได้อย่างเต็มที่และทั่วถึงได้ เนื่องจากการหมุนเวียนของเงินไม่เพียงพอ

จึงขอฝากขออภัยพี่น้องประชาชนผู้ที่มาใช้บริการ ที่ยังไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ และทางเราก็ได้พยายามที่จะเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเข้ามาในระบบให้เร็วที่สุด พร้อมจะได้เร่งหารือกับ ผู้มีอำนาจ ผู้รับผิดชอบ ผู้กำกับดูแล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วนต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...