โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.มั่นคงฯ ฝาก กห. ตั้งรับ-มีมาตรการเชิงรุก ตอบโต้กัมพูชาขึ้นศาลโลก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 08.06 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รัฐสภา 12 มิ.ย.- กมธ.ความมั่นคงฯ แนะ รัฐบาลเพิ่มมาตรการปราบคอลเซ็นเตอร์ ตัดท่อน้ำเลี้ยง เพิ่มน้ำหนักเจรจา JBC ฝากกลาโหม ตั้งรับและมีมาตรการเชิงรุก ตอบโต้กัมพูชาขึ้นศาลโลก

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า มีข้อมูลหลายอย่างที่ได้รับผ่านการประชุม ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมลับและได้รับความร่วมมือจาก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี แต่อาจขาดกระทรวงต่างประเทศไป เนื่องจากติดภารกิจ เรื่องการเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ซึ่งมีการพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมในทุกมิติและทางเลือกที่มีความเป็นไปได้ เบื้องต้นเราเห็นพ้องต้องกันในหลาย ๆ เรื่องถึงยุทธศาสตร์และวิธีการไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคอลเซ็นเตอร์ โดยทางกรรมาธิการได้ให้ข้อเสนอว่ารัฐบาลสมควรเพิ่มมิติในการปราบปรามแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาของฝั่งไทย แต่อีกส่วนก็เป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมเศรษฐกิจของกัมพูชา และยังเป็นการสร้างแต้มต่อที่สำคัญให้กับฝ่ายไทย หากมีการรุกในเรื่องนี้การเจรจาจะมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามเน้นย้ำกับทางผู้แทนของรัฐบาล

นายรังสิมันต์ ระบุว่า เนื่องจากกัมพูชาพยายามยกระดับความขัดแย้งไปสู่การใช้กลไกของศาลโลกอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงเสนอแนะต่อทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่ามีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเรื่องนี้และไม่สามารถประมาทได้ในทุกมิติ ประเทศไทยหลังจากมีประเด็นเขาพระวิหาร ก็ได้มีการถอนตัวในเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะวางใจได้ เพราะทางกัมพูชาเองมีการเตรียมความพร้อมมานานแล้วในการขึ้นศาลโลก มีการว่าจ้างทีมกฎหมายจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นประเทศไทยจึงต้องเตรียมความพร้อม ทั้งนักกฎหมายระหว่างประเทศ ไปจนถึงกลไก ต่าง ๆ ที่ต้องใช้ เราเชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาจะเอาทุกกระบวนการไปใช้ประโยชน์ในศาลโลกแน่นอน ประเทศไทยเองต้องมีการเตรียมทั้งตั้งรับและทางเชิงรุกซึ่งเป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้แนะนำไปกับทางรัฐบาลให้ดำเนินการ

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า หนึ่งในเรื่องสำคัญที่ได้หารือในกรรมาธิการ คือ เรื่องหลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ต้องยอมรับว่ากัมพูชาได้รับอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยมากกว่าเดิม มีศักยภาพมากกว่าเดิม ระยะยิงไกลกว่าเดิม แม้เราจะเชื่อมั่นในศักยภาพของฝ่ายเรา แต่การเตรียมการของประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญทางกรรมาธิการก็ได้ให้คำแนะนำจากตัวแทนของรัฐบาลว่า เรื่องนี้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน การเจรจา JBC ที่จะเกิดวันที่ 14 มิ.ย. นี้ เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากทางฝั่งกัมพูชาต้องการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งมากขึ้น สุดท้ายหากมีการขัดกันทางอาวุธประชาชนจะเดือดร้อนแน่นอน และระยะยิงที่อาจไกลกว่า 100 กิโลเมตร ประชาชนอาจจะต้องหลบภัยกว่า 2-3 อำเภอ ด้วยเหตุผลตรงนี้จึงมีความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีซึ่งมีงบกลางในการดำเนินการแก้ไขปัญหา มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการเร่งสร้างหลุมหลบภัยให้เพียงพอต่อความต้องการ และให้ตอบโจทย์กับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าวันที่ 14 จะจบอย่างไร แต่สิ่งที่เริ่มเตรียมการได้ตั้งแต่วันนี้คือการทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยปลอดภัยที่สุด จึงอยากฝาก รัฐบาลอีกครั้งว่าจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของหลุมหลบภัย และในเรื่องของงบประมาณ นายกรัฐมนตรีต้องสั่งการในเรื่องนี้เชื่อว่าเงินงบประมาณในส่วนของงบกลางมีในการดำเนินการเอาความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า ภาพรวมทั้งหมดเริ่มเห็นการตั้งหลักของการใช้กลไกอย่างสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในการประชุมและพูดคุยกัน แต่สิ่งที่ต้องคุยกันต่อไป คือความขัดแย้งนี้มีโอกาสลุกลามบานปลายจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างละเอียดและวางมารการเป็นขั้นตอน วันนี้เท่าที่คุยก็พอเห็นภาพของรัฐบาลที่เตรียมไว้ และยังต้องติดตามกันต่อไปโดยเฉพาะวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ทางกรรมการเองก็จะติดตามอย่างใกล้ชิดและพูดคุยกับทางรัฐบาลต่อไป และพร้อมที่จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล

ส่วนมีโอกาสจะเลื่อนหรือยกเลิกการประชุม JBC หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ทางกัมพูชาจะไม่เอาเรื่องที่มีความขัดแย้งอย่างทั้ง 3 ปราสาท และพื้นที่ช่องบกมาพูดคุย แต่ทางประเทศไทย คิดว่าอย่างไรก็ต้องคุยไม่เช่นนั้นจะหาทางออกไม่ได้ เราก็ต้องใช้กลไกทวิภาคีให้เกิดประโยชน์สูงสุดและจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย การไปสู่ศาลโลกสุดท้ายเราก็มีบทเรียนในเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร ว่าไม่จบจริงและจะทำให้ความขัดแย้งขยายตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้องใช้กลไกทวิภาคีและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ หากทางกัมพูชาไม่ใช้กลไกทวิภาคีแบบนี้สุดท้ายกัมพูชาจะตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ซึ่งความจริงไม่จำเป็นต้องพูดคุยเฉพาะแค่ 3 ประสาทในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายจุดเพื่อนำไปสู่การทำให้ไม่มีโอกาสที่จะเกิดการขัดกันทางอาวุธหรือลดโอกาสขัดกันทางอาวุธออกไปให้ได้มากที่สุดซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องทำ

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังค่อนข้างมาก วันนี้เราต้องชื่นชมพลตรีณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 ว่ามีส่วนสำคัญในการพูดคุยและทำให้บรรยากาศที่ร้อนแรงลดลงไป แต่ต้องยอมรับว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะในการลดความร้อนแรง และเงื่อนไขทางทหารไม่ใช่ทุกอย่าง สิ่งสำคัญวันนี้คือกัมพูชาต้องการยกระดับไปสู่ศาลโลก แล้วคิดว่าสามารถใช้กลไกนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย้ำว่าประเทศไทยต้องทำงานแบบทวิภาคีต้องวางไพ่ในแต่ละใบให้ได้มากที่สุด ตนไม่สามารถพูดได้ทั้งหมดแต่คิดว่าวันนี้ต้องช่วยกันสนับสนุน โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้างานและฝ่ายนโยบายที่ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพและแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้ให้ได้

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในวันที่ 26 มิถุนายน ทางกรรมาธิการจะมีการประชุมเรื่องนี้ต่อ ในส่วนของการเตรียมการเรื่องศาลโลก เราต้องเตรียมการ ต้องทำให้เกิดความรอบคอบมากที่สุดทางกรรมาธิการจะประชุมเรื่องนี้ต่อไป และอาจจะมีการหารือต่อไปว่าจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมในการพูดคุยและนำไปสู่การเจรจาอย่างทวิภาคีจริง ๆ และยังต้องติดตามเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย และแน่นอนว่าจะมีการเชิญกระทรวงต่างประเทศ รวมถึงนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายระหว่างประเทศมาร่วมประชุม.-315 – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...