โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทริสเรทติ้ง คงคาดการณ์จีดีพีไทยปี68 โต 1.8% เหตุภาษีทรัมป์กระทบ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 22.43 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.50 น.

ทริสเรทติ้ง คงคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยในปี 2568 ที่ระดับ 1.8% โดยได้รวมผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ไว้ในการวิเคราะห์ด้วย โดยในปี 2568 การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ รัฐบาลควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับโครงการลงทุนที่อนุมัติไปแล้วเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

ทริสเรทติ้งได้ปรับลดการณ์การณ์การเติบโตของทั้งการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชน เนื่องจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

นอกจากนี้ การส่งออกและนำเข้าสินค้าโดยรวมในปี 25668 มีแนวโน้มเติบโตชละอลงจากปี
ที่ผ่านมา โดยการนำเข้าสินค้าที่ยังขยายตัวได้มาจากการนำเข้าสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก โดยในปี 2568 การส่งออกไปยังสหรัฐฯ คาดว่าจะลดลง 10.5% ขณะที่การส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ และจีนจะเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระต่ำ (low single-digit) ดังนั้น การส่งออกสินค้ารวมคาดว่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ 0.15%

เศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนสูงในอนาคต

ในระยะข้างหน้า ความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายทางการค้าของตหรัฐฯ มีแมวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง ในชนะที่ประเทศต่าง ๆ เข้าสู่กระบวนการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ แต่ผลลัพธ์นั้นยากที่จะคาดเดา ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจส่งผลให้การลงทุนกาคเอกชนเกิดความล่าช้าเพิ่มเติมและส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน

ในกรณีที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ มีผบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับการชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้ตลาดการค้าของไทยแย่ลงไปอีก

นอกจากนี้ หากงบประมานรัฐบาลปี 2569 มีความล่าช้าก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในเชิงลบเพิ่มเติมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสสุดท้าย
ยิ่งไปกว่านั้น แรงกดดันด้านเงินเพื่อที่อาจเขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ก็อาจทำให้การปรับลดลดอัตราตอกเบี้ยนโนบายในสหรัฐฯ ล่าช้าออกไป ซึ่งจะส่งจะส่งผลให้สภาวะการเงินทั่วโลกตึงตัว

มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

และนอกเหนือจากการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ แล้ว ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น และภาวะเศรษฐโลกชะลอตัว

ในขณะที่การดำเนินนโยบายการเงินที่ยัง มีความไม่แน่นอนของประเทศเศรษฐกิจหลักก็อาจนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดทุนทั่วโลกด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...