โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮอนด้า ปรับกลยุทธ์ มุ่งปั้นรถไฮบริด ท่ามกลางกระแสรถ EV ซบเซา

SpringNews

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 05.57 น.

ฮอนด้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยจะลดการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และหันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์ไฮบริดมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะความต้องการรถยนต์ EV ที่ชะลอตัวลงทั่วโลก

CREDIT : REUTERS

นายโทชิฮิโระ มิเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้า เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าภายในปีงบประมาณ 2030 ลงเหลือประมาณ 20% ของยอดขายทั้งหมด จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 30%

"การคาดการณ์ตลาดยังเป็นเรื่องยากมาก แต่ในขณะนี้เรามองว่าสัดส่วน EV จะอยู่ที่ประมาณหนึ่งในห้าภายในช่วงเวลานั้น" มิเบะกล่าว

พร้อมกันนี้ ฮอนด้าได้ปรับลดงบประมาณการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์จนถึงปี 2030 ลง 30% เหลือ 7 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)

CREDIT : REUTERS

การตัดสินใจดังกล่าวสอดคล้องกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่นๆ ทั่วโลกที่เริ่มชะลอการลงทุนใน EV เนื่องจากความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคซึ่งหันมาให้ความสนใจรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น

รวมถึงการที่รัฐบาลหลายประเทศเริ่มผ่อนปรนกรอบเวลาสำหรับกฎระเบียบด้านการปล่อยมลพิษและเป้าหมายยอดขาย EV

"ไฮบริด" หนทางเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของฮอนด้า

เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มตลาด ฮอนด้ามีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ถึง 13 รุ่นทั่วโลกภายในระยะเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ปัจจุบันฮอนด้ามีรถยนต์ไฮบริดวางจำหน่ายมากกว่าสิบรุ่นทั่วโลก แต่มีเพียง 3 รุ่นในตลาดสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Civic, Accord และ CR-V

CREDIT : REUTERS

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฮอนด้าให้ความสำคัญกับตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งบริษัทเรียกว่าเป็น "สมรภูมิหลัก" สำหรับรถยนต์ไฮบริด และกำลังพัฒนาระบบไฮบริดใหม่สำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีแผนจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษนี้

เพื่อตอบสนอง "ความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีห้องโดยสารกว้างขวางและความจุในการบรรทุกสูง" ระบบใหม่นี้จะให้ "สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง" และ "ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมสูง" รวมถึงความสามารถในการลากจูงที่ดีเยี่ยม คาดการณ์ว่าอาจนำมาใช้กับรถเอสยูวีอย่าง Honda Pilot รุ่นต่อไป

CREDIT : REUTERS

ฮอนด้า ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ไฮบริดไว้ที่ 2.2 ถึง 2.3 ล้านคันภายในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากยอดขาย 868,000 คันในปีที่แล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถลดต้นทุนของระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ลงได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2018 และคาดว่าจะถูกกว่าในการผลิตมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับระบบในปี 2023

เป้าหมายระยะยาวยังคงเดิม

แม้จะมีการปรับเปลี่ยนแผนระยะสั้น แต่ฮอนด้ายังคงยืนยันเป้าหมายระยะยาวที่จะให้รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง (FCV) คิดเป็น 100% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดภายในปี 2040 และมุ่งมั่นสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050

CREDIT : REUTERS

ก่อนหน้านี้ ฮอนด้าได้ประกาศระงับแผนการลงทุนมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการสร้างฐานการผลิต EV ในออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ออกไปประมาณสองปี

เนื่องจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว ขณะที่ Nissan คู่แข่งรายสำคัญ ก็ได้ยกเลิกแผนสร้างโรงงานแบตเตอรี่มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ในญี่ปุ่นเช่นกัน

การปรับกลยุทธ์ของฮอนด้าครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและความไม่แน่นอนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเปลี่ยนผ่าน รวมถึงความสำคัญของเทคโนโลยีไฮบริดในฐานะสะพานเชื่อมไปสู่ยุคยานยนต์ไร้มลพิษอย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา : REUTERS, Motor1

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...