โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตา ‘ไบโอเทคจีน’ แนวรบใหม่ท้าชนสหรัฐ ดัชนีหุ้นกลุ่มนี้พุ่ง 60%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 11.04 น.

นอกจากปัญญาประดิษฐ์จากจีนที่ขึ้นมาท้าทายบัลลังก์สหรัฐแล้ว อีกอุตสาหกรรมอย่าง “ไบโอเทค” ของจีน ก็ผงาดขึ้นมาท้าชนอเมริกาด้วย เมื่อข้อมูลของบลูมเบิร์ก แสดงให้เห็นว่า “จำนวนยาใหม่ในจีน” ทั้งยาสำหรับโรคมะเร็ง ลดน้ำหนัก และอื่นๆ ที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนา พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 1,250 รายการเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งแซงหน้าสหภาพยุโรปไปอย่างมาก และใกล้เคียงกับจำนวนของสหรัฐ ที่มีอยู่ประมาณ 1,440 รายการ

ล่าสุด “หุ้นไบโอเทคของจีน” ได้สลัดภาวะซบเซาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน “กลุ่มหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในเอเชีย” ในปีนี้ โดยดัชนี Hang Seng Biotech ได้พุ่งขึ้นกว่า 60% ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม

“ไบโอเทคของจีน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวที่กำลังเติบโตอีกต่อไปแล้ว ซึ่งแตกต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนนี้เป็นพลังที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเปลี่ยนนวัตกรรมยาของโลก” อี้ฉี หลิว นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโสจาก Exome Asset Management LLC ในนิวยอร์ก กล่าว

เหตุผลสำคัญที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ของจีนปรับตัวขึ้น คือ ข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิขนาดใหญ่ 2 ฉบับ โดยเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 บริษัทยา Pfizer แถลงว่า ได้ตกลงที่จะจ่ายเงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,250 ล้านดอลลาร์ หรือราว 40,000 ล้านบาท เพื่อขออนุญาตใช้ยาต้านมะเร็งที่ยังอยู่ในขั้นตอนทดลองจากบริษัทยา “3SBio” ของจีน และจะลงทุน 100 ล้านดอลลาร์หรือราว 3,200 ล้านบาทในหุ้นของบริษัทดังกล่าวอีกด้วย

สองสัปดาห์ต่อมา บริษัทยาสหรัฐ Bristol-Myers Squibb ได้ประกาศว่า จะจ่ายเงินให้ BioNTech SE ของเยอรมนีสูงถึง 11,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 370,000 ล้านบาท เพื่อขออนุญาตใช้ยาต้านมะเร็งที่ BioNTech ได้รับใบอนุญาตจากบริษัทยา “Biotheus” ของจีนมาตั้งแต่ปี 2023

สำหรับการก้าวกระโดดที่น่าทึ่งกว่าตัวเลขที่ปรากฏ คือ “คุณภาพของนวัตกรรมไบโอเทคของจีน” เช่น นวัตกรรมบำบัดด้วยเซลล์ของจีน ที่แสดงให้เห็นศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดที่ร้ายแรงได้ ซึ่งเดิมทีพัฒนาโดยบริษัทจีน Legend Biotech ปัจจุบันถูกวางตลาดโดยบริษัทยาอเมริกัน Johnson & Johnson โดยได้รับสถานะการพิจารณาแบบเร่งด่วนหลายครั้งระหว่างทาง และถูกพิจารณาว่าเหนือกว่าการบำบัดที่มาจากสหรัฐ ซึ่งเป็นคู่แข่ง

ก่อนหน้านั้น มียารักษามะเร็งชนิดใหม่จากบริษัทยาจีน “Akeso” ซึ่งผลการศึกษาในจีนเมื่อปีที่แล้วพบว่า มีประสิทธิภาพดีกว่ายารักษามะเร็ง Keytruda ของบริษัทMerck & Co สหรัฐ จนได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็น “ช่วงเวลา DeepSeek” ของไบโอเทคจีน จุดความหวังที่จะก้าวแซง Keytruda ซึ่งเป็นยาที่ขายดีที่สุดในโลก และยังได้เพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทยาอเมริกัน Summit Therapeutics ซึ่งในปี 2022 ได้จ่ายเงินล่วงหน้า 500 ล้านดอลลาร์สำหรับสิทธิในการพัฒนา และทำการตลาดยาดังกล่าวในสหรัฐ และภูมิภาคอื่นๆ

นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หุ้นบริษัทยา Akeso ปรับตัวขึ้น 101%

อีกข้อได้เปรียบสำคัญที่ผลักดันให้ไบโอเทคของจีนเติบโตคือ “ความสามารถในการวิจัยที่ถูกกว่า และเร็วกว่าในทุกขั้นตอน” ไม่ว่าจะเป็นการทดลองในห้องปฏิบัติการ การทดลองในสัตว์ ไปจนถึงการทดลองในมนุษย์

ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา จีนได้ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในด้านการวิจัยทางคลินิก โดยมีการเริ่มต้นทดลองใหม่ทั่วโลกมากที่สุด ตามอ้างอิงจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล GlobalData

“พวกเขาสามารถก้าวกระโดดแซงหน้าคู่แข่งในประเทศอื่นๆ ได้” แอนดี หลิว หัวหน้าแผนกจีนของ Novotech Health Holdings ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยบริษัทต่างๆ ดำเนินการทดลองทางคลินิก กล่าว

ในปีนี้ มูลค่าหุ้นไบโอเทคจีนบางตัวได้พุ่งทะยานมหาศาล เช่น หุ้นบริษัทยา 3SBio ของจีน พุ่งขึ้นถึง 283% จนขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ในดัชนีไบโอเทคทั่วโลก

ส่วนหุ้น“RemeGen” ซึ่งเป็นผู้พัฒนายาแอนติบอดีของจีน ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 270% หลังจากที่เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากบริษัทยาข้ามชาติ เพื่อเจรจาข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิที่อาจเกิดขึ้นได้

ไม่เพียงเท่านั้น หุ้นของ “Duality Biotherapeutics” ซึ่งเป็นผู้พัฒนาการรักษามะเร็ง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า ในวันแรกของการซื้อขายที่ฮ่องกงเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

ขณะที่หุ้น “Jiangsu Hengrui Pharmaceuticals” ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ที่สุดของประเทศตามมูลค่าตลาด ก็เห็นราคาหุ้นพุ่งขึ้น 25% ในวันเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568

ในปัจจุบันหุ้น Duality Biotherapeutics เพิ่มขึ้น 189% ตั้งแต่วัน IPO ในขณะที่หุ้น Jiangsu Hengrui Pharmaceuticals เพิ่มขึ้น 31%

“บริษัทไบโอเทคของจีน กำลังมีช่วงเวลา DeepSeek ของตัวเอง” ตง เฉิน หัวหน้านักยุทธศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของ Pictet Wealth Management ในฮ่องกงกล่าว และเสริมว่า ยังคงมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากจุดนี้

ทั้งนี้ แม้จำนวนยาของจีนที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ จะยังคงตามหลังสหรัฐอยู่ แต่ช่องว่างนี้ก็กำลังแคบลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ยังคงฉุดรั้งให้การพัฒนานวัตกรรมของจีนเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป คือ “แนวคิดที่เน้นความระมัดระวังต่อความเสี่ยง” โดยบริษัทชั้นนำของจีนจำนวนไม่น้อย ยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงแนวการรักษาที่มีอยู่ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หรือพัฒนาแนวคิดเดิมให้ทันสมัย และตอบโจทย์มากขึ้น

ในขณะการบุกเบิกวิธีรักษาแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งมีความเสี่ยงล้มเหลวสูง ยังคงเป็นแนวทางที่พบมากกว่าในสหรัฐ ยุโรป และในระดับหนึ่งในญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทจีนเริ่มถูกเหล่าบริษัทยายักษ์ใหญ่จากสหรัฐ สนใจเข้ามาซื้อสิทธิทางยา ในราคาสูงเป็นประวัติการณ์มากขึ้น สะท้อนสัญญาณการแข่งขันอย่างดุเดือด เพื่อแย่งชิง “ยา Blockbuster ตัวถัดไป” ซึ่งกำลังเปลี่ยนทิศทางไปยังทิศตะวันออกมากขึ้น

อ้างอิง: bloomberg, bloomberg(2)

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...