โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

EU ขยายเวลาระงับตอบโต้ “ภาษีสหรัฐ” ดันเจรจารอบใหม่ ทรัมป์กดดันหนักขึ้นภาษี 30%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 03.19 น.

EU ยืดเวลาการระงับมาตรการตอบโต้ภาษีนำเข้าสหรัฐออกไปถึงต้นเดือนสิงหาคม หวังเปิดทางเจรจายุติความตึงเครียดทางการค้า หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษี 30% ต่อสินค้าจาก EU และเม็กซิโก เริ่ม 1 ส.ค.

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสหภาพยุโรป (EU) ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะขยายระยะเวลาการระงับมาตรการตอบโต้ภาษีนำเข้าสหรัฐออกไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันการเจรจาอย่างต่อเนื่อง หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ประเทศคู่ค้ายอมอ่อนข้อเพิ่มเติม

ทรัมป์ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะเก็บภาษีนำเข้า 30% ต่อสินค้าส่วนใหญ่จากสหภาพยุโรปและเม็กซิโก โดยจะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม พร้อมขู่ประเทศอื่น ๆ ด้วยมาตรการคล้ายกัน ทิ้งเวลาให้ประเทศเหล่านี้ไม่ถึงสามสัปดาห์ในการเจรจาหาข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อลดอัตราภาษีดังกล่าว

เควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อเสนอจากประเทศต่าง ๆ ยังไม่เป็นที่พอใจของทรัมป์ และภาษีเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง หากไม่มีการปรับปรุงข้อตกลง

อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายการค้าของสหภาพยุโรป กล่าวว่า EUจะยังคงใช้แนวทางสองทางคู่ขนาน คือการเดินหน้าเจรจา พร้อมเตรียมมาตรการตอบโต้ไว้ในกรณีที่การเจรจาล้มเหลว

“เราเคยพูดเสมอว่าเราต้องการทางออกผ่านการเจรจา และเรายังยึดหลักการนี้อยู่ เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ให้เป็นประโยชน์”

การตัดสินใจของฟอน แดร์ ไลเอิน ในการไม่ตอบโต้ทันทีสะท้อนความต้องการของคณะกรรมาธิการยุโรปที่จะหลีกเลี่ยงสงครามภาษีที่ลุกลาม หากยังมีโอกาสในการเจรจาให้ได้ข้อยุติที่ดีขึ้น

ในวันเดียวกัน ฟรีดริช เมิร์ตซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แสดงความมุ่งมั่นว่าเขาจะทำงานอย่างเข้มข้นร่วมกับฟอน แดร์ ไลเอิน และ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ในช่วงสองสัปดาห์ครึ่งข้างหน้า เพื่อหาทางออกด้านการค้ากับสหรัฐ เมื่อถูกถามถึงผลกระทบจากภาษี 30% ของสหรัฐที่อาจเกิดขึ้น เมิร์ตซ์กล่าวว่า “หากเกิดขึ้นจริง เราคงต้องชะลอนโยบายเศรษฐกิจหลายอย่าง เพราะจะกระทบในวงกว้าง และส่งผลตรงต่อภาคการส่งออกของเยอรมนี”

บททดสอบความเป็นเอกภาพของสหภาพยุโรป

ท่าทีแข็งกร้าวล่าสุดของทรัมป์อาจกลายเป็นบททดสอบความเป็นหนึ่งเดียวของชาติสมาชิกEU โดยฝรั่งเศสมีท่าทีแข็งกว่าสำหรับแนวทางตอบโต้ เทียบกับเยอรมนีซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก มาครงกล่าวว่า คณะกรรมาธิการยุโรปจำเป็นต้องแสดงความแน่วแน่ของสหภาพในการปกป้องผลประโยชน์ของยุโรปอย่างถึงที่สุด และมาตรการตอบโต้ควรรวมถึงเครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (anti-coercion instruments)

ลาร์ส คลิงไบล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเยอรมนี ก็แสดงความเห็นในทำนองเดียวกัน โดยกล่าวว่า EUควรเตรียมพร้อมตอบโต้หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ

“หากไม่สามารถหาข้อตกลงที่ยุติธรรมได้ เราจำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาดเพื่อปกป้องการจ้างงานและบริษัทในยุโรป”

แม้ว่า EUจะชะลอการตอบโต้สหรัฐมาหลายเดือนหลังทรัมป์เรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม แต่ทางกลุ่มก็ได้เตรียมแผนตอบโต้ไว้สองชุดซึ่งรวมมูลค่าสินค้าสหรัฐฯ ที่อาจถูกกระทบสูงถึง 9.3 หมื่นล้านยูโร

  • ชุดแรกเป็นการตอบโต้ภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 50% ของสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินค้ามูลค่า 2.1 หมื่นล้านยูโร โดยเดิมจะหมดอายุในวันจันทร์นี้ แต่ถูกขยายออกไปอีก 90 วัน
    • ชุดที่สองเป็นมาตรการตอบโต้ภาษีแบบต่างตอบแทนของทรัมป์ ซึ่งเตรียมไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ครอบคลุมสินค้าสหรัฐ มูลค่า 7.2 หมื่นล้านยูโร โดยยังไม่ได้เปิดเผยรายการสินค้า และต้องได้รับความเห็นชอบจากชาติสมาชิก

เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (Anti-Coercion Instrument)

ฟอน แดร์ ไลเอิน ระบุว่ายังไม่ได้นำเครื่องมือนี้มาใช้ในขณะนี้ โดยชี้ว่าเครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาใช้ในสถานการณ์พิเศษ ซึ่งเรายังไม่ถึงจุดนั้น

โดยเครื่องมือนี้เปิดทางให้ EUสามารถตอบโต้ประเทศที่ใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อชาติสมาชิกได้ เช่น การจำกัดการเข้าถึงตลาดสินค้าและบริการหรือมาตรการเกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ตลาดการเงิน และการควบคุมการส่งออก

ภายใต้บรรยากาศความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างยุโรปและสหรัฐ ฟอน แดร์ ไลเอินกล่าวว่า ขณะนี้ EUได้บรรลุข้อตกลงทางการเมืองเพื่อเดินหน้าเจรจาการค้ากับอินโดนีเซียแล้ว

ขณะที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมของฝรั่งเศสออกมาเตือนถึงผลกระทบจากภาษีนำเข้า 30% ของสหรัฐ โดยระบุว่าอาจกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมท้องถิ่นที่ส่งออกสินค้ากว่าครึ่งไปยังสหรัฐ“นี่คือสภาพแวดล้อมใหม่ที่เราต้องทำความคุ้นเคย ผมไม่คิดว่าสถานการณ์นี้จะเป็นแค่ชั่วคราว”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...