ตรัง เกษตรกรตรังค้านนำเข้าชิ้นส่วนโค หวั่นแลกลดภาษีสหรัฐ ซ้ำเติมอาชีพเลี้ยงวัว
ตรัง กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมืองและโคพรีเมี่ยม จ.ตรัง รวมตัวแสดงจุดยืนต้านแนวคิดนำเข้าชิ้นส่วนโคจากสหรัฐฯ แลกลดกำแพงภาษี 36% ชี้เป็นการซ้ำเติมวิกฤตราคาโคตกต่ำ เสี่ยงทำลายอาชีพดั้งเดิมจนถึงขั้นล่มสลาย วอนรัฐหันมาสนับสนุนการพัฒนาสายพันธุ์แทนการแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรม
กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมือง และโคพรีเมี่ยม จ.ตรัง ต่างออกมาแสดงความวิตกกังวล กรณีที่สหรัฐอเมริกาตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าไทยสูงถึงร้อย 36 ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถขอเจรจาต่อรองเพื่อขอลดอัตราการจัดเก็บลงมาได้ จะซึ่งส่งผลอย่างหนักต่อผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปสหรัฐอเมริกา โดยอเมริกามองที่การแก้ปัญหาการเสียดุลการค้าให้กับไทย ซึ่งหากสหรัฐให้โอกาสไทยในการเจรจาต่อรองกันดี กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมือง และโคพรีเมี่ยมเกรงว่าไทยอาจจะแลกกับการนำเข้าชิ้นส่วนโคจากอเมริกาเข้ามา
โดยนายถาวร วงศ์วิวัฒน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคพรีเมี่ยมและโคพื้นเมืองท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง บอกว่า ตอนนี้เกษตรกรประสบปัญหาราคาโคตกต่ำอย่างมากโดย โคมีจำนวนมากแต่ไม่มีตลาด ไม่มีช่องทางระบาย โคพื้นเมืองเมื่อก่อนกก.ละ 80 -90 บาท ตอนนี้เหลือกก.ละ 50 บาท เช่น จากเดิมเคยขายได้ตัวละกว่า 10,000 บาท เหลือตัวละประมาณ 6,000 -7,000 บาท ส่วนโคพรีเมี่ยมจากเดิมกก.ละ 130 บาท ตอนนี้เหลือกก.ละ 100 บาท ทำให้เดือดร้อนมากเลิกเลี้ยงไปแล้วจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลไม่เคยเข้ามาแก้ปัญหา มาถึงเวลานี้กลัวรัฐบาลจะนำเข้าชิ้นส่วนโคจากสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกกับการลดอัตราภาษีนำเข้า ซึ่งจะซ้ำเติมทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ราคาถูกกำหนดโดยพ่อค้าเขียง เกษตรกรจำเป็นต้องขายเดือดร้อนมากทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคพื้นเมือง และโคพรีเมี่ยม จึงขอคัดค้านไม่ให้นำเข้าชิ้นส่วนโคจากต่างประเทศเข้ามา หากจะนำเข้ามาขอเป็นพ่อแม่พันธุ์โคพรีเมี่ยม หรือโคสายพันธุ์ดี เมื่อนำมาพัฒนาสายพันธุ์โคไทย ให้มีราคาดี เพื่อทำสินค้าส่งขายต่างประเทศดีกว่า
ด้านนายประดิษฐ์ คงดี ประธานกลุ่มเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ดี สายพันธุ์วากิว ก็บอกว่า ถ้ามีการแลกด้วยการนำเข้าชิ้นส่วนโคเข้ามาในประเทศไทยจะยิ่งทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะปัจจุบันนี้ราคาก็ตกต่ำอยู่แล้ว ถ้านำเข้ามาอีกจะกระทบอย่างแรง เพราะตอนนี้เรามีปัญหาต้นทุนสูง ไม่มีตลาด คนที่ยังอยู่ได้เพราะปรับตัวเอง ดิ้นรนหาวิธีการลดต้นทุน แต่ไม่สามารถทำได้ทุกคน ยิ่งนำเข้ามาอีกเชื่อว่าจะทำอาชีพของเกษตรกรหายสาบสูญไป อยู่ไม่ได้แน่นอน เช่นเดียวกับสินค้าเกษตรตัวอื่น ส่วนตัวก็เชื่อว่ามีจนล้นที่จะบริโภคภายในประเทศอยู่แล้วเช่นกัน ถ้านำเข้ามาอีกจะยิ่งรุนแรงกว่าเดิม จึงขอวอนรัฐบาลอย่าแลกด้วยการนำเข้ามาอีก ตอนนี้เราก็แย่อยู่แล้วจะยิ่งซ้ำเติมเกษตรกรให้แย่มากขึ้นไปอีก อาจถึงคราวล่มสลายในอาชีพได้แน่นอน ตอนนี้ราคาขายเช่นโคพื้นเมืองขึ้นอยู่กับเขียงที่จะให้ เกษตรกรกำหนดไม่ได้เลย ส่วนของตัวเองตอนนี้เปลี่ยนเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ เป็นโควากิว เพื่อให้ตรงกับที่ตลาดต้องการ และพยายามทำอาหารเอง ปลูกหญ้าเอง ปล่อยในสวนปาล์ม ขายมูลเพื่อเอาเงินมาหมุนเวียน แต่เกษตรกรทำไม่ได้ทุกคน เพราะต้องใช้ต้นทุน และมีเวลาศึกษาหาความรู้พัฒนาด้วยการเลี้ยงด้วยตนเอง จึงขอให้รัฐอย่านำเข้าชิ้นส่วนโคเข้ามาจากต่างประเทศ