โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

EVEANDBOY ตั้งเป้าโต 30% เร่งเปิด 25 สาขาใหม่ รับตลาดบิวตี้ 2.8 แสนล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 03.00 น.

คนไทยหันใช้ เครื่องสำอาง แบรนด์ไทยดันตลาดความงามไทยโตพุ่ง 10.4% มูลค่าแตะ 2.81 แสนล้านบาท หนุนสินค้า SMEs เข้าตาผู้บริโภคมากขึ้น EVEANDBOY เร่งเครื่องโต 30% ในปีนี้ เตรียมปูพรมขยาย 25 สาขาใหม่ เน้น Strategic Location เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด เปิดเผยว่า ด้านภาพรวมธุรกิจ EVEANDBOY ในปี 2567 ที่ผ่านมา พบว่ามีการเติบโตมากถึง 40% เป็นมูลค่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนเติบโตมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเครื่องสำอาง (MAKEUP) โตมากถึง 45% ตามมาด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (SKINCARE) 40% กลุ่มน้ำหอม (FRAGRANCE) 35% และกลุ่มอื่น ๆ ก็ยังมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ในปี 2568 ตั้งเป้าเติบโตจากปีก่อนหน้า 30% และไตรมาสแรกของปี 2568 มีการเติบโตเป็นไปตามเป้าที่ 30% โดยมาจากการขยายสาขาเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ และยังมีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดกับสาขาเดิมเพื่อรองรับการเติบโตในปีนี้เช่นเดียวกัน

ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นทุกปี จึงนำมาสู่งานประกาศรางวัลครั้งสำคัญอีกครั้ง ปีนี้ ‘EVEANDBOY’ บิวตี้สโตร์เบอร์ 1 ของประเทศไทย และยังคงเดินหน้าจัดงาน‘EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2024’ งานประกาศรางวัลผลิตภัณฑ์ความงามทรงคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ปีนี้มาในคอนเซปต์‘THE TIMELESS ELEGANCE’ โดยมีจำนวนผู้ได้รับรางวัลมากถึง 145 รางวัล นับเป็นจำนวนที่มากที่สุดตั้งแต่มีการจัดงาน

EVEANDBOY

โดยปีนี้ EVEANDBOYยังเน้นย้ำเรื่องความหลากหลายของสินค้ามัลติแบรนด์ รวมถึงการนำเข้าผลิตภัณฑ์ ‘Exclusive Brand’ ที่กำลังเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่นำสินค้าดังกล่าวเข้ามาวางจำหน่าย อาทิ International Brand อย่าง ‘Kylie Cosmetics’ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี กระทั่งได้ต่อสัญญาในฐานะ Exclusive Brand ต่อเนื่องเป็นที่เรียบร้อย

นอกจากนี้ยังมี International Brand แบรนด์ อาทิ Lilybyred, Tirtir, Cancer Council และแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อทำให้ EVEANDBOY เป็นจุดหมายปลายทางของลูกค้าเมื่อนึกถึงสินค้าในกระแส

“ปีที่ผ่านมาตลาดบิวตี้คึกคักมาก มีสินค้าออกใหม่ค่อนข้างหลากหลายโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง ทำให้ลูกค้าช็อปสนุกมากขึ้น มีตัวเลือกมากขึ้น รวมถึงการสื่อสารบนช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น โดยกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศ ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเราที่มีอัตราการเติบโตสูง

รวมถึงยังเป็นกลุ่มที่มีอัตราการซื้อซ้ำ และเป็นกลุ่มลูกค้า Loyalty ที่เหนียวแน่น เข้ามาช็อปปิ้งที่ร้านสม่ำเสมอ ซึ่งทาง EVEANDBOYมีการวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ลูกค้านึกถึงเราเป็นที่แรกเมื่อมีสินค้าออกใหม่หรือต้องการอัปเดตเทรนด์สินค้าใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำการตลาดของEVEANDBOY มาโดยตลอด”

ในปีนี้มีแบรนด์ไทยได้รับรางวัลมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ไทยในฐานะ ‘Rising Star’ จำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันคนไทยหันมาใช้แบรนด์ไทยมากขึ้น สนุกกับการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีในตลาดโดยไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องยี่ห้อ แต่ยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ปีนี้ตลาดบิวตี้ในไทยมีความคึกคักมากกว่าปีก่อน ๆ

นอกจากการเพิ่ม Exclusive Brand เข้ามาเสริมทัพ กลยุทธ์ในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุดผ่านการขยายสาขาหน้าร้านอย่างต่อเนื่องมากกว่า 25 สาขา คาดว่า สิ้นปี 2568 เราจะมีทั้งสิ้น 65 สาขา และภายในปี 2571 จะมี EVEANDBOYทั้งหมด 140 สาขา

สำหรับโลเคชันที่เลือกเปิดต้องมีศักยภาพ เป็น Strategic Location รวมถึงยังเน้นเจาะกลุ่มไปที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ EmSphere, Platinum, Terminal 21 Asok, Siam Premium Outlet ทั้งยังมีการขยายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด โดยปัจจุบัน EVEANDBOYมีทั้งหมด 45 สาขา แบ่งสัดส่วนออกเป็นพื้นที่ในกรุงเทพฯ 26 สาขา และต่างจังหวัด 19 สาขา

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...