โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

OECD หั่นคาดการณ์ “เศรษฐกิจโลก” โตเพียง 2.9% ในปี 68 เหตุสงครามการค้าทรัมป์ฉุดความเชื่อมั่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 14.07 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 07.07 น.

OECD หั่นคาดการณ์ "เศรษฐกิจโลก" โตเพียง 2.9% ในปี 68 ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวเหลือเพียง 1.6% ในปีนี้ และเหลือเพียง 1.5% ภายในปี 2569 เหตุสงครามการค้าทรัมป์ฉุดความเชื่อมั่น และความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้ของประเทศคู่ค้า

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 สำนักข่าว AP News รายงานว่า เศรษฐกิจสหรัฐ ปีนี้จะชะลอตัวเหลือ 1.6% จาก 2.8% เมื่อปีก่อน เนื่องจากสงครามการค้าที่ไม่แน่นอนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ทำให้ต้นทุนพุ่งสูง และสร้างความไม่มั่นใจทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภค

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก จะชะลอตัวต่อเนื่อง เหลือเพียง 1.5% ภายในปี 2569 โดยนโยบายของทรัมป์ทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐเพิ่มจากประมาณ 2.5% เมื่อตอนเขากลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็น 15.4% ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1938 โดยภาษีเหล่านี้เพิ่มต้นทุนให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิตในประเทศที่พึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนนำเข้า

เศรษฐกิจโลกโดยรวมคาดว่าจะเติบโตเพียง 2.9% ในปีนี้ และจะคงอยู่ในระดับเดียวกันไปจนถึงปี 2569 ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงอย่างชัดเจนจาก 3.3% ในปีที่แล้ว และ 3.4% ในปี 2566

แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ท่ามกลางแรงกระแทกอย่างการระบาดของโควิด-19 และสงครามรัสเซีย–ยูเครน แต่แนวโน้มการค้าและเศรษฐกิจโลกในขณะนี้กลับถูกบดบังด้วยนโยบายภาษีที่กว้างขวางและไม่แน่นอนของทรัมป์ รวมถึงความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้ของประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ทรัมป์ได้เปลี่ยนนโยบายของสหรัฐที่สนับสนุนการค้าเสรีมายาวนาน โดยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกือบทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 10% รวมถึงกำหนดภาษีเฉพาะสำหรับเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ และยังขู่จะเพิ่มภาษีเพิ่มเติมอีก เช่น การเพิ่มภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50%

แม้จะไม่ได้ระบุชื่อทรัมป์โดยตรง แต่หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ OECD นายอัลวาโร เปเรรา ได้เขียนในบทวิเคราะห์ประกอบรายงานว่า “เราได้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอุปสรรคทางการค้า รวมถึงความไม่แน่นอนในนโยบายเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจและผู้บริโภค และคาดว่าจะฉุดรั้งการค้าและการลงทุน”

นอกจากนี้ความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าของทรัมป์ยิ่งเพิ่มขึ้นหลังจากศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กมีคำตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการออกมาตรการภาษี และสั่งระงับการเก็บภาษีดังกล่าว แต่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้รัฐบาลทรัมป์ดำเนินการจัดเก็บภาษีต่อไปในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์

ด้านจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก คาดว่าจะเติบโตลดลงจาก 5% เมื่อปีก่อน เหลือ 4.7% ในปี 2568 และ 4.3% ในปี 2569 โดยผู้ส่งออกของจีนจะได้รับผลกระทบจากภาษีของทรัมป์ ทำให้เศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแอจากวิกฤตอสังหาฯ ซบเซายิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น การลดดอกเบี้ย กระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ และจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาโรงงานและการดูแลผู้สูงอายุ

สำหรับประเทศในยูโรโซน 20 ประเทศ คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจาก 0.8% เมื่อปีที่แล้ว เป็น 1% ในปี 2568 และ 1.2% ในปีถัดไป โดยได้รับแรงหนุนจากการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

อ้างอิง : apnews.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...