Emarketer คาด “เม็ดเงินโฆษณา” ค้นหา ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพิ่มขึ้นกว่า 25 เท่าภายใน 5 ปี
Emarketer คาด "เม็ดเงินโฆษณา" ค้นหา ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพิ่มขึ้นกว่า 25 เท่าภายใน 5 ปี เหตุผู้ใช้งานหันมาใช้แชตบอต-การค้นหาแบบโต้ตอบมากขึ้น บริษัทที่ยึดติดกับโฆษณาคีย์เวิร์ดเสี่ยงรายได้หด
วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลา 12.51 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การใช้จ่ายด้านโฆษณาค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-powered search advertising) ในสหรัฐมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นจากเพียง 1 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ ไปสู่เกือบ 26,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ตามข้อมูลจากบริษัทวิจัย Emarketer โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในวงกว้างมากขึ้น และความสามารถในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
Emarketer เตือนว่าบริษัทที่ยังพึ่งพาโฆษณาค้นหาแบบเดิม ที่ใช้คีย์เวิร์ดเป็นหลัก อาจเห็นรายได้ลดลง เนื่องจากโฆษณาค้นหาด้วย AI มีความสะดวกและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้มากกว่า
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google (Alphabet) และ Bing (Microsoft) ได้เพิ่มฟีเจอร์ AI ลงในระบบค้นหา เพื่อแข่งขันกับ ChatGPT ของ OpenAI และ Perplexity AI ซึ่งให้ข้อมูลแบบโต้ตอบทันทีโดยไม่ต้องคลิกผ่านหลายเว็บไซต์
Apple ก็อยู่ระหว่างการศึกษาการนำระบบค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้กับ Safari ซึ่งอาจส่งผลให้ยุติความร่วมมือที่มีมายาวนานกับ Google
ทั้งนี้รายงานฉบับนี้ออกมาในขณะที่เริ่มมีความกังวลมากขึ้นว่า ผู้ใช้อาจหันไปใช้ แชตบอต AI ในการค้นหาข้อมูลแทน Google และ Bing มากขึ้น ซึ่งอาจสั่นคลอนโมเดลธุรกิจของหลายบริษัท
บริษัทด้านการศึกษาออนไลน์ Chegg (CHGG) ประกาศในเดือนพฤษภาคมว่าจะปลดพนักงานราว 248 คน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและปรับโครงสร้างองค์กร เนื่องจากนักเรียนหันไปใช้เครื่องมือ AI เช่น ChatGPT แทนแพลตฟอร์ม edtech แบบดั้งเดิม
Minda Smiley นักวิเคราะห์จาก Emarketer กล่าวว่า "เว็บไซต์และผู้เผยแพร่คอนเทนต์หลายแห่งได้รับผลกระทบจากการค้นหาด้วย AI เพราะผู้ใช้คลิกผ่านน้อยลง ตอนนี้เราจึงเห็นผู้เผยแพร่เนื้อหาหันไปใช้ระบบสมัครสมาชิกและทำข้อตกลงการให้สิทธิ์ใช้ AI แบบเสียเงินเพื่อหารายได้เพิ่ม”
ทั้งนี้จากการประเมินของ Emarketer ปี 2567 โฆษณาค้นหาด้วย AI คิดเป็นเพียง 1% ของการใช้จ่ายโฆษณาค้นหารวมในสหรัฐ ขณะที่ปี 2572 ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 13.6% โดยอุตสาหกรรมที่เริ่มใช้งาน AI เพื่อยกระดับกลยุทธ์โฆษณา ได้แก่ การเงิน (financial services) เทคโนโลยี โทรคมนาคม และสาธารณสุข (healthcare) ในทางตรงกันข้าม ภาคค้าปลีก (retail) ยังคงปรับตัวช้ากว่ากลุ่มอื่น ๆ
โดย Google เพิ่งประกาศขยายขีดความสามารถด้านการค้นหาด้วย AI ไปยังกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ผ่านการพัฒนา Google Shopping ให้มีความชาญฉลาดยิ่งขึ้น
อ้างอิง : reuters.com