โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตรียมเร่งเครื่อง Jump+ ดันหุ้นไทยฟื้น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพ 20 มิ.ย. – “พิชัย” ยันเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ คืบหน้า แม้การเมืองร้อนแรง เร่งเครื่อง Jump+ ดันหุ้นไทยฟื้น

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมหารือกับบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้ข้อมูลโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (โครงการ Jump+) และการส่งเสริมเศรษฐกิจ ชุมชน และตลาดทุน ถึงประเด็นด้านการเมืองไทย ว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานพันธมิตรจะสนับสนุนเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลการให้คำปรึกษาและเพิ่มการรับรู้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจซึ่งในแง่ของตลาดหลักทรัพย์ณจะต้องทำอะไรบางอย่าง จึงเป็นที่มาของคำว่า JUMP+

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การเมืองมีความร้อนแรง หลายคนมองว่าจะทำให้กระทบการเจรจาการค้าและภาษีไทย-สหรัฐซึ่งล่าสุดได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยยังคงยึดในกรอบข้อเสนอ 5 ข้อเดิมที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ แต่การเจรจาไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะได้มีการเซ็น Non-Disclosure Agreement (NDA) กับสหรัฐฯ แล้ว จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งรายละเอียดเงื่อนไข-วันเจรจา และมองว่าทุกประเทศไม่มีทางเจรจาจบลงง่ายๆ อาจจะต้องขยายระยะเวลาเพิ่ม

สำหรับโครงการ Jump+ โครงการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการเข้าใจสถานการณ์ตลาด วางแผนรับมือปัญหา และสื่อสารเป้าหมายกับนักลงทุนอย่างโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทยอย่างยั่งยืน แม้ดัชนีตลาดหุ้นจะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีต แต่ตลาดทุนยังคงเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ หากผู้ลงทุนมองระยะยาวและเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ ก็ยังมีโอกาสเติบโต โครงการนี้ยังสอดรับกับนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระบบสาธารณูปโภค การท่องเที่ยว พลังงาน และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ์ถือครองที่ดินของต่างชาติ

การทำ JUMP+ คือการพัฒนาบริษัทขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่อาจจะยังไม่มีบุคลากรไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะจ้างที่ปรึกษา ให้มีการพัฒนาที่ดีมากขึ้น ซึ่งได้มีการชี้แจงว่าจะต้องทำอะไรบ้างใน 1 ปี เพื่อที่จะทบทวนเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันให้ธุรกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เหมือนกับที่บริษัทขนาดใหญ่ นอกจากนี้เมื่อทำแล้ว จะต้องนำสิ่งที่คาดหวังหรือสิ่งที่ได้วางแผนมาเปิดให้นักลงทุนได้ทราบด้วย

นายพิชัย กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยมาถึงจุดที่ค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งหากเข้าใจว่าหุ้นตัวไหนบริหารได้ดี ในระยะปานกลาง-ยาว สามารถที่จะฟื้นได้ นักลงทุนจึงต้องคิดใหม่ ไม่ใช่ซื้อเช้าขายบ่าย แต่ต้องซื้อแล้วเก็บยาวหากมีความมั่นใจ

นอกจากนี้ความเชื่อมั่นมีหลายอย่าง ทั้งกฏเกณฑ์ของตลาดที่ออกมาเยอะแล้ว เพื่อจะปิดช่องว่างระหว่างนักลงทุนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก หรือนักลงทุนต่างประเทศนักลงทุนไทย ในแง่ของการเปิดเผยข้อมูล การขายหุ้น เช่น Naked Short Selling การลงโทษเอาผิดเมื่อพบว่าลงทุนไม่ถูกต้อง เป็นต้น อีกทั้งการเร่งอนุมัติงบประมาณปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้าการเจรจาการค้าในระดับนานาชาติ ซึ่งแม้จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่ถือเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในภาพรวม. -513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...