โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปอท.รวบขบวนการเพจหลอกประมูลนาฬิกายี่ห้อหรู "Vintage Watch"

สวพ.FM91

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 22.42 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 15.28 น.

ปอท.รวบขบวนการเพจหลอกประมูลนาฬิกายี่ห้อหรู "Vintage Watch"
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) โดย พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.2 บก.ปอท. , สภ.แม่สาย , ตม.จว.เชียงราย ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย (คนไทย 4 ราย, เมียนมา 1 ราย, บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 2 ราย) ดังนี้

1. นายนิ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3295/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
2. น.ส.อิน (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3296/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
3. นายพัน (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3297/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
4. MR. W (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี (สัญชาติเมียนมา) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3298/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
5. นายคิน (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี (บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3299/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
6. น.ส.นัท (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3300/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
7. น.ส.ฝัน (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี (บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3301/2568 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”
สถานที่จับกุม
1. ผู้ต้องหาลำดับที่ 1-2 จับกุมในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง
2. ผู้ต้องหาลำดับที่ 3-4 จับกุมในพื้นที่ ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี
3. ผู้ต้องหาลำดับที่ 5-7 จับกุมในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2568 ผู้เสียหายพบโพสต์โฆษณาบนเฟซบุ๊ก ชื่อเพจ “Vintage watch” โฆษณาประชาสัมพันธ์เปิดประมูลนาฬิกาข้อมือวินเทจ โดยเพจดังกล่าวมีจำนวนไลค์มากกว่า 2 พันไลค์ อีกทั้งยังมีบุคคลอื่นเข้าร่วมประมูลอีกเป็นจำนวนมาก (น่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มหน้าม้าของกลุ่มคนร้าย) ซึ่งเมื่อผู้เสียหายพบเห็นโพสต์ดังกล่าวจึงเกิดความสนใจ จากนั้นจึงตัดสินใจเข้าร่วมประมูลโดยใส่ราคาไว้ใต้คอมเมนต์ของโพสต์ ต่อมาจึงได้มีแอดมินของเพจทักเข้ามาในข้อความแมสเซนเจอร์ของเฟซบุ๊ก แจ้งว่าผู้เสียหายชนะการประมูลนาฬิกาในราคา 5,500 บาท โดยมีค่าจัดส่ง 100 บาท รวมเป็นเงิน 5,600 บาท ต่อมาคนร้ายจึงได้ให้ผู้เสียหายชำระเงินไปยังบัญชีธนาคารของคนร้าย เป็นจำนวนเงิน 5,600 บาท และคนร้ายได้แจ้งว่า ผู้เสียหายจะต้องโอนเงินค่าทำประกันสินค้าอีกจำนวน 2,000 บาท โดยจะได้รับเงินคืนหลังจากทำประกันเสร็จแล้ว ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของคนร้าย เพิ่มอีกจำนวน 2,000 บาท รวมผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 7,600 บาท ต่อมาคนร้ายยังได้แจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอีก จำนวน 1,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมการโอนเงินประกันคืน แต่ผู้เสียหายไม่หลงเชื่อ และเชื่อว่าเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้หลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งภายหลังเมื่อผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าและไม่ได้รับเงินคืน จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.

จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ในลักษณะขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย แบ่งเป็นกลุ่มบัญชีม้า จำนวน 2 ราย, กลุ่มจัดหาบัญชีม้า จำนวน 2 ราย, กลุ่มพนักงานคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน จำนวน 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

ต่อมา เมื่อวันที่ 15-18 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วยกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สสน.บก.ป., สภ.แม่สาย, ตม.จว.เชียงราย จึงได้ลงพื้นที่จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ ได้ทั้งหมด รวมทั้งสิ้น 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินต่างๆ ประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคาร/บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 13 รายการ, โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง, ซิมการ์ด 18 อัน, พระเครื่อง 6 องค์, เงินสดจำนวน 600,000 บาท, เครื่องนับเงิน 1 เครื่อง, โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท
จากการสืบสวนขยายผลจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้ ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการกระทำที่เป็นขบวนการ โดยผู้ต้องหาบางรายมีหน้าที่จัดหาบัญชีม้า โดยมีการว่าจ้างบุคคลทั่วไปให้เปิดบัญชีธนาคาร พร้อมลงแอปพลิเคชันของธนาคารในโทรศัพท์มือถือ แล้วส่งต่อไปยังบ้านเช่าในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นโทรศัพท์เหล่านี้จะถูกส่งข้ามแดนไปยังออฟฟิศของแก๊งในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อให้กลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นพนักงานของแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ใช้ในรับโอนเงินจากเหยื่อที่ถูกหลอกลวง และใช้ในการฟอกเงิน ตามคำสั่งของนายทุนชาวจีนซึ่งเป็นเจ้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบจากระบบแจ้งความออนไลน์พบว่า มีคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 16 คดี โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงขายสินค้าหลายประเภทผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เพจขายทุเรียน, ยางรถยนต์, โทรศัพท์, เครื่องตัดหญ้า และปลาอินทรีย์ อีกทั้งตรวจพบยอดเงินหมุนเวียนในคดีนี้มากกว่า 2 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 เดือน ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...