โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ค้นพลูวิลล่าหรูเพิ่ม เจออุปกรณ์เข้าข่ายเป็น "รังแก๊งเกาหลีเทา" ตั้งฐาน "คอลเซ็นเตอร์"

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 13.41 น.
ภาพไฮไลต์

ตำรวจค้นพลูวิลล่าหรูเพิ่ม เจออุปกรณ์เข้าข่ายเป็นรังแก๊งเกาหลีเทาตั้งฐาน "คอลเซ็นเตอร์" เชื่อย้ายฐานมาจากกัมพูชา ใช้พัทยาเป็นฐานตุ๋นเหยื่อชาวเกาหลีกันเอง นอกจากนี้ยังมีชาวเกาหลีใต้ที่มีการอ้างว่าถูกลักพาตัวมีตัวตนจริง ปลอดภัยดี

จากกรณีตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจ สภ.บางละมุง นำกำลังบุกเข้าช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้ หลังสถานทูตฯ ประสานถูกลักพาตัวมายังบ้านพลูวิลล่าหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่พอนำกำลังมาถึงคนในบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีใต้ พากันวิ่งหนีตำรวจ บางคนกระโดดลงมาจากชั้น 2 ตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บางคนวิ่งหนีออกไปถนนสุขุมวิท ตำรวจก็สามารถตามจับกุมได้ทั้งหมด หลังจากนั้นมีการตรวจค้นในบ้าน พบคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รวมกว่า 50 เครื่อง จึงทำการควบคุมตัวคนในบ้านทั้งหมด เป็นชายชาวเกาหลีใต้รวม 22 คน

เบื้องต้นชาวเกาหลีกล่าวอ้างว่าทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินกู้ที่ประเทศเกาหลี แต่ใช้ประเทศไทยเป็นสำนักงานใหญ่ในการประสานงาน ตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายและอั้งยี่ ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น (อ่านข่าว: ตร.ล้อมบ้านหรู ช่วยคนถูกลักพาตัว กลับเจอแก๊งเกาหลีใต้ตั้งฐานปล่อยเงินกู้)

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้ (21 มิ.ย.68) พ.ต.อ. ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ ผกก.2 บก.ทท.1 เปิดเผยว่า ในคดีนี้ ต้นเรื่องมาจากการที่สถานทูตประเทศเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย ประสานมายังกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวว่ามีพลเมืองชาวเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวและบังคับทำงานเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ภายหลังได้รับการประสาน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาลงพื้นที่หาข่าวจนพบว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือของบุคคลที่มีการแจ้งว่าถูกลักพาตัวอยู่ในบ้านพลูวิลล่าหลังดังกล่าว จึงได้ขอกำลังสนับสนุนทั้งตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, และตำรวจ สภ.บางละมุง เข้าทำการปิดล้อมบ้านพลูวิลล่า

พอตำรวจมาถึง ปรากฏว่าพบกลุ่มชาวเกาหลีใต้กำลังนั่งเรียงรายทำงานอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ พอเห็นตำรวจก็พากันแยกย้ายวิ่งหนีตายไปคนละทิศทาง ซึ่งตำรวจก็ตามไปจับได้ทั้งหมด บางคนก็กระโดดหนีลงมาจากชั้น 2 จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในขณะนี้ยืนยันแล้วว่าบุคคลที่ถูกควบคุมตัวได้ภายในบ้านมีทั้งสิ้น 21 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด โดยแบ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ 20 คน และคนจีน 1 คน

ส่วนพลเมืองชาวเกาหลีใต้ที่มีการอ้างว่าถูกลักพาตัวมาทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปรากฏว่าจากการพิสูจน์ทราบ ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีตัวตนอยู่จริง และกำลังนั่งทำงานรวมอยู่กับชาวเกาหลีใต้คนอื่นๆ ซึ่งตำรวจก็ได้ประสานไปแจ้งกลับยังเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย เพื่อแจ้งกับทางญาติว่าบุคคลดังกล่าวปลอดภัยดี

ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถยึดได้ในบ้านหลังดังกล่าว เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (all in one) และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก รวมกว่า 30 เครื่อง นอกจากนี้ตามโต๊ะคอมพิวเตอร์จะมีโทรศัพท์มือถือโทรผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า “ไอพีโฟน” วางอยู่ข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างละ 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือยี่ห้อต่างๆ รวม 40 เครื่อง, และเราท์เตอร์อินเทอร์เน็ต 2 เครื่อง ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึด พร้อมทั้งประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) มาทำการตรวจสอบดีเอ็นเอและลายนิ้วมือเพื่อใช้ในการประกอบสำนวนคดี

นอกจากนี้ สิ่งน่าประหลาดใจในการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ พบว่ามีคนจีนหนึ่งเดียวอยู่รวมกลุ่มของชาวเกาหลีใต้และกำลังทำงานอะไรบางอย่าง ซึ่งอุปกรณ์ที่พบค่อนข้างจะเข้าข่ายเกี่ยวกับเรื่อง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอผลการตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทั้งหมดก่อน จึงจะสามารถชี้ได้ว่ากลุ่มชาวเกาหลีใต้และคนจีนทำงานเกี่ยวกับอะไรกันแน่

แต่คำกล่าวอ้างในเบื้องต้น บอกเพียงทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินกู้ในประเทศเกาหลี ส่วนอย่างอื่นชาวเกาหลียังคงปิดปากเงียบและไม่ยอมให้การใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ตำรวจเตรียมเอาผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ร่วมกันลักลอบทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย

ส่วนเรื่องของการตรวจสอบหนังสือเดินทาง รวมถึงวีซ่า พบว่าทั้งหมดถือวีซ่านักท่องเที่ยว และยังไม่พบว่ามีผู้ใดมีสถานะโอเวอร์สเตย์ อีกทั้งยังพบว่ามีบุคคลเกาหลี 4 คน เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ส่วนข้อกล่าวหาอั้งยี่ ขอกลับไปสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่าเข้าข่ายกระทำความผิดในข้อหานี้หรือไม่ เนื่องจากข้อหานี้จะต้องมีการทำข้อมูลรายงานการสืบสวนประกอบสำนวนคดี

ขณะเดียวกันจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น พบว่ากลุ่มดังกล่าวสันนิษฐานว่าน่าจะเพิ่งย้ายฐานมาจากที่อื่น และอาจเป็นไปได้ว่าน่าจะย้ายมาจากเขตชายแดนกัมพูชา หลังจากที่ถูกรัฐบาลไทยกดดันอย่างหนักจนมาสร้างฐานในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ตำรวจท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงการนำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบเพื่อขยายผลเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการเอาผิดกลุ่มชาวเกาหลีและคนจีนกลุ่มนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมชาวเกาหลีของตำรวจท่องเที่ยว ถือเป็นการจับกุมชาวเกาหลีครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นมาจากมีพ่อชาวเกาหลีใต้เป็นห่วงลูกชาย ซึ่งโทรศัพท์ไปบอกพ่อว่า "ถูกหลอกมาทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย และเหมือนว่าจะบังคับให้พ่อโอนเงินมาให้" แต่พ่อกลัวถูกหลอก จึงรีบประสานสถานทูตเกาหลีเพื่อขอความช่วยเหลือกับทางการไทย จนเป็นที่มาของการบุกเข้าจับกุมในครั้งนี้ และที่สำคัญ ลูกชายที่พ่อชาวเกาหลีขอให้ทางการไทยช่วยเหลือ ก็นั่งทำงานอยู่ในบ้านพลูวิลล่าหลังดังกล่าวด้วย.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค้นพลูวิลล่าหรูเพิ่ม เจออุปกรณ์เข้าข่ายเป็น "รังแก๊งเกาหลีเทา" ตั้งฐาน "คอลเซ็นเตอร์"

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...