ชวนลงชื่อเรียกร้อง ‘สิทธิลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ เพราะระบบแรงงานที่ดีไม่ควรผลักให้ลูกจ้างต้องเลือกระหว่างงานกับโอกาสสุดท้ายในการดูแลคนที่รัก
“ทำไมไม่แจ้งล่วงหน้า”
“ทำไมหยุดงานมั่วซั่ว”
“ไปแล้วจะอาการดีขึ้นเหรอ”
“สำคัญไหม”
ฯลฯ
เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เคยมีข่าวพนักงานขับรถเมล์ขอลางานกะทันหันเพื่อดูใจแม่ครั้งสุดท้าย แต่หัวหน้ากลับไม่เข้าใจและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดการถกเถียงและแบ่งปันประสบการณ์ของผู้คนจำนวนมาก อย่างข้อความที่ได้ยกมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยเคยประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน
อาจกล่าวได้ว่า การขอลาหยุดเพื่อไปดูแลครอบครัวและคนสำคัญในวาระสุดท้ายยังไม่ใช่เรื่องง่ายในสังคมไทย เพราะระบบประกันสังคมยังไม่รับรองสิทธิข้างต้น ส่งผลให้ภาครัฐ ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่หัวหน้างานบางส่วนไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และอาจนำไปสู่บาดแผลทางใจของลูกจ้างที่พลาดโอกาสสุดท้ายในการอยู่กับคนที่รัก การจากไปอย่างน่าสลดใจของผู้ป่วยระยะสุดท้ายซึ่งขาดการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงความขัดแย้งภายในองค์กร
ล่าสุด เครือข่ายผู้สนับสนุนการดูแลแบบประคับประคองได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการประกันสังคมพิจารณาเพิ่ม ‘สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ ให้แก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้ได้รับการดูแลที่ดี พร้อมทั้งคุ้มครองความเป็นมนุษย์ของคนทำงาน โดยเปิดโอกาสให้แรงงานได้ดูแลครอบครัวและตัวเองในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ผ่านการกระจายแบบฟอร์มให้ผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนทั่วไป ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ทั้งในนามส่วนตัวและองค์กร
เนื้อหาสำคัญของข้อเรียกร้องดังกล่าวระบุไว้ว่า “สิทธิลางานเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกจ้าง โดยสามารถลาได้ 30–60 วันต่อปี พร้อมได้รับเงินชดเชยในอัตราเต็มจำนวน เช่นเดียวกับสิทธิลาป่วยหรือลาคลอด ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสถานการณ์จ้างงานของลูกจ้าง”
วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เครือข่ายผู้สนับสนุนการดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งประกอบด้วยกลุ่ม Peaceful Death กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลรามาธิบดี สมาคมบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายแห่งประเทศไทย เบาใจ Family และมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เป็นต้น ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าวและรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 3,000 รายชื่อ ให้แก่คณะกรรมการประกันสังคม โดยทางเครือข่ายฯ ชี้ว่า “สิทธิดังกล่าวจะช่วย ‘เติมกำลังคนดูแลในครอบครัว’ ในช่วงเวลาวิกฤตการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และลดความเสี่ยงภาวะความโศกเศร้าจากสูญเสียครั้งสำคัญ”
นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ผู้ประสานงานกลุ่ม Peaceful Death กล่าวว่า “ที่ผ่านมาคนทำงานต้องเลือกว่าจะลาเมื่อไร และจะหาวันลาอย่างไร มีคนทำงานจำนวนหนึ่งไม่สามารถลาหยุดเพื่อมาดูใจผู้ป่วยระยะท้าย ทั้งที่เป็นคนในครอบครัว พ่อแม่ ซึ่งสิทธิลาหยุดก็น้อย สิทธิลากิจก็ได้แค่ 3 วันต่อปี ประกอบกับจำนวนผู้ป่วยระยะท้ายเพิ่มขึ้น มีจำนวนหนึ่งเสียชีวิตอย่างโดดเดียว กลายเป็นความรู้สึกผิดของคนทำงาน และคนป่วยก็ไม่ได้รับการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดี”
การเรียกร้องครั้งนี้จะทำให้ ‘สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ กลายเป็นสิทธิพื้นฐานอย่างที่ควรจะเป็น รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่แรงงานทั่วไป เพราะชีวิตของประชาชนไม่ได้มีเพียง ‘การทำงาน’ ด้านเดียวเท่านั้น ระบบแรงงานที่ดีจึงไม่ควรผลักให้ลูกจ้างต้องเลือกระหว่าง ‘งาน’ กับ ‘โอกาสสุดท้ายในการอยู่กับคนที่รัก’
สามารถอ่านรายละเอียดและร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องนี้ได้ที่ https://forms.gle/3skd8WESsBKQBmph7
อ้างอิง
https://forms.gle/3skd8WESsBKQBmph7
https://www.hfocus.org/content/2025/06/34437
https://www.thairath.co.th/news/society/2821218
https://x.com/Mr_Whathapened/status/1848398948555440341
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ชวนลงชื่อเรียกร้อง ‘สิทธิลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ เพราะระบบแรงงานที่ดีไม่ควรผลักให้ลูกจ้างต้องเลือกระหว่างงานกับโอกาสสุดท้ายในการดูแลคนที่รัก
- Shamsa Sharawe อินฟลูฯ สาวชาวโซมาเลีย ผู้ออกมาเเชร์เรื่องราวการถูกขลิบอวัยวะเพศจนเป็นไวรัล และขอเป็นผู้นำการทวงคืน ‘จิ๋ม’ ให้กับเด็กๆ และผู้หญิงทุกคน
- Doechii กล่าวประฌามรัฐบาลทรัมป์บนเวที BET ที่ใช้กำลังทหารปราบปรามการประท้วงในลอสแอนเจลิส ซึ่งปะทุขึ้นหลังการจับกุมผู้อพยพ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com