โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนลงชื่อเรียกร้อง ‘สิทธิลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ เพราะระบบแรงงานที่ดีไม่ควรผลักให้ลูกจ้างต้องเลือกระหว่างงานกับโอกาสสุดท้ายในการดูแลคนที่รัก

Mirror Thailand

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.39 น.
ภาพไฮไลต์

“ทำไมไม่แจ้งล่วงหน้า”

“ทำไมหยุดงานมั่วซั่ว”

“ไปแล้วจะอาการดีขึ้นเหรอ”

“สำคัญไหม”

ฯลฯ

เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เคยมีข่าวพนักงานขับรถเมล์ขอลางานกะทันหันเพื่อดูใจแม่ครั้งสุดท้าย แต่หัวหน้ากลับไม่เข้าใจและใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดการถกเถียงและแบ่งปันประสบการณ์ของผู้คนจำนวนมาก อย่างข้อความที่ได้ยกมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยเคยประสบปัญหานี้เช่นเดียวกัน

อาจกล่าวได้ว่า การขอลาหยุดเพื่อไปดูแลครอบครัวและคนสำคัญในวาระสุดท้ายยังไม่ใช่เรื่องง่ายในสังคมไทย เพราะระบบประกันสังคมยังไม่รับรองสิทธิข้างต้น ส่งผลให้ภาครัฐ ผู้ประกอบการ หรือแม้แต่หัวหน้างานบางส่วนไม่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และอาจนำไปสู่บาดแผลทางใจของลูกจ้างที่พลาดโอกาสสุดท้ายในการอยู่กับคนที่รัก การจากไปอย่างน่าสลดใจของผู้ป่วยระยะสุดท้ายซึ่งขาดการดูแลที่เหมาะสม รวมถึงความขัดแย้งภายในองค์กร

ล่าสุด เครือข่ายผู้สนับสนุนการดูแลแบบประคับประคองได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการประกันสังคมพิจารณาเพิ่ม ‘สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ ให้แก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้ได้รับการดูแลที่ดี พร้อมทั้งคุ้มครองความเป็นมนุษย์ของคนทำงาน โดยเปิดโอกาสให้แรงงานได้ดูแลครอบครัวและตัวเองในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ผ่านการกระจายแบบฟอร์มให้ผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนทั่วไป ร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ทั้งในนามส่วนตัวและองค์กร

เนื้อหาสำคัญของข้อเรียกร้องดังกล่าวระบุไว้ว่า “สิทธิลางานเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกจ้าง โดยสามารถลาได้ 30–60 วันต่อปี พร้อมได้รับเงินชดเชยในอัตราเต็มจำนวน เช่นเดียวกับสิทธิลาป่วยหรือลาคลอด ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสถานการณ์จ้างงานของลูกจ้าง”

วันที่ 17 มิถุนายน 2568 เครือข่ายผู้สนับสนุนการดูแลแบบประคับประคอง ซึ่งประกอบด้วยกลุ่ม Peaceful Death กลุ่มแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลรามาธิบดี สมาคมบริบาลผู้ป่วยระยะท้ายแห่งประเทศไทย เบาใจ Family และมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง เป็นต้น ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องดังกล่าวและรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 3,000 รายชื่อ ให้แก่คณะกรรมการประกันสังคม โดยทางเครือข่ายฯ ชี้ว่า “สิทธิดังกล่าวจะช่วย ‘เติมกำลังคนดูแลในครอบครัว’ ในช่วงเวลาวิกฤตการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และลดความเสี่ยงภาวะความโศกเศร้าจากสูญเสียครั้งสำคัญ”

นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ผู้ประสานงานกลุ่ม Peaceful Death กล่าวว่า “ที่ผ่านมาคนทำงานต้องเลือกว่าจะลาเมื่อไร และจะหาวันลาอย่างไร มีคนทำงานจำนวนหนึ่งไม่สามารถลาหยุดเพื่อมาดูใจผู้ป่วยระยะท้าย ทั้งที่เป็นคนในครอบครัว พ่อแม่ ซึ่งสิทธิลาหยุดก็น้อย สิทธิลากิจก็ได้แค่ 3 วันต่อปี ประกอบกับจำนวนผู้ป่วยระยะท้ายเพิ่มขึ้น มีจำนวนหนึ่งเสียชีวิตอย่างโดดเดียว กลายเป็นความรู้สึกผิดของคนทำงาน และคนป่วยก็ไม่ได้รับการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดี”

การเรียกร้องครั้งนี้จะทำให้ ‘สิทธิการลาเพื่อดูแลในวาระสุดท้าย’ กลายเป็นสิทธิพื้นฐานอย่างที่ควรจะเป็น รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่แรงงานทั่วไป เพราะชีวิตของประชาชนไม่ได้มีเพียง ‘การทำงาน’ ด้านเดียวเท่านั้น ระบบแรงงานที่ดีจึงไม่ควรผลักให้ลูกจ้างต้องเลือกระหว่าง ‘งาน’ กับ ‘โอกาสสุดท้ายในการอยู่กับคนที่รัก’

สามารถอ่านรายละเอียดและร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องนี้ได้ที่ https://forms.gle/3skd8WESsBKQBmph7

อ้างอิง

https://forms.gle/3skd8WESsBKQBmph7

https://www.hfocus.org/content/2025/06/34437

https://www.thairath.co.th/news/society/2821218

https://x.com/Mr_Whathapened/status/1848398948555440341

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...