โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เพาเวอร์ มอลล์ เผย 5 เดือนแรกแผ่ว หวังครึ่งปีหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้าแห่เปิดตัว A.I. ดันยอดขายทั้งปีตามเป้า

Khaosod

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น.

เพาเวอร์ มอลล์ เผยพิษเศรษฐกิจ Easy E-Receipt 2.0 ให้น้อยลง ประกอบกับอากาศไม่ร้อนเหมือนปีที่แล้ว ทำยอดขาย 5 เดือนแรกโตต่ำกว่าเป้า หวังครึ่งปีหลังเครื่องใช้ไฟฟ้าเปิดศึกรุกเทคโนโลยี A.I. หนุนกำลังซื้อครึ่งปีหลัง ล่าสุดเตรียมจัดใหญ่ “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส” โชว์นวัตกรรม A.I. จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก

19 มิ.ย. 2568 นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าและกลุ่มสินค้า A.I. เปิดเผยว่าภาพรวมยอดขาย 5 เดือนแรกของเพาเวอร์มอลล์ มีการเติบโตได้เกือบ 10% แต่ยังถือว่าต่ำกว่าที่คาดหวังไว้เมื่อช่วงต้นปี ที่คาดว่าตลอดปี 2568 นี้ยอดขายของเพาเวอร์มอลล์ น่าจะเติบโตได้ 30% โดยมีกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีนวัตกรรม A.I. เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายเหมือนเช่นในปีที่แล้ว ที่กลุ่มนี้มีการเติบโตถึง 50%

แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ของรัฐบาล ลดเพดานลงเหลือ 30,000 บาท ประกอบกับสภาพอากาศช่วงหน้าร้อนไม่ได้ร้อนมากเหมือนปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายในกลุ่มเครื่องปรับอากาศของเพาเวอร์ มอลล์ เติบโตได้เพียงเล็กน้อยหรือต่ำกว่า 10% แต่ถือว่าทำได้ดีกว่าตลาดซึ่งพบว่ายอดขายเครื่องปรับอากาศลดลงถึง 30-40%

อย่างไรก็ดี เพาเวอร์ มอลล์ ยังสามารถปรับตัว และรักษาการเติบโตของยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมที่เพาเวอร์ มอลล์ เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ผู้บริโภคนึกถึง อีกทั้งการเติบโตในกลุ่มสินค้าที่มีเทคโนโลยี A.I. ซึ่งเป็น ตัวเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่

ทำให้ล่าสุดเพาเวอร์ มอลล์ ได้รุกตลาดเทคโนโลยีอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ครบทุกความหลากหลายของสินค้านวัตกรรม A.I. ล่าสุดได้ร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำต่างๆ เพื่อขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเป็น “A.I. INNOVATION HUB” แห่งวงการค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ไทย ด้วยการเปิดตัวมหกรรม “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส ” ยกระดับนวัตกรรมรวบรวมสินค้ากลุ่ม A.I. ครบทุกเซ็กเมนต์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE POWER OF A.I.”

“เพาเวอร์ มอลล์ ได้เล็งเห็นโอกาสของตลาดสินค้านวัตกรรม A.I.และพร้อมเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดในกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยม และสินค้านวัตกรรม A.I. อย่างชัดเจน” นายรัชตะ กล่าวย้ำ

โดยการจัดงาน เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส ในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอเครื่องไฟฟ้า สินค้าโฮมไลฟ์สไตล์ ทีวี มือถือ ไอที มานำเสนออย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบนวัตกรรม A.I. พลาดไม่ได้ กับการเปิดตัวสินค้า A.I. รุ่นล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย ในโซน “POWER MALL FIRST” ชั้น 4 พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

อาทิ SAMSUNG MINILED 8K ขนาด 85 นิ้ว ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 8K ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ทันสมัยที่สุด เพิ่มระดับความคมชัดและลื่นไหลด้วย AI MOTION ENHANCER PRO รวมถึง HP OMNIBOOK 7 AERO NG A.I. PC โน้ตบุ๊คอัจฉริยะสำหรับคนทำงานยุคใหม่มาพร้อมกับผู้ช่วยส่วนตัวกับ HP A.I. COMPANION และ COPILOT+ PCs มอบความเร็วและความฉลาดที่ไม่มีใครเทียบ

ความโดดเด่นของกลยุทธ์การรุกตลาด A.I ที่สำคัญอีกประการของ เพาเวอร์ มอลล์ คือ การรวบรวมและจัดกลุ่มสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครบทุกเจนเนอเรชั่น ซึ่งปัจจุบันเพาเวอร์ มอลล์ มีสินค้าที่ครอบคลุมในทุกกลุ่มสินค้า

อาทิ SAMSUNG GALAXY S25 สมาร์ทโฟน A.I. รวมถึง LG เครื่องซักผ้าฝาหน้า ระบบ A.I. DD ถนอมผ้าอัจฉริยะเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาด ลดความเสียหายของเนื้อผ้าเพื่อให้เสื้อผ้าอยู่ได้นานขึ้น,TOSHIBA JAPANDI เครื่องซักผ้าฝาหน้า ที่มาพร้อมกับ A.I. SMART & SMART CONTROL ควบคุมการซักได้ผ่านแอปฯ TSMARTLIFE ขณะที่ มิตซูบิชิ อิเลคทริค เครื่องปรับอากาศ MR.SLIM FAST COOLING A.I. เทคโนโลยีอัจฉริยะเย็นเร็ว ควบคุมทิศทางการกระจายความเย็นตามความเหมาะสมกับอุณหภูมิห้องและผู้ใช้งาน ณ ขณะนั้น

LENOVO LEGION PRO 7i โน้ตบุ๊คที่ออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ด้วยชิป LENOVO A.I. CORE และ LENOVO A.I. ENGINE+ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดกระตุ้นประสบการณ์การเล่นเกม

โดยหากดูเฉพาะกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมที่เป็นจุดเด่นของ เพาเวอร์ มอลล์ มีจำนวนประมาณ 70% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด ซึ่งมากกว่า 50% ของกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมเป็นสัดส่วนของสินค้าที่มีเทคโนโลยี A.I. ซึ่งจากแนวทางดังกล่าว คาดว่ารายได้จากกลุ่มสินค้า A.I. จะทำให้ เพาเวอร์ มอลล์ เติบโตขึ้นถึง 50% ภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การเลือก “เทคโนโลยีที่เข้าใจเรา” มากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว ซึ่งภายในงานนี้ มีโปรโมชั่นพิเศษเข้ามาสนับสนุน กระตุ้นการขายให้มากขึ้นด้วย

โดยสินค้าใน เพาเวอร์ มอลล์ ภายใต้แคมเปญเพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส เครื่องใช้ไฟฟ้ามือถือและไอทีลดสูงสุด 60%, พร้อมรับฟรีคูปองเงินสดส่วนลดสูงสุด 15,000 บาท รวมถึงผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน และสามารถแลกรับส่วนลดเพิ่ม/เครดิตเงินคืนสูงสุด 25% หรือรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 32,000 บาท กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

นอกจากนี้ ยอดซื้อยังสามารถนำไปแลกรับความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นจากแคมเปญ Bangkok No.1 Shopping Festival 2025 รับส่วนลดเพิ่ม เครดิตเงินเพิ่ม หรือ M Cash คูปอง ตามเงื่อนไขแคมเปญ ซึ่งเป็นความคุ้มค่ามากในช่วงนี้

อย่างไรก็ดี สำหรับการจัดงานเพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส ในปีนี้ มีการจัดงานในพื้นที่ MCC HALL พบกับโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 70%, ซื้อ 1 แถม 1, แจกฟรี คูปองส่วนลดเงินสดสูงสุด 1,000 บาท, กินปุ๊บ รับปั๊บ ฟรีคูปองส่วนลดเงินสด 1,000 บาท เมื่อรับประทานอาหารโซน DINING GARDEN เฉพาะที่ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน และ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. – 4 ส.ค.นี้ และที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 12 – 20 ส.ค.นี้ โดยคาดหวังยอดขายจากการจัดมหกรรม “เพาเวอร์ มอลล์ อิเล็คทรอนิก้า โชว์เคส” ที่ 1,500 ล้านบาท

“ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งหลังปี 2568 มั่นใจว่าแบรนด์ต่างๆ จะมีการเปิดตัวเทคโนโลยี A.I. อย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่ามูลค่าตลาดโดยรวมยังเติบโตได้เล็กน้อยหรืออยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.3 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มโทรศัพท์มือถือ A.I., ทีวี A.I. และ โน๊ตบุ๊ค A.I. เป็นตัวขับเคลื่อนตลาด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพาเวอร์ มอลล์ เผย 5 เดือนแรกแผ่ว หวังครึ่งปีหลัง เครื่องใช้ไฟฟ้าแห่เปิดตัว A.I. ดันยอดขายทั้งปีตามเป้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...