โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักพฤติกรรม “พ่อแม่รังแกฉัน” เมื่อความรักทำร้ายโดยไม่รู้ตัว

SpringNews

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 05.40 น.

คำว่า "พ่อแม่รังแกฉัน" อาจฟังดูรุนแรงและทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมเหล่านี้มักเกิดขึ้นจากความรัก ความปรารถนาดี และความหวังดีของพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกได้ดีที่สุด เพียงแต่ผิดวิธีและส่งผลกระทบในทางลบต่อการพัฒนาการของลูกในระยะยาวเรามาทำความเข้าใจกันว่าพฤติกรรม "พ่อแม่รังแกฉัน" คืออะไร และเราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังตกอยู่ในภาวะนี้

พฤติกรรม “พ่อแม่รังแกฉัน” คืออะไร?

"พ่อแม่รังแกฉัน" คือชุดพฤติกรรมของพ่อแม่ที่แม้จะทำไปด้วยความรัก แต่กลับสร้างผลเสียต่อการเติบโตทางจิตใจ ความคิด และความสามารถในการใช้ชีวิตของลูก โดยที่พ่อแม่อาจไม่รู้ตัวหรือคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก พฤติกรรมเหล่านี้มีหลากหลายรูปแบบ แต่มีแก่นร่วมกันคือการ จำกัดอิสระ บิดเบือนความเป็นจริง หรือสร้างความกดดันให้ลูกมากเกินไป จนลูกไม่สามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และขาดทักษะในการเผชิญหน้ากับโลกภายนอก

คุณอาจกำลังตกอยู่ในภาวะ "พ่อแม่รังแกฉัน" ?

การรับรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรม "พ่อแม่รังแกฉัน" อาจเป็นเรื่องยาก เพราะมักถูกห่อหุ้มด้วยเจตนาที่ดี แต่หากคุณหรือคนรอบข้างเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่คุณต้องหยุดทบทวน:

  • ลูกไม่กล้าตัดสินใจเอง ขาดความมั่นใจในตัวเอง: หากลูกของคุณไม่กล้าตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ต้องรอให้พ่อแม่เป็นคนตัดสินใจให้เสมอ หรือไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเอง เพราะกลัวว่าจะผิดหรือไม่ดีพอ นี่อาจเป็นสัญญาณว่าพ่อแม่ได้เข้าไปควบคุมชีวิตของลูกมากเกินไป จนลูกไม่เคยมีโอกาสได้ฝึกการตัดสินใจและเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง
  • ลูกมีโลกส่วนตัวสูง เก็บกด ไม่กล้าแสดงอารมณ์: การที่ลูกไม่กล้าแสดงอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริง ไม่ว่าจะสุข เศร้า โกรธ หรือผิดหวัง เก็บกดความรู้สึกไว้ภายใน หรือมีโลกส่วนตัวสูงมาก อาจเกิดจากการที่พ่อแม่ไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงออก หรือไม่รับฟังความรู้สึกของลูก ทำให้ลูกรู้สึกว่าการแสดงอารมณ์เป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัย
  • ลูกขาดทักษะทางสังคม ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้: หากลูกไม่สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อน ไม่กล้าเข้าสังคม หรือมีปัญหาในการปรับตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น อาจเป็นผลมาจากการที่พ่อแม่ปกป้องลูกมากเกินไป ไม่เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือการสร้างมิตรภาพด้วยตัวเอง
  • ลูกต่อต้าน หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวผิดปกติ: ในบางกรณี การที่พ่อแม่ควบคุมมากเกินไป หรือสร้างความกดดันอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ลูกเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะด้วยการแสดงออกทางคำพูดหรือพฤติกรรมก้าวร้าว เพื่อเรียกร้องอิสรภาพและพื้นที่ของตัวเอง
  • ลูกขาดความรับผิดชอบ ไม่สามารถดูแลตัวเองได้: หากลูกไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อย เช่น การดูแลข้าวของส่วนตัว หรือเรื่องใหญ่ เช่น การบริหารจัดการเวลาในการเรียน พ่อแม่อาจจะเข้าไปช่วยเหลือ หรือทำให้ทุกอย่างแทนลูกมากเกินไป จนลูกไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ถึงผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเอง
  • พ่อแม่รู้สึกต้อง "จัดการ" ทุกเรื่องในชีวิตลูก: หากคุณในฐานะพ่อแม่รู้สึกว่าต้องเข้าไปจัดการทุกรายละเอียดในชีวิตลูก ตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้า อาหาร เพื่อน ไปจนถึงการเรียน และอนาคต และรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่ไว้วางใจเมื่อลูกพยายามทำอะไรด้วยตัวเอง นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าคุณกำลังจำกัดอิสระของลูกมากเกินไป
  • คุณมักจะพูดประโยคเหล่านี้กับลูก: "แม่บอกแล้วใช่ไหมว่ามันจะเป็นแบบนี้", "ทำไมไม่เชื่อฟังพ่อบ้างเลย", "ถ้าไม่มีแม่ หนูจะอยู่ได้ยังไง", "แม่ทำเพื่อหนูนะ ทำไมหนูไม่เข้าใจ" ประโยคเหล่านี้สะท้อนถึงการควบคุม การตำหนิ และการทำให้ลูกรู้สึกผิด ซึ่งจะบั่นทอนความมั่นใจและความสามารถของลูกในการพึ่งพาตัวเอง

ทางออก: ก้าวออกจากวังวน “พ่อแม่รังแกฉัน”

  • การตระหนักรู้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ในความสัมพันธ์กับลูก ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือตำหนิตัวเอง แต่ให้เริ่มต้นด้วยการ:
  • เปิดใจรับฟังลูกมากขึ้น: ให้พื้นที่ลูกได้แสดงความคิดเห็นและความรู้สึก โดยไม่ตัดสินหรือตำหนิ
  • ให้อิสระในการตัดสินใจ: เริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้น เพื่อให้ลูกได้ฝึกการตัดสินใจและเรียนรู้จากผลลัพธ์
  • สนับสนุนและเชื่อมั่นในศักยภาพของลูก: ให้กำลังใจลูกเมื่อลูกพยายามทำสิ่งใหม่ๆ แม้ว่าจะล้มเหลว ก็ให้ถือเป็นบทเรียน
  • ให้ลูกเรียนรู้จากความผิดพลาด: อย่ารีบเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ลูกในทุกเรื่อง แต่ให้โอกาสลูกได้เผชิญหน้ากับปัญหาและหาทางออกด้วยตัวเอง
  • ให้ความรักและยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น: โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่แค่จากความสำเร็จของลูกเท่านั้

เพราะสุดท้าย การเป็นพ่อแม่ที่ดีคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้ลูกได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง มีความสุข และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ การปล่อยให้ลูกได้ลองผิดลองถูก และเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง คือของขวัญที่ดีที่สุดที่คุณจะมอบให้ลูกได้

ที่มาpaolohospital

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...