โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เขมรตีปี๊บไทยเปิดด่าน ‘วินธัย’แจงแค่ชั่วคราว

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 00.01 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

“ฮุน มาเนต” บอกฝ่ายไทยขอเปิดจุดผ่านแดน เชื่อจะไม่กลับไปปิดอีก “กองกำลังบูรพา” สั่งเปิดด่านให้คนไทยที่เป็นเจ้าของกิจการข้ามไปกัมพูชา พร้อมให้รถขนสินค้าที่ค้างเติ่งเข้าเขมรให้เสร็จใน 7 วัน "วินธัย" ย้ำไม่ใช่เปิดถาวร ทำแค่เฉพาะจุด “เท้ง” แนะรัฐบาลเร่งกดดันฮุน เซน “ภท.” ชงใช้รัฐสภาพูดคุยปัญหา

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2568 สมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้รับหนังสือจากฝั่งไทยในจังหวัดสระแก้ว ขอเปิดประตูชายแดนกัมพูชา-ไทยบางส่วน และให้รถบรรทุกเข้า-ออก เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดํารงชีพของพี่น้องประชาชน ซึ่งกัมพูชาเข้าใจความยากลําบากของทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากการปิดชายแดน ดังนั้น กัมพูชาจึงไม่ได้ใช้มาตรการปิดชายแดนนี้ กัมพูชาไม่ใช่คนที่จะเริ่มประตูชายแดนที่ปิด-เปิดข้างเดียว กองทัพไทยเริ่มดําเนินการปิดประตูชายแดน ปรับเวลาปิด-เปิด และกําหนดระดับการเดินทางของประชาชน

“กุญแจอยู่ในมือฝั่งไทย ดังนั้น ถึงหน่วยงานไทยรวมทั้งประชาชนชาวไทยที่ประสงค์จะเปิดประตูชายแดนกัมพูชา-ไทยอีกครั้ง ไม่จําเป็นต้องแนะนํากัมพูชา โปรดแนะนําผู้ที่มีอํานาจจริงในประเทศไทย (ไม่ว่าทหารหรือใครก็ตาม) ให้เปิดประตูชายแดนอีกครั้งให้ปกติเหมือนเดิม และมั่นใจว่าจะไม่มีหน่วยปิดตัวอีกเมื่อเสร็จสิ้น ทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ”

ทั้งนี้ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง ผ่อนผันให้ประชาชนไทยเดินทางไปทำงานในกรุงปอยเปต ราชอาณาจักรกัมพูชา โดยทำถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และนายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ระบุว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาตรวจราชการ และประชุมหารือประเด็นผลกระทบมาตรการการควบคุมด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2568 โดยให้หน่วยงานความมั่นคงได้ประชุมหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการควบคุมชายแดนนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวไทย จึงผ่อนผันให้ประชาชนชาวไทยสามารถเดินทางไปเฉพาะเพื่อประกอบอาชีพได้ เช่น เจ้าของกิจการ ร้านค้า ร้านอาหาร และอื่นๆ ซึ่งจะต้องมีเอกสารผู้ประกอบการร้านค้า เจ้าของกิจการ หรือลูกจ้างฯ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนการผ่านแดน โดยใช้หนังสือผ่านแดน Border Pass, หนังสือเดินทาง Passport ในการผ่านแดน ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก, จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ห้วงเวลา 08.00-16.00 น. และไม่อนุญาตให้คนไทยที่เป็นพนักงานทุกประเภทของบ่อนการพนัน/กาสิโน และสถานบันเทิงทุกชนิด ออกนอกราชอาณาจักรไทย ทุกจุดผ่านแดนในจังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ ให้หน่วยที่รับผิดชอบเริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่ากองกำลังบูรพาจะแจ้งเปลี่ยนแปลง

รายงานแจ้งอีกว่า กองกำลังบูรพายังมีหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การผ่อนผันให้ผู้ถือหนังสือผ่านแดน Border Pass อยู่ในราชอาณาจักรเช่นกัน เพื่อเป็นการลดผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชนตามหลักมนุษยธรรม และเพื่อให้การปฏิบัติการควบคุมสอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว

ด้าน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ มอบหมายให้ พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชค.ทพ.12 สั่งการให้ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผบ.ร้อย ทพ.1201 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 1201 จัดกำลังเตรียมความพร้อมในการตรวจคัดกรองเอกสารคนไทยที่จะเดินทางข้ามแดนไปยังกัมพูชา โดยจะต้องมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเป็นเจ้าของกิจการ ร้านค้า ร้านอาหาร และอื่นๆ โดยขณะนี้เพิ่งประกาศหนังสือออกมา โดยพบว่าประชาชนของทั้งสองประเทศที่เดินทางข้ามแดนยังบางตา ซึ่งคาดว่าในวันที่ 30 มิ.ย. จะมีการข้ามพรมแดน

ขณะเดียวกัน ทางด้าน พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้รับหนังสือพร้อมสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สระแก้ว เตรียมความพร้อมการตรวจเอกสารทั้งขาเข้าและขาออกสำหรับคนไทยและคนกัมพูชา ที่จะใช้เอกสารเดินทางพาสปอร์ตและบอร์เดอร์พาสตามมาตรการอนุโลม

กองกำลังบูรพายังได้ผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออก 3 ด่านชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจำกัดเวลา-จำนวนคัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. และให้แล้วเสร็จใน 7 วัน โดยผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าไทยที่ตกค้าง และรถขนส่งสินค้าตามใบขนสินค้าขาออก หรือใบขนสินค้าผ่านแดน ที่ได้ส่งข้อมูลเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ก่อนวันที่ 25 มิ.ย.2568 ข้ามไปยังกัมพูชาและกลับเข้ามายังราชอาณาจักรไทย โดยให้ผ่านเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ได้วันละไม่เกิน 50 คันต่อวัน (ขาออก 50 คัน, ขาเข้า 50 คัน) ตั้งแต่ 08.00-16.00 น., ให้ผ่านเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ได้วันละไม่เกิน 50 คันต่อวัน (ขาออก 50 คัน, ขาเข้า 50 คัน) ตั้งแต่ 08.00-16.00 น. และให้ผ่านออกทางจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ ได้วันละไม่เกิน 20 คันต่อวัน (ขาออก 20 คัน, ขาเข้า 20 คัน) ตั้งแต่ 08.00-12.00 น.

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีสมเด็จฮุน มาเนต โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ฝ่ายไทยได้ขอประสานเปิดด่านผ่านแดน พร้อมเผยแพร่เอกสารของกองกำลังบูรพานั้นว่า กองทัพบกขอเรียนชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ และประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงผลกระทบจากมาตรการควบคุมด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2568 โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงประสานการประชุมร่วมกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ต่อมาที่ประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2568 มีมติเห็นชอบให้มีการผ่อนผันเฉพาะกรณีรถขนส่งสินค้าของไทยที่ตกค้าง ในวันนี้กองกำลังบูรพาจึงได้ดำเนินการจัดทำแนวทางปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำหนังสือประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา เพื่อรองรับการดำเนินการตามมาตรการผ่อนผันดังกล่าว

"ภายหลังได้รับแจ้งว่า กรมตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ได้ออกประกาศไม่อนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าเข้า-ออก หรือผ่านด่านชายแดนระหว่างประเทศและด่านในภูมิภาคใดๆ ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ในทุกกรณี ทั้งนี้ ทางกัมพูชาน่าจะเข้าใจผิด เพราะไทยไม่ได้ไปขอเปิดเต็มระบบ แต่เป็นเฉพาะจุด เฉพาะกรณี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งเงื่อนไขแค่ 7 วันเท่านั้น" พล.ต.วินธัยระบุ

ด้าน น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีแกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปราศรัยชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เรียกร้องให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา (MOU) ฉบับปี 2544 หรือที่รู้จักในชื่อ MOU 43-44 ว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดในการยกเลิกเอ็มโอยูฉบับนี้ เพราะไม่ใช่ข้อตกลงที่มอบอำนาจหรืออธิปไตยให้กัมพูชา แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ของไทยในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล และเปิดช่องเจรจาในอนาคต ดังนั้น การรักษาเอ็มโอยูไว้ไม่ใช่การยอมแพ้อย่างที่บางฝ่ายมุ่งสร้างวาทกรรม แต่ความจริงคือหลักประกันของไทยที่จะมีสิทธิ์ร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ทับซ้อน ไทยจึงยังถือไพ่เหนือโต๊ะ ไม่เสียเปรียบเชิงยุทธศาสตร์

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงทางออกของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ารากเหง้าของปัญหามาจากความขัดแย้งระหว่างตระกูลหรือครอบครัวผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ภาพใหญ่ในการแก้ไขปัญหาไทย-กัมพูชา คิดว่าต้องพูดคุยระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่พูดคุยด้วยความสัมพันธ์ครอบครัว ส่วนมาตรการเฉพาะหน้า อยากให้รัฐบาลเลือกใช้มาตรการอย่างถูกต้องและถูกเวลา

“ควรเลือกใช้มาตรการที่พุ่งเป้าไปยังสมเด็จฮุน เซน คนที่มีอำนาจมากที่สุดก่อน ส่วนมาตรการอื่นๆ เช่น มาตรการกดดันทางด้านเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ควรต้องใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา ถูกจุดด้วย ผมยกตัวอย่างมาตรการที่พุ่งเป้าไปยังสมเด็จฮุน เซน คือการดำเนินคดี สืบหาคนที่ลอบสังหารนายลิม กิมยา อดีตแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่เสียชีวิตที่ไทย รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้เลย ถ้าเราเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สามารถสร้างแรงกดดันที่ตัวสมเด็จฮุน เซน ได้โดยตรง” นายณัฐพงษ์กล่าว

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรค ภท.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลและพรรคการเมืองทุกพรรคนำปัญหาที่เกิดขึ้นกรณีไทย-กัมพูชาเข้าสู่ระบบรัฐสภา และใช้เวทีรัฐสภาเป็นช่องทางหลักในการอภิปราย การชี้แจง ตอบคำถาม และข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมขณะนี้ หากหนี ไม่เอาปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าสู่ระบบรัฐสภา ก็จะเป็นเงื่อนไขให้มีปัญหาอย่างอื่นเพิ่มมากขึ้นอีก ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...