โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สิงคโปร์’ สร้างสถิติใหม่ ใช้พลังงานหมุนเวียนสูงเป็นประวัติการณ์ ถอดความสำเร็จจากประเทศเกาะเล็กที่คิดใหญ่

THE STANDARD

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 08.34 น. • thestandard.co
‘สิงคโปร์’ สร้างสถิติใหม่ ใช้พลังงานหมุนเวียนสูงเป็นประวัติการณ์ ถอดความสำเร็จจากประเทศเกาะเล็กที่คิดใหญ่

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์จะเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุดในโลก ซึ่งสิงคโปร์มีระบบโซลาร์เซลล์ลอยน้ำขนาด 60 เมกะวัตต์ที่อ่างเก็บน้ำ Tengeh ซึ่งมีขนาดประมาณสนามฟุตบอลกว้างใหญ่ถึง 45 สนาม

จากการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดพลังงานล่าสุด พบว่าเดือนพฤษภาคมสิงคโปร์เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มการนำเข้าพลังงานหมุนเวียนและเร่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ

ข้อมูลจากตลาดไฟฟ้าแห่งชาติของสิงคโปร์ระบุว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 ปีที่ผ่านมา

โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 นับเป็นสถิติที่สูงสุดในรอบกว่า 2 ปีของการใช้พลังงานสิงคโปร์ส่งผลให้พลังงานหมุนเวียน เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเป็น 2.58%

ทั้งนี้ การค้าพลังงานข้ามพรมแดน (Cross-Border Power Trade) ถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในภูมิภาคท่ามกลางความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับสิงคโปร์มีความต้องการนำเข้าไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดสูง 6 กิกะวัตต์ หรือประมาณ 1 ใน 3 ภายในปี 2035 หากเทียบจากภูมิประเทศเกาะเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 5 ล้านคน สิงคโปร์เป็นประเทศอันดับสองของเอเชียมีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสิงคโปร์มีโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซคิดเป็นประมาณ 95% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในช่วง 5 เดือนปีนี้ ชี้ให้เห็นว่าสิงคโปร์นำเข้าพลังงานสะอาดมากถึง 122.7 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 0.52% ของการผลิตทั้งหมด ถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

สัดส่วนการนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งข้อมูลระบุว่าการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของสิงคโปร์เติบโตขึ้น 0.4% ในช่วง 5 เดือนแรก

สิงคโปร์นำเข้าพลังงานหมุนเวียนจาก LTMS (สปป.ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์)

สิงคโปร์มีข้อตกลงการค้าพลังงานข้ามพรมแดนกับเพื่อนบ้าน ได้แก่ โครงการ LTMS (สปป.ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์) กำลังผลิต 200 เมกะวัตต์ และมีโครงการนำร่อง Energy Exchange Malaysia (ENEGEM) ขนาด 50 เมกะวัตต์ ร่วมกับบริษัทสาธารณูปโภคของรัฐมาเลเซีย Tenaga Nasional Berhad

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ผู้บริหารสูงสุดของ Singapore Energy Market Authority เปิดเผยว่า เงื่อนไขการขยายเวลา LTMS ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากสิงคโปร์กำลังรอให้ไทยสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการส่งไฟฟ้าสำหรับข้อตกลงพหุภาคี

รัฐบาลรุกพลังงานสะอาด ภายใต้นโยบาย Singapore Green Plan

สำหรับสิงคโปร์ พลังงานแสงอาทิตย์นั้นไม่ต่อเนื่องและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สิงคโปร์จึงได้ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อจัดการกับความไม่ต่อเนื่องของพลังงานแสงอาทิตย์และเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า

ในปี 2023 สิงคโปร์ได้เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานขนาด 285 เมกะวัตต์ชั่วโมงอย่างเป็นทางการบนเกาะจูรง ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสิงคโปร์ได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แผน Singapore Green Plan 2030

อีกทั้งรัฐบาลมีแผนนำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำมากถึง 4 กิกะวัตต์ภายในปี 2035 ซึ่งจะคิดเป็นประมาณ 30% ของอุปทานไฟฟ้าที่คาดการณ์ไว้ของสิงคโปร์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเช่น ไฮโดรเจน ความร้อนใต้พิภพ และการกักเก็บคาร์บอน (CCS) โดยปี 2022 สิงคโปร์ประกาศกลยุทธ์ไฮโดรเจนแห่งชาติเพื่อพัฒนาไฮโดรเจนให้เป็นเส้นทางหลักในการลดคาร์บอน

นอกจากนี้ยังเพิ่มสัดส่วนระบบขนส่งด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่ายานยนต์ทุกคันต้องใช้พลังงานที่สะอาดทั้งหมดภายในปี 2040

ภาพ: Jackyenjoyphotography / Getty images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...