โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชื่อ “พายุ” มีที่มาอย่างไร? แล้วใครเป็นคนตั้ง?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 04.05 น.
รู้หรือไม่? พายุหมุนเขตร้อนในแถบแปซิฟิกตะวันตกไม่ได้ใช้ชื่อแบบสุ่ม แต่มีที่มาและความหมายเฉพาะตัวจาก 14 ประเทศสมาชิกที่ร่วมกำหนดรายชื่อพายุอย่างเป็นทางการ

เมื่อเกิดพายุหมุนเขตร้อนในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและทะเลจีนใต้ระบบที่ใช้ในการตั้งชื่อพายุมาจากกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศที่เรียกว่า
Typhoon Committee (คณะกรรมาธิการไต้ฝุ่น) ซึ่งดำเนินการภายใต้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) โดยชื่อพายุในภูมิภาคนี้ถูกเสนอโดย 14 ประเทศและเขตการปกครองสมาชิกได้แก่

  • กัมพูชา
  • จีน
  • เกาหลีใต้
  • เกาหลีเหนือ
  • ฮ่องกง
  • ญี่ปุ่น
  • ลาว
  • มาเก๊า
  • มาเลเซีย
  • ไมโครนีเซีย
  • ฟิลิปปินส์
  • ไทย
  • สหรัฐอเมริกา (สำหรับเกาะกวมและหมู่เกาะมาเรียนา)
  • เวียดนาม

แต่ละประเทศเสนอชื่อไว้ประเทศละ 10 ชื่อรวมทั้งหมด 140 ชื่อซึ่งจะถูกนำมาเรียงตามลำดับโดยไม่คำนึงถึงปีหรือฤดูกาลไล่ตั้งแต่ชื่อพายุที่ตั้งโดยกัมพูชาก่อน และจะไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงชื่อพายุที่ตั้งโดยเวียดนาม เมื่อใช้ครบ 14 ชื่อแล้ว ก็จะวนกลับไปใช้ของกัมพูชาใหม่แบบนี้เรื่อย ๆ

ชื่อพายุจะถูกใช้วนไปตามลำดับ หากชื่อใดก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงหรือมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ชื่อดังกล่าวจะถูกถอดออกและประเทศที่เสนอชื่อจะต้องเสนอชื่อใหม่มาแทนอย่างชื่อพายุล่าสุด คือ “วิภา” ตั้งโดยประเทศไทย หลังจากนั้นจะต้องใช้ชื่อพายุที่ตั้งโดยสหรัฐอเมริกา ตามตารางคือ “ฟรานซิสโก” ต่อด้วย “ก๋อมัย” ที่ตั้งโดยเวียดนาม และลูกต่อไปก็จะใช้ชื่อที่ตั้งโดยกัมพูชา วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ

ชื่อพายุที่เสนอโดยประเทศไทยได้แก่พระพิรุณ กระท้อน วิภา บัวลอย เมขลาอัสนีนิดาชบากุหลาบ และขนุน

สำหรับชื่อพายุไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อบุคคลเสมอไป บางชื่อเป็นชื่อสัตว์ พืช หรือธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งชื่อพายุอาจฟังแปลกหูหรือไม่คุ้นในบางภาษา เพราะสะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่เสนอชื่อเข้ามา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...