โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช. รับมือมวลน้ำมหาศาล “พายุวิภา” - เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มน้ำยม - น่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 02.27 น.
สทนช. รับมือ “พายุวิภา” พร่องน้ำในเขื่อนเตรียทรับมวลน้ำมหาศาล - เฝ้าระวังแม่น้ำสายหลัก , พื้นที่ลุ่มน้ำยม - น่าน

สทนช. ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำชั่วคราวที่สุโขทัย รับมือฝนจากพายุ “วิภา”

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินหน้ารับมือสถานการณ์น้ำหลากและอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ จากอิทธิพลของพายุ “วิภา” และปริมาณฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) เพิ่มเติมใน พื้นที่ลุ่มน้ำยม - น่าน จังหวัดสุโขทัย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดศูนย์ฯ ลักษณะเดียวกันที่จังหวัดหนองคาย และเชียงราย

เพิ่มความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำชั่วคราวที่ จ.สุโขทัย มีเป้าหมายเพื่อเสริมความพร้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำยม - น่าน ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย โดยเฉพาะช่วงที่พายุวิภาส่งผลให้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทยในช่วงวันที่ 23 - 31 กรกฎาคมนี้

เตรียมรับมืออ่างเก็บน้ำระดับใหญ่รับน้ำมหาศาล

สทนช. คาดการณ์ว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น

  • เขื่อนสิริกิติ์ รับน้ำเข้า 1,373 ล้าน ลบ.ม.
  • เขื่อนวชิราลงกรณ 1,267 ล้าน ลบ.ม.
  • เขื่อนศรีนครินทร์ 472 ล้าน ลบ.ม.

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่ง พร่องน้ำล่วงหน้า เพื่อจัดสรรพื้นที่รองรับน้ำหลากและเตรียมความพร้อมหากมีสถานการณ์วิกฤต

เฝ้าระวังแม่น้ำสายหลักตอนบน

ในขณะเดียวกัน แม่น้ำหลายสายตอนบน เช่น แม่น้ำสาย, แม่น้ำอิง, แม่น้ำกก, แม่น้ำปิง, วัง, ยม, น่าน และแม่น้ำโขง มีแนวโน้ม ระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยบางจุดอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น

  • - แม่น้ำสาย จ.เชียงราย บริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา
  • - แม่น้ำปิง บริเวณสะพานนวรัฐ จ.เชียงใหม่

อย่างไรก็ตาม หลายจุดยังอยู่ในระดับปกติแต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

น้ำจากภาคเหนือไหลลงสู่เจ้าพระยา - เพิ่มการระบายน้ำ

ขณะนี้ ปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำต่าง ๆ ทางภาคเหนือได้ไหลลงมาสู่ จ.นครสวรรค์ มากขึ้น ส่งผลให้ต้อง เพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เป็นอัตรา 700 - 1,200 ลบ.ม./วินาที โดยกรมชลประทานได้วางแผนควบคุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์พื้นที่ต้นน้ำ และคำนึงถึงปัจจัยน้ำทะเลหนุน พร้อม แจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อนล่วงหน้า หากมีการปรับการระบาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...