โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดลักชัวรีที่สิงคโปร์คาดการณ์จะเติบโตขึ้น 7% ในปี 2025 แซงหน้าญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้

THE STANDARD

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • thestandard.co
ตลาดลักชัวรีที่สิงคโปร์คาดการณ์จะเติบโตขึ้น 7% ในปี 2025 แซงหน้าญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้

ยอดขายสินค้าลักชัวรี ใน สิงคโปร์ อาจจะเพิ่มขึ้นถึง 7% จากปีที่แล้ว เป็น 13.9 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.53 แสนล้านบาทในปีนี้ จากการรายงานของ Bloomberg ซึ่งแซงหน้าการเติบโตของประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ที่นับเป็นศูนย์กลางแห่งการช้อปปิ้งในเอเชีย จากจำนวนเศรษฐีหลักล้านอยู่มากกว่า 240,000 คนจากประชากรทั้งหมดประมาณ 5.8 ล้านคน และรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี รวมไปถึงการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและรีเทล

โดยการเติบโตของตลาดสิงคโปร์จากปีที่แล้วสู่ปีนี้ ก็ได้พุ่งแซงประเทศอื่นๆ ในเอเชียทั้งหมด เป็นรองเพียงประเทศญี่ปุ่น จากการรายงานของ Bloomberg by Euromonitor International และยังมีการคาดว่า ตลาดสิงคโปร์จะเติบโตมากขึ้นอีกในปีหน้าใกล้เคียงกับตัวเลข 14.7 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.73 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนปี 2019 หรือจำนวนที่สูงที่สุดของประเทศในช่วงโควิดที่ผ่านมา

และด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ยอดการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวก็ได้พุ่งสูงถึง 3.9 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายนของปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว ก็มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 5% สิงคโปร์จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักของแบรนด์ลักชัวรีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่เปิดร้านค้าลักชัวรีมากที่สุดเป็นอันดับสามในปีที่แล้ว จาก 32 เมืองในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีนแผ่นดินใหญ่) โดยแบรนด์อย่าง Moncler และ Cartier ก็ต่างได้เปิดร้านใหม่ในสนามบินชางงีในช่วงต้นปีที่แล้ว ส่วนห้างสรรพสินค้าอย่าง The Shoppes ของ Marina Bay Sands ก็ยังเป็นจุดสำคัญ ในการเปิดร้านแห่งแรกของแบรนด์ Marni เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

เท่านั้นยังไม่พอ แบรนด์ต่างๆ จึงได้พยายามสร้างประสบการณ์ที่พิเศษให้กับลูกค้าระดับไฮเอนด์ อย่างแบรนด์ Coach ที่ได้เปิดบาร์แห่งแรกที่ช็อป Coach Play Shophouse ซึ่งเสิร์ฟมาร์ตินี่ที่สามารถคัสตอมไมซ์ได้ตามใจชอบ หรือ Audemars Piguet ที่ได้เปิด AP Cafe ภายในร้านบูติก เพื่อเสิร์ฟอาหารสวิส-สิงคโปร์

และแม้ว่าสิงคโปร์จะมีเศรษฐีมากถึง 4% ของประชากรทั้งหมด แต่ก็ยังมีช่องว่างของความมั่งคั่งกับบุคคลที่เหลือ จึงทำให้รัฐบาลสร้างนโยบายเพื่อลดช่องว่างเหล่านี้ โดยการเพิ่มภาษีสำหรับคนรวย แต่อย่างไรก็ตาม ความพยายามนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยง ในการผลักให้เศรษฐีจำนวนหนึ่ง ย้ายไปอยู่ประเทศที่มีภาษีต่ำอย่างประเทศดูไบแทนได้

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...